ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40802 Posts in 6022 Topics- by 5956 Members - Latest Member: peterpan03
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ความประทับใจ สอวน. ฟิสิกส์ ค่าย 2 ระดับชั้นไม่เกิน ม.5 ปี 2549  (Read 7214 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
#Beta_SteP#
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 57


ค่าคงที่ใดๆ ไม่เท่ากับใจที่มั่งคง


« on: March 23, 2006, 02:09:36 AM »

                   angelความประทับใจ สอวน. ฟิสิกส์ ค่าย 2 ระดับชั้นไม่เกิน ม.5 angel

   นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตของผมที่ได้มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตในค่าย สอวน. ฟิสิกส์ ศูนย์ รร. เตรียมอุดมแห่งนี้ หลังจากที่รอคอยมานานถึง 1 เทอมเต็มๆ เลยแหละครับ เช้าของวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นวันก่อนที่จะเข้าค่าย 1 วัน ไม่รู้เป็นอะไร ผมแทบนอนไม่หลับ ^^” ประมาณว่า ตื่นเต้นมหาศาลขั้นรุนแรงก็ว่าได้
   เช้าวันที่ 2 มีนาคม 49 ความตื่นเต้นก็เข้ามาเยือนอีกครั้ง ตื่นเต้นที่จะได้เข้าค่าย แล้วก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอกับเพื่อนทุกๆ คนด้วย
   แต่การเข้าค่ายครั้งนี้รู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้ สงสัยเพราะเหลือผมที่อยู่ ก.ท เพียงคนเดียวกระมังครับ ก็ได้แต่ภาวนาว่าจะรู้สึกชินกับความรู้สึกนี้ไปเอง
                ก็จะเล่าในแต่ละวันเลยนะ

วันที่ 1
   วันแรกของการเข้าค่าย ไปถึงก็ไปเซ็นชื่อเข้าพิธีปฐมนิเทศ พอได้เวลา อาจารย์เค้าก็พูดประมาณว่า ไม่อยากให้เวลาสูญเสียไป (กล่าวคือ พูดแป๊ปเดียวจบ 555+) เสร็จแล้วก็เดินไปเข้าห้องเรียนที่เค้ากำหนดไว้ ตอนแรกนึงว่าจะได้เรียนที่เดิมสักกะอีก แต่ปรากฏว่าต้องย้ายไปเรียนที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนการสอน วิชา ฟิสิกส์ ซึ่งผมมีความรู้สึกไม่ชอบเลย เพราะห้องร้อน + เล็ก T T ไม่เหมือนกับที่เดิมที่ทั้งกว้าง และเย็น เวลาเรียนก็จะได้นอนหลับสบาย เอ้ยยย..... ไม่ใช่ เรียนสบายงับ ไปถึงคนที่เจอคนแรกก็คือ ภูมิ มีน และก็นัท ตามลำดับ ก็เลยนั่งอยู่โต๊ะเดียวซะเลย ตอนแรกนึกว่าจะเหงาซะแล้ว 555+
   พอเข้าห้องเรียนไปสักพักอาจารย์วุทธิพันธุ์ที่แสนคิดถึงก็ได้ปรากฏกายเข้ามา พร้อมกับบอกว่า “ พวกเรา ไปเอากระดานดำนั้นมะซิ” ผมก็ไปช่วยยกมาด้วย ยังมีคำว่า Snell’s Law เขียนไว้อยู่เลย พอยกกระดานขึ้นไปเสร็จ อ. วุทธิ ก็เปิดฉากด้วย Calculus อย่างสนุกสนาน ซึ่งผมก็เข้าใจแล้ว หลังจากที่ได้ร่ำเรียนมาตอนเปิดเทอม จึงไม่ค่อยกลัวสักเท่าไร แต่ก็ยังอาการหนักอยู่ดี - -“ ก็ยังดีกว่าค่ายที่แล้ว ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย T T ไม่นานนักไฟฟ้าก็เริ่มเข้าครอบงำในหัวสมอง ทำให้อาการติ๊งต๋องของผมปรากฏขึ้นอีกครา
   พอถึงช่วงแนะนำ lab ก็รู้เลยว่า lab ค่ายสองยากกว่าค่ายหนึ่งหลายเท่าตัว อ่าน lab ไหนๆ ก็ยังหาความเข้าใจไม่ได้เลย เหอๆ

วันที่ 2
   ไฟฟ้าก็ยังมาหลอกหลอนตามเดิมในตอนเช้า วันนี้เรียนเรื่อง สนามไฟฟ้า ตัวเก็บประจุนิดหน่อย แล้วก็ศักย์ไฟฟ้า วันนี้เริ่มทำ lab เป็นครั้งแรก อ. ขวัญ ก็ทำหน้าที่ในการแบ่งกลุ่ม ซึ่งปรากฏว่าผมได้อยู่กลุ่มเดียวกับมีน ส่วนกลุ่มของโอ้ด กะรุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำ lab เดียวกันในแต่ละวัน จึงถือโอกาสรวมกลุ่มด้วยกันซะเลย ยกเว้น รุ้ง (555+ ล้อเล่นๆ) และแล้วผมก็ได้เจอกับโอ้ดครั้งแรก ในตอนนั้นโอ้ดดูหน้ากลัวมากทีเดียวเลยแหละ สงสัยเพราะความเป็นเทพแผ่รังสีออกมา ^^ สุดท้าย lab ของวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี (วันนี้มีนไม่อยู่ด้วย)
   ข้าวกลางวันที่ยังเป็นที่ประทับใจจากค่ายแรก (มากๆ) ก็กลับมาปะทะกับค่าย 2 เข้าอย่างจังในวันนี้ (ไม่อยากอธิบายมาก อิอิ...) แต่ก็ยังอร่อยกว่าค่ายที่ 1 = =” ส่วนขนมและน้ำก็ดีเหมือนเดิมเช่นเคย เพราะเป็นของฟรี เอ้ยยยย... ของอร่อย เอิ๊กๆๆ
   เสร็จแล้วก็เรียนภาคบ่าย แล้วก็กลับบ้านไปนอนเอาแรง

วันที่ 3
   วันนี้เรียนไม่รู้เรื่องอย่างรุนแรง เลยเซ็งเล็กๆ โดยเฉพาะประโยคของ อ. วุทธิ ที่เข้าถึงจิตใจในตอนนั้นก็คือ “Solid angle (มุมตัน)” ทำให้ shock หลายตลบ วิท ภูมิ และโอ้ก ที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าผมก็บอกว่า ไม่ไหวแล้ว เหมือนกาน เหอๆๆ
    ตอนทำ lab วันนี้ผมได้รู้จักโอ้ดมากยิ่งขึ้น โดยผมถามเป็นประโยคแรกว่า “นายชื่อเล่นชื่อไรเหรอ” แล้วโอ้ดก็ตอบกลับมาว่า “โอ้ด” นี่แหละที่มาของการรู้จักเพื่อนคนนี้ และเหล่าทหารผู้กล้าทุกคน การทำ lab เลยเป็นการทำ lab ที่สนุกสนานพอสมควร (คิดถึงความหลังจัง) แม้ว่า lab ที่ทำผลจะออกมาผิดก็ตาม 555+
   คนแปลกหน้าเมื่อก่อนหน้านี้ กลายมาเป็นเพื่อนในเวลานี้ มันแปลกมากเลยนะ ที่ฟ้าส่งพวกเราให้ได้มาเจอกันทั้ง วิท ภูมิ โอ้ก นัท โอ้ด มีน รุ้ง แป้ง นิก ถ้าไม่ใช่เพราะค่ายนี้พวกเราคงเดินสวนกัน โดยไม่อาจมีทางรู้จักกันเลยก็ได้ จริงๆ นะ
   พอจบภาคบ่ายก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แล้วไปนอนเอาแรง เพื่อสู้กับวันพรุ่งนี้ต่อไป

วันที่ 4
   ในตอนเช้าของวันนี้ก็ยังเป็นไฟฟ้าเช่นเคย และพรุ่งนี้ก็จะได้เรียนแสงสักกะที หลังจากที่ต้องงงกับไฟฟ้ามาหลายวัน อ. วุทธิ ก็ได้ให้ นร. ที่สนใจสั่งซื้อหนังสือไฟฟ้า Thermo เพื่อไปศึกษาประกอบการเรียนด้วย อ. วุทธิ ก็ใจดีมาก บอก 500 ถ้วน ก็ 500 ถ้วน ตามขอ อิอิ...
   หลังจากเลิกเรียนผมก็เดินกลับกับนัท และบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ผมยังไม่รู้จัก สุดท้ายผมก็ได้รู้ว่า คนนั้นคือ “ผู้หมวด” หรือ “Top” หรือ “...” นั่นเอง ตอนแรกผมนึกว่าเค้าเป็นคนที่เครียดและเป็นเด็กเรียนมากๆ เพราะได้ข่าวมาว่า Top มาจากค่ายใหญ่ สสวท. ฟิสิกส์ และแล้วผมก็ได้รู้ว่าเค้าก็เป็นคนที่สนุกสนานเหมือนกัน ^^ เวลาเจอกันต้องแสดงความเคารพผู้หมวด 555+ นึกแล้วขำไม่หาย...

วันที่ 5
   วันนี้อาจารย์สุวรรณมาสอนผมรู้สึกดีใจเล็กน้อยเพราะจะได้เรียนเข้าใจบ้าง หลังจากที่ไม่เข้าใจมานาน อ. สุวรรณ สอนเรื่อง สมบัติของคลื่นแสง แสงเชิงเรขา และอื่นๆ อีกมากมาย จนทำให้บางคนอยู่ในสถานะ “sleepy” แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เหอๆๆ
   แสงสว่างที่คอยส่องชีวิตของเรามันไม่จำเป็นต้องตรงเสมอไปหรอกนะ มันอาจเลี้ยวเบน และแทรกสอดบ้างก็ได้ แต่เราต้องมั่นใจในทางใดทางหนึ่ง สุดท้ายเราก็จะเดินตรงไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการและปรารถนาด้วยความมั่นคง บางครั้งเราอาจจะเดินผิดบ้างจะเป็นไร นั่นก็คือบทเรียน แต่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ ไม่ใช่เหรอ ? แล้วเราก็ค่อยเปลี่ยนไปทางอื่นก็ย่อมได้ โดยที่เราไม่เดินไปทางนั้นอีก เพราะเรารู้แล้วไม่ใช่เหรอว่า ทางนั้นมันเป็นเช่นไร
   ช่วง  lab ในวันนี้เหมือนจะสบายแต่ก็ยากพอสมควร    เพราะต้องส่องอะไรก็ไม่รู้ ส่องตอนแรกไม่เห็นอะไร แต่ตอนหลังก็เข้าใจว่าต้องทำอะไร เหอๆ
   ตอนบ่ายก็เรียนแสงต่อเช่นเคย ภาคบ่ายของวันนี้มี ชม. ติว ด้วย ดีใจขั้นรุนแรง เนื่องจากไม่มีมานานมากแล้ว ก็นั่งทำ บฝ. กันอย่างเมามัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านเช่นเคย

วันที่ 6
   ในตอนเช้าของทุกๆ วัน ผมจะเจอภูมิกับจั๊มนั่งอยู่ที่ม้าหินเป็นประจำ นี่แหละที่ทำให้ผมรู้จักกับ “จั๊ม” ซึ่งเค้าก็เป็นคนที่แปลกดีคนหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่พ้นเสียงหัวเราะอยู่ดี...
   วันนี้เรียนแสงเช่นเคย แต่รู้สึกว่าจะจดน้อยได้เป็นประวัติการณ์ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือว่ามือไม่ไปก็ไม่รู้ 555+
   lab ของวันนี้ รู้สึกดีใจนิดๆ ที่สมาชิกในกลุ่มมาทำงานด้วยกันเป็นครั้งแรก (ดีจายๆ) วันนี้ทำ lab เรื่องการยิงเลเซอร์กระทบไม้บรรทัด เด้งไปแทรกสอดที่ผนัง ซึ่งก็ได้ผลออกมาที่ดีพอสมควร แต่ก็ยังข้องใจเรื่อง error อยู่ตลอดมา 555+ เส็งเคร็งจริงๆ
   ช่วงทำ lab ก็ยังคงสนุกสนานเช่นเคย ผมสนิทกะโอ้ด มีน นัท มากขึ้นทุกๆ วัน มันทำให้ผมไม่เหงาอีกต่อไป ก็เป็นอะไรที่ซึ้งดีนะ ^^ บางทีผมก็ไม่คาดฝันเลยว่า จะได้มาทำ lab อะไรแบบนี้พร้อมกับเพื่อนๆ ต่างโรงเรียน ต่างสถานที่ (ต่างเผ่าพันธุ์ด้วย 555+ [คงเข้าใจกันดี อิอิ]) เพราะอีกไม่นานพวกเราก็ต้องจากกันไป โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือเปล่า ความทรงจำที่ดีเหล่านี้แจคอยากจะเก็บไว้ให้มันคงอยู่ตลอดไป และตลอดกาล...
   เข้าช่วงสุดท้ายก็วันนี้ก็ยังคงเป็น ชม. ติว เช่นเคย เลยสบายเลย เพราะว่าได้เวลานอน เอิ๊กๆๆ
(แค่พักเอาแรงเองครับ อาจารย์)
   เวลาผ่านไปไวอย่างโกหก แป๊ป เดียว 6 วันแล้วเหรอนี่ เหอๆๆ อะไรก็ห้ามได้ แต่ที่ยากที่สุดก็คงเป็น “เวลา” นี่แหละ

วันที่ 7
   ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนเดิม ซึ่ง  วันนี้ อ. วุทธิ กลับมาพร้อมกับมหากาพย์แห่งไฟฟ้าอีกครั้ง มีทั้งไฟฟ้ากระแส และไฟฟ้ากระแสสลับ
   ช่วง lab วันนี้ต้องเหนื่อยหน่อยเพราะต้องคำนวณหาความจุ CD แน่ะ เกือบไม่ได้กินข้าวอีกแว้ว และรู้สึกว่าช่วงนี้จะเงียบสงบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากจิตใจของแต่ละคน ที่สั่นไหวไปตามกาลเวลา รู้สึกว่า น้องแป้งมาถามโจทย์เลขด้วย พี่แจคก็ขอโทษด้วยที่ทำไม่ค่อยได้ เหอๆๆ ถ้าเป็นวิชา ภาษาไทย ก็ว่าไปอย่างนะ 555+
   ตอนเย็นก็แยกย้ายกันกลับกันอย่างเงียบสงบ ผมก็ไปนั่งกินลมอยู่ที่จุฬาฯ ตามปกติ ก่อนที่จะกลับบ้าน เพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อย

วันที่ 8
   วันนี้ อ. ขวัญ มาสอน Thermodynamics มาถึงไม่ทันไร อ. ขวัญ ก็ให้ประมาณโมเลกุลอากาศที่อยู่ในห้องนี้ ผมก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ง่ายเหมือน ม. ปลาย เลย เรื่องนี้ ต้องใช้ความเข้าใจอย่างมาก + เนื้อหาที่มากมายเสียเหลือเกิน
   วันเวลาที่ผ่านพ้นไปทำให้ผมรู้จัก “ก้อง” เค้าเป็นเหมือนคนปกติ แต่แท้ที่จริงแล้ว ไม่ปกติ 555+ ล้อเล่นๆ ส่วนใหญ่ก้องจะถามแจคว่า “เตรียมเขียนความประทับใจรึยัง” ซึ่งในตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเอาไว้เลย ถ้าวันไหนเค้าเจอหน้าผมแล้วไม่ถาม จะแปลกมาเลยทีเดียว ^^”
   Lab วันนี้นั่งแกว่งไปแกว่งมาอย่างเดียว ทำให้ lab ของวันนี้เสร็จเร็วกว่าปกติ จะได้กินข้าวอย่างสบายใจสักกะที
   แต่แปลกที่วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย กินข้าวไม่ลง เหอๆ สงสัยเป็นเพราะ... (ไม่รู้สาเหตุ)
   ตอนบ่าย อ. ขวัญ ก็สอนต่อ ในตอนนั้นความง่วงกำลังรุมเร้าแจคอยู่อย่างรุนแรง แต่ก็รอดมาได้ เหอๆๆ และแล้วก็เลิกเรียน

วันที่ 9
   อะไรๆ ก็เริ่มลงตัว และชินกับการเข้าค่ายนี้ซะแล้ว ตอนเช้า อ. ขวัญ มาสอน Thermo ต่อให้จบภายในวันนี้ ปรากฏว่า กินเวลา lab อะจ๊ากกกกกกกกกก เนื่องจาก อ. ขวัญ สอนเพลินไปหน่อย เหอๆ วันนี้ lab นานซะด้วยเพราะต้องทำตั้ง 2 กราฟแน่ะ
   บางอย่างกาลเวลาก็อาจจะช่วยรักษาได้ก็ได้นะ และบางทีมันก็อาจจะดีกว่าการที่ไปเร่งมันจนระเบิด และแตกละเอียด โดยไม่สามารถนำไปประกอบใหม่ได้อีกเลย สุดท้ายสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการรอคอยนั่นเอง
   ในตอนบ่ายพอ อ. ขวัญ สอนจบ ก็รีบกลับบ้านเพื่อไปกินๆ นอนๆ

วันที่ 10
   ความหลังเริ่มกลับมาย้อนคืนที่เก่า ความทรงจำเริ่มเข้าแทรกแทนที่ อีกเพียงไม่นาน ค่ายนี้ก็จะเป็นความทรงจำคู่ชีวิตของเราตลอดไป เสียงนกร้องยามเช้าที่ได้ยินชัด ทางเดินไปห้องน้ำ โรงอาหาร และตึกที่เรียน กำลังหนีห่างเราไป ไกลออกไป ทุกที ทุกๆ ที
   วันนี้ อ. สุวรรณ มาสอนแสงต่อ ซึ่งมีเพื่อนค่ายใหญ่มานั่งเรียนด้วย นั่นก็คือ พีช กะแชมป์ และก็คนอื่นๆ ก็ดีใจด้วยที่ได้ไปแข่งฟิสิกส์ระดับเอเชีย พยายามเข้าละ เอาเหรียญกลับมาให้ได้ !!!
   Lab วันนี้น่าเบื่อขั้นรุนแรง เนื่องจากเจอโวลท์มิเตอร์สุดเส็งเคร็งเข้าให้ ทำให้การทำ lab ช้าลง 50%  กว่าจะเสร็จก็เกือบหมดพักแน่ะ 555+ ทำให้โอ้ดเครียดเลย

วันที่ 11
   อ. วุทธิ กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับทฤษฎีสัมพันธภาพอันน่ากลัว ก็งงๆ กับเนื้อหาอยู่พอสมควร แต่ก็ต้องพยายามต่อไป เพราะจุดหมายอาจอยู่แค่เอื้อมนี้เท่านั้นเอง
   “วิน” บุรุษนั่งอยู่ข้างๆ โต๊ะผม รู้จักกันโดยการถามตอบ วินเป็นคนที่นิสัยดีคนหนึ่ง เฮฮาเป็นเรื่องปกติ แต่เวลาเรียนแล้วไม่เข้าใจก็จะเกือบหลับทุกครั้ง เหอๆ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน 555+  (รึเปล่า ?)
   กว่ารู้จักแต่ละคนมันต้องใช้เวลานานเลยเนอะ แต่ความสัมพันธ์อาจอยู่เพียงสั้น ถ้าไม่ปันน้ำใจซึ่งกันและกัน (สัมผัสคล้ายกลอนเลย อิอิ) อีกเพียง 4 วัน แล้วซินะ ที่จะต้องจากค่ายที่ไปอีกแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะได้หวนกลับมาอีกเมื่อไหร่
   บางครั้งช่วงเวลาเพียงสั้นในชีวิตมันให้อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตจนบางครั้งเราก็ไม่เห็นค่าของมัน (ซึ้งป่ะๆ ^^”)

วันที่ 12
   เศร้า...

วันที่ 13
   วันนี้ อ. สุจินต์ มาสอนเรื่อง นิวเคลียส อะตอม ก็ไม่รู้ว่าจะบรรยายว่ายังไงดี เพราะเรียนไม่รู้เรื่องเลยไม่ได้ฟังเลย เหอๆๆ
   วันนี้เป็นการทำ lab ครั้งสุดท้ายของค่ายนี้ ซึ่งลงเอยด้วย Bifilar สุดก๋ากั่น เพราะแกว่งหาคาบยากมากๆ แถมยังต้องลดระยะเชือกอีก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะได้รับความสะดวกสบายจากใครบางคน ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย อิอิ ขอบใจนะ...
   พอส่งชีท lab เสร็จ รู้สึกโล่งใจเป็นปริทิ้ง เพราะว่าไม่ต้องทำ lab อีกแล้ว ดีจายยยย จะได้สบายสักกะที
   และแล้วผมก็ได้รู้จักกับ “ภาค” ดียิ่งขึ้น เพราะตอนค่าย 1 แทบไม่ได้คุยกันเลย แต่แล้วก็เพิ่งจะมาคุยตอนค่ายสอง

วันที่ 14 (วันก่อนปิดค่าย)
   วันนี้ผมเอากล้องมาถ่ายตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศต่างๆ เอาไว้ และก็สามารถเก็บภาพตอนที่นิกกำลังหาวได้ อิอิ
   อ. วุทธิ ได้สอนเกี่ยวกับสัมพันธภาพ กับกลศาสตร์
   ส่วนช่วง lab ก็จะมาติข้อผิดของ lab แค่นี้เอง
   คงอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่เราต้องจากทุกคนไปแล้ว ทำไมเวลามันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน เรามิอาจหยุดมันได้ คงได้เพียงแค่เดินตามมันไป บางทีมันก็ไร้จุดหมาย เวลาจึงล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าเรามีจุดหมาย กาลเวลาที่เสียไปนั้นมันจะมีคุณค่าขึ้นมาเอง
   ก็ขอขอบคุณ อ. วุทธิพันธุ์ อ. สุวรรณ อ. วีระชัย และพี่อู๋ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ที่ให้ความช่วยเหลือกับผมตลอดมา เพราะถ้าไม่มีอาจารย์เหล่านี้ที่เปรียบเสมือนหมอ ช่วยรักษาขาของผมที่หัก ผมก็คงจะเดินไม่ได้อย่างเช่นทุกวันนี้หรอกครับ

วันที่ 15 (วันปิดค่าย)
   วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง วันที่ไม่มีอะไรจะรั้งไว้ให้มันไม่เกิดขึ้นได้ เพราะคงจะต้องพบกับการ “จากลา” คำนี้มันช่างสะเทือนใจจริงๆ พับผ่าซิ
   อ. วุทธิ ได้เหมาเวลาทั้งหมดที่เหลือ เพื่อสอนให้ได้ครบๆ มากที่สุด แต่แล้วก็ถึงเวลาไปรับเกียรติบัตร ภาพตอนค่าย 1 ก็กลับเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง เพราะนี่ผมคงเก็บไว้เป็นความทรงจำครั้งที่สองในชีวิตต่อไป
   ผมจึงอยากจะเก็บภาพต่างๆ เหล่านั้นไว้ให้ดีที่สุด โดยการถ่าย vdo เก็บเอาไว้ เพื่อตอนแก่ๆ จะได้มานั่งคิดถึงความหลัง 555+

   ไม่รู้ว่าเราจะได้พบกันอีกเมื่อไรในชีวิตอันสั้นๆ ของเด็กธรรมดาคนหนึ่งนี้ การเดินทางที่แสนยาวไกลมันอาจรั้งให้เราท้อ  ดังนั้นเราจึงต้องพยายามให้มากที่สุด ถ้าเหนื่อยก็แวะพักข้างๆ ซะบ้าง เพราะอะไรที่มันตึงเกินไปมันจะขาดนะ
   ไม่ว่าผลสอบจะออกมายังไง มันอาจทำให้เราต้องจากกันตรงค่ายก็นี้ก็ได้ แต่แจคก็ดีใจนะ ที่ได้รู้จักกับทุกๆ คน เพราะทุกคน คือ เพื่อนที่ดีของแจค และไม่ว่าจะยังก็ขอเราให้พวกเราได้เจอกันอีกไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ที่ไหนสักแห่ง แล้วก็อย่าลืมทักกันบ้างล่ะ ^^
   ปล. ถ้าใครได้ไปเชียงใหม่ฝากซื้อของด้วยนะ อิอิ...  Grin Grin Grin
Logged

"รู้จักความพอของความพอเพียงเป็นความเพียงพอที่นิรันดร์..."
MwitStu.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 365

รักแท้แพ้ใกล้ชิด อยู่ห่างคนละทิศหมดสิทธิ์ครอบครอง


« Reply #1 on: March 25, 2006, 09:47:24 AM »

หาเรื่องมาเขียนได้เยอะจังครับ   Wink
Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น