ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40739 Posts in 6014 Topics- by 5871 Members - Latest Member: Pennapa sompet
Pages: « 1 2   Go Down
Print
Author Topic: ว่าด้วยความเป็นกลาง  (Read 14823 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
FogRit
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 899


มีอะไร ใช้อย่างนั้น


« Reply #15 on: October 21, 2008, 11:36:20 PM »


สถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้ เราน่าจะหัดที่จะมองมัน ดูมันให้มาก แล้วเลิกเอาแต่คิด มากคนก็มากความ ยากจะทำให้อยู่ในระบบเบียบ
อันหนึ่งอันเดียวกันได้ (จริงอยู่ที่ว่า อาจมีคนบอกว่า ความดีก็คือความดี ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง จะให้ไปรวมกับความชั่ว
ความเลว ความสามานย์ ได้อย่างไรกัน แต่ทว่าในโลกความเป็นจริง เราจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ละครับที่จะมาตัดสินของจำพวกนามธรรมเช่นนี้
บางคนบอกว่ากฎหมายสิ ถามหน่อยเถครับ กฎหมายก็คนบัญญัติขึ้น แล้วคนที่บัญญัติกฎหมายเป็นคนดีประเสริฐมากนักเหรอครับ
พวกนั้นเป็นคนดีกว่าเราจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉะนั้น การมีสังคมที่สามัคคีปรองดองกันถือว่าดีที่สุด)

ดีกับชั่ว แยกกันง่ายๆ ครับ ว่าคุณทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์หรือไม่
ถ้าทำแล้วคนอื่นไม่ทุกข์ คือ ไม่ชั่วครับ


กฏหมายจับไม่ได้ไล่ไม่ทันมีเยอะแยะครับ ผมยกตัวอย่างให้ก็ได้ ตัวผมเองกับไปรษณีย์นี่แหละ ผิดเห็นๆ ตำรวจก็เดินผ่านกัน
เพราะไม่มีหมายกับเจ้าทุกข์ ทั้งๆที่ผิดเต็มประตู มันก็รู้แต่ปล่อย

ความเห็นที่ pairat ว่ามาเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะครับ ถ้าคุณแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่วไม่ออก ท่านพุทธทาสก็เคยกล่าวเอาไว้
ว่าถ้าคนเราแยกแยะระหว่างดีกับชั่วไม่ได้แล้ว คนๆ นั้นอันตราย

อย่าหลงประเด็นไปกับนักปรัชญา หรือนักสังคมศาสตร์อื่นๆ ก่อนหน้านี้ผมก็คุยกับ อ.ขวัญ มาเขาก็ออกแนว
ตัดสินใจไม่ได้เช่นคุณ แต่ผมขอไม่นำบทสนทนากับ อ.ขวัญมาลงนะครับ แค่นี้ก็พาดพิงเยอะแล้ว เราคุยกันถึงระบอบกษัตริย์กับศีลธรรม ไม่ใช่เฉพาะรัชสมัยที่ 1 แต่ถึง 9 ด้วย

และผมเลือกข้างที่ทำให้ผู้อื่นทุกข์น้อยที่สุด


ปัจจุบันคนเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น จึงเลือกข้างอยู่เฉยๆ รอตีกินสองฝ่าย อยู่สบายๆ ก็เหมือนกับการเลือกงานทำ เช่นที่ อ.ปิฯ เคยกล่าวไว้ว่า "พวกเราชอบเล่นของสูง" "ถ้าไม่มีชาวนาแล้วเราจะกินอะไร" ถ้าไม่มีครูสอน ม.ปลาย แล้วเราจะออกไปรับรองจบ ม. 6 ได้อย่างไร ?

พันธมิตรจึงเรียกร้องความถูกต้องและเสียสละจากคนที่รู้ข่าวสาร ผมก็ไม่เห็นมันจะยากเย็นอะไรเลย กับแค่การส่งอีเมล์
เดินร่วมประท้วงบ้างเท่าที่มีโอกาส บริจาคเงิน หรือสมัครข่าว sms
Logged

อดทนและทำงานอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #16 on: October 21, 2008, 11:38:55 PM »

ผมเห็นด้วยว่า ถูก ผิด ดี ชั่ว มันเป็นสิ่งที่มนุษย์เป็นคนให้ค่า เราไม่มีทางรู้ว่าอะไรคือถูกต้องสัมบูรณ์ แต่สำหรับโลกของความเป็นจริง มนุษย์จะแค่รู้ แค่ดู เหตุการณ์ต่างๆไม่ได้ มนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรบางอย่างครับ สังคมที่สามัคคีปรองดองกันถือว่าดีจริงครับ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือการโกงกินอย่างมหาศาล, ริดรอนสิทธิ์ในการเห็นต่าง, ปกปิดข่าวสาร และเปลี่ยนแปลงค่านิยมของประชาชน ในฐานะที่ผมเห็นเช่นนี้ ผมจึงตัดสินใจเข้าไปมีส่วนร่วมครับ ถ้าเรามีสังคมที่ภายนอกทุกคนปรองดองกันดี แต่ภายในมีหนองเน่ากัดกินอยู่ มันคงไม่ใช่สิ่งที่ดีแล้วละครับ

ขอบคุณ คุณ void มากครับ ที่ให้คำแนะนำเพิ่มเติม  icon adore icon adore icon adore

ผมจะไม่ขอกล่าวถึงเรื่อง อะไรเป็นทางโลก อะไรเป็นทางธรรม นะครับ

คือสิ่งที่ผมอธิบายไปทั้งหมด ผมไม่ได้เสนอให้ต้องเป็นผู้สังเกตการณ์ แล้วเอาไปใช้โดยยึดถือเป็นหลักการหรือสรณะในการดำเนินชีวิตนะครับ แต่แค่อยากบอกว่าถ้าอยากเห็นอะไรอย่างเป็นกลางต้องเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เป็นผู้สังเกตการณ์นี่ดีอย่างไร ดีตรงที่เราสามารถเปิดหูเปิดตารับข้อมูลทุกอย่างได้เต็มที่จริงๆ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ สมมุติถ้าเรานั่งคิดพิจารณาทุกๆ อย่างที่เรารับรู้เข้ามา รับรู้ทั้งสองแนวความคิดที่แตกต่างกัน พอถึงจุดๆ หนึ่ง (รับข้อมูลมาประมวลผลมากพอสมควรแล้ว) ด้วยการพิจารณาไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เราก็จะสรุปได้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี สิ่งไหนสมควรเห็นด้วย สิ่งไหนไม่สมควรเห็นด้วย แน่นอนในที่สุดเราก็สามารถตกลงปลงใจที่จะเชื่อในสิ่งที่พิจารณาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่ทีนี้ การตกลงปลงใจนี้แหละที่สร้างปัญหา มันปิดกั้นการรับรู้ที่กว้างขวางของเราลง ทำไมมันปิดกั้นล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้ปัญญานิ่มขนาดสูญเสียการแยกแยะอะไรต่อมิอะไรไม่ออกหลังจากตกลงปลงใจไปแล้วเพียงแค่เรื่องๆ หนึ่ง เราก็ยังแยกแยะผิดชอบชั่วดี ยังสามารถรู้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ได้ ถึงเราเลือกฝักเลือกฝ่าย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเห็นด้วยในทุกๆอย่างและทุกๆเรื่อง แต่นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ประเทศเราฝ่าวิกฤตไปได้ในขณะนี้ ดังที่หลายๆ ท่านเห็นด้วย และที่คุณ void บอกกล่าวไว้

ผมเห็นว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่มันวิกฤตมาก มันเป็นโรคร้ายที่จะฆ่าเราให้ตายได้ในเวลาไม่นาน เราจำเป็นต้องใช้ยาแรงๆที่แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีก่อน จากนั้นค่อยหาทางบำรุงรักษาสุขภาพให้ยั่งยืน ทางออกที่สวยงามและสมบูรณ์แบบอาจไม่ใช่ทางออกที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติครับ ผมคิดว่าเรื่องการเมืองมันไม่ใช่อะไรที่เราจะเรียกร้องความสมบูรณ์แบบ ผมจึงเสนอให้เลือกสนับสนุนทางเลือกที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และสามารถแก้โรคร้ายได้ทัน

ที่มันปิดกั้น ก็เพราะเราจะเกิดอคติขึ้น (ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความอคติที่สมควรที่จะอคติก็ตามทีเถอะ) เชื่อผมไหมครับ ความอคตินี่แหละมันจะค่อยๆ สั่งสมไปเรื่อยๆ แล้วมันจะปิดกั้นการรับรู้ที่กว้างขวางของเราลง (ไม่ถึงกับมืดมิด แต่ก็ไม่ชัดพอเท่าไหร่หรอกครับ) จริงอยู่มันไม่ได้เสียหายอะไร เราสู้เพื่อประเทศชาติ เราสู้เพื่อความถูกต้อง และความยุติธรรมบนพื้นฐานของคุณงามความดี แต่ต่อไปเรายังไม่รู้ว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกิดการแบ่งแยกกันอีกกี่ฝักกี่ฝ่าย กี่ก๊กกี่เหล่า กี่หมู่กี่กอง จะลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ จะแย่ไปกว่านี้อีกไหม เราบอกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นการที่เราทำตัวให้พร้อมที่จะรับรู้ข้อมูล อย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง (ถึงแม้ว่าบางฝ่ายมันน่าชัง จนน่ากระทืบด้วยซ้ำก็ตามที) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

ถึงแม้ว่าตัวอย่างข้างต้นมันจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ความเป็นกลางในความหมายของผมก็ยังคงเป็นดังที่กล่าวไปแล้ว แต่เพื่อป้องกันความสับสน ซึ่งผมเกรงว่าหลายๆ ท่านจะเข้าใจผิดไป ก็คือ ผมไม่ได้เสนอให้พวกเราดำรงชีวิตเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เป็นเพียงคนพิการ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีความสำนึกบุญคุณต่อชาติบ้านเมือง อกตัญญูต่อผืนแผ่นดินเกิด ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมต้องการสื่อความให้ทราบว่า ในการเรียนรู้เราต้องหัดที่จะเรียนรู้แบบเป็นกลาง (กลางแบบที่ผมกล่าวเอาไว้) ส่วนในการตัดสินใจ การเลือกปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์และโอกาส การพิจารณาไตร่ตรองบนพื้นฐานของความถูกต้องและคุณธรรมจริยธรรม จะทิ้งไม่ได้โดยเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลครับ  Smiley

« Last Edit: October 21, 2008, 11:40:59 PM by pairat » Logged
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #17 on: October 22, 2008, 12:38:58 AM »

.....อาจมีคนบอกว่า ความดีก็คือความดี ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง จะให้ไปรวมกับความชั่ว ความเลว ความสามานย์ ได้อย่างไรกัน แต่ทว่าในโลกความเป็นจริง เราจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ละครับที่จะมาตัดสินของจำพวกนามธรรมเช่นนี้.....

ดีกับชั่ว แยกกันง่ายๆ ครับ ว่าคุณทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์หรือไม่
ถ้าทำแล้วคนอื่นไม่ทุกข์ คือ ไม่ชั่วครับ

....................
ความเห็นที่ pairat ว่ามาเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะครับ ถ้าคุณแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่วไม่ออก ท่านพุทธทาสก็เคยกล่าวเอาไว้
ว่าถ้าคนเราแยกแยะระหว่างดีกับชั่วไม่ได้แล้ว คนๆ นั้นอันตราย
....................
และผมเลือกข้างที่ทำให้ผู้อื่นทุกข์น้อยที่สุด

ผมอาจจะสื่อสารไปไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นะครับ ที่ผมต้องการสื่อ คือว่า " คนเรานะส่วนมากมีทิฏฐิกันสูง ก็มักชอบอ้างว่า ตนนั้นดี ตนนั้นถูกต้อง ตนเป็นคนดี พวกพ้องของตนเป็นคนดี ส่วนพวกที่มีความเห็นต่างจากตนและพวกพ้อง เป็นพวกไม่ดี ดังนี้ผมจึงกล่าวว่า อาจมีคนบอกว่า ความดีก็คือความดี ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง จะให้ไปรวมกับความชั่ว ความเลว ความสามานย์ ได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าคนที่กล่าวเช่นนั้นจะเป็นคนดีจริงๆ แต่เราจะสามารถแสดงให้ประจักษ์ชัดเจนหรือตัดสินเด็ดขาดลงไปเลยด้วยหลักการที่เป็นรูปธรรม ว่าเค้าคนนั้นเป็นคนดีจริงๆ ได้อย่างไรกัน ซึ่งผมก็นึกไม่ออก มันดูเหมือนจะสามารถใช้หลักการตัดสินที่ยอมรับได้เฉพาะตนเท่านั้น อย่างเช่น สิ่งที่เขาทำนั้นทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์หรือไม่ เดือดร้อนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งหลักการแบบนี้ก็ไม่สามารถสร้างการยอมรับและความเชื่อถือจากทุกคนได้อย่างแท้จริง อีกทั้งหลักการแบบนี้จะตัดสินอย่างไรกันถ้าอยู่ในศาลสถิตยุติธรรม โดยยึดถือหลักการดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดความดีความชั่วของคน ผมคิดว่าคงไม่พ้นกลายเป็นวิจารณญาณของท่านผู้พิพากษาล้วนๆ เลยกระมัง ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาชนโดยมากจะไม่ยอมรับแน่นอน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นเรื่องให้คุณให้โทษผู้คน โดยเฉพาะสังคมไทยที่บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เลย ผมจึงกล่าวเอาไว้ว่า แต่ทว่าในโลกความเป็นจริง เราจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ละครับที่จะมาตัดสินของจำพวกนามธรรมเช่นนี้ "

แต่ถ้าผมแยกแยะความดีกับความชั่วไม่ออกจริงๆ ก็คงเป็ยบุคคลอันตรายจริงๆ ละครับ

« Last Edit: October 22, 2008, 12:41:56 AM by pairat » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6147


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #18 on: October 22, 2008, 07:26:35 AM »

ผมคิดว่าถ้าการเลือกข้างทำให่เกิดความแตกแยก ผมขอไม่เลือกครับ

...

และที่สำคัญ  การเลือกข้างเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกแยก

ขอถามเกี่ยวกับตรรกะที่ใช้กันหน่อย เอาแค่สนุก ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอะไรนะ
ถ้าใช้วิธีคิดที่บอกมา จะหมายความว่า

"ถ้ามีคนหนึ่งกำลังทำร้ายแฟนเราอย่างเมามัน แล้วเราจะไม่เลือกข้างแฟนเรา เอาอ้ายหนุ่มกลัดมันออกไป เพราะกลัวว่าเลือกข้างแล้วจะทำให้เกิดการแตกแยกหรือเปล่า ..."
 coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #19 on: October 22, 2008, 11:49:49 AM »

Quote
ตอนที่เรียนหนังสืออยู่ที่นี่ไม่เห็นบ่นเลยเวลาที่ตัวเองไม่เคารพกติกาของสถานศึกษา

ขอโทษคร้าบบบบ  icon adore icon adore Cry
ตอนนี้(เริ่ม)ปรับปรุงตัวแล้ว  2funny

Quote
"ถ้ามีคนหนึ่งกำลังทำร้ายแฟนเราอย่างเมามัน แล้วเราจะไม่เลือกข้างแฟนเรา เอาอ้ายหนุ่มกลัดมันออกไป เพราะกลัวว่าเลือกข้างแล้วจะทำให้เกิดการแตกแยกหรือเปล่า ..."

คิดเล่นๆนะครับ..เพราะไม่เคยเจอสถาณการณ์จริง
ผมต้องช่วยแฟนจากหนุ่มกลัดมันครับ (แม้จะเกิดการกระทบกระทั่งจนถึงขั้นมีการบาดเจ็บบ้าง... knuppel2)
แน่นอนว่าผมไม่อยากจะสมานมิตรในเรื่อง "ทำร้ายแฟนผม" กับหนุ่มกลัดมันในตอนนั้น

แต่ความรู้สึกผมคือ สถาณการณ์บ้านเมืองมันไม่สมมาตรกับสถานการณ์แฟนเรากระมังครับ  Huh
Logged
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 653


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #20 on: October 22, 2008, 12:19:39 PM »

แต่ความรู้สึกผมคือ สถาณการณ์บ้านเมืองมันไม่สมมาตรกับสถานการณ์แฟนเรากระมังครับ  Huh

อันนี้ผมว่าคุณต้องหาข้อมูลความเสียหายต่อชาติ รวมถึงการกระทำผิดกฏหมายของรัฐบาลที่ถูกไล่ มาศึกษาดูนะครับ

คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดว่า ถึงไม่สมมาตร ก็ใกล้เคียง

หรือคุณอาจจะพูดได้ว่าความเสียหายต่อชาติมากกว่าก็ได้ เพราะจำนวนคน x ความเสียหาย เป็นปริมาณมหาศาล
ถ้าคุณรวมผลกระทบต่อลูกหลานในอนาคต ก็จะได้ค่าความเสียหายมากขึ้นอีก

ถึงเราจะไม่สามารถทำนายอนาคตได้แม่นยำ 100% แต่ถ้าเราดูสถานการณ์ในอดีตของหลายๆประเทศเช่น ฟิลิปปินส์ อาร์เจนตินา ประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา และดูผลในปัจจุบัน เราน่าจะเห็นได้ว่าถ้าเราไม่ต่อต้านการชำเราประเทศในขณะนี้ ประเทศเราก็คงไม่หนีสภาพประเทศเหล่านั้น ภายในเวลาไม่นานนัก

หนังสือแนะนำและข้อสังเกต:
http://kostuff.blogspot.com/2007/08/blog-post.html
http://kostuff.blogspot.com/2007/11/blog-post_08.html
Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
void
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 43

สรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า ทุกคนอยู่ในโลกของการหลอกลวง


« Reply #21 on: October 22, 2008, 07:33:55 PM »


ขอบคุณ คุณ void มากครับ ที่ให้คำแนะนำเพิ่มเติม  icon adore icon adore icon adore

ผมจะไม่ขอกล่าวถึงเรื่อง อะไรเป็นทางโลก อะไรเป็นทางธรรม นะครับ

คือสิ่งที่ผมอธิบายไปทั้งหมด ผมไม่ได้เสนอให้ต้องเป็นผู้สังเกตการณ์ แล้วเอาไปใช้โดยยึดถือเป็นหลักการหรือสรณะในการดำเนินชีวิตนะครับ แต่แค่อยากบอกว่าถ้าอยากเห็นอะไรอย่างเป็นกลางต้องเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เป็นผู้สังเกตการณ์นี่ดีอย่างไร ดีตรงที่เราสามารถเปิดหูเปิดตารับข้อมูลทุกอย่างได้เต็มที่จริงๆ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ สมมุติถ้าเรานั่งคิดพิจารณาทุกๆ อย่างที่เรารับรู้เข้ามา รับรู้ทั้งสองแนวความคิดที่แตกต่างกัน พอถึงจุดๆ หนึ่ง (รับข้อมูลมาประมวลผลมากพอสมควรแล้ว) ด้วยการพิจารณาไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เราก็จะสรุปได้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี สิ่งไหนสมควรเห็นด้วย สิ่งไหนไม่สมควรเห็นด้วย แน่นอนในที่สุดเราก็สามารถตกลงปลงใจที่จะเชื่อในสิ่งที่พิจารณาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่ทีนี้ การตกลงปลงใจนี้แหละที่สร้างปัญหา มันปิดกั้นการรับรู้ที่กว้างขวางของเราลง ทำไมมันปิดกั้นล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้ปัญญานิ่มขนาดสูญเสียการแยกแยะอะไรต่อมิอะไรไม่ออกหลังจากตกลงปลงใจไปแล้วเพียงแค่เรื่องๆ หนึ่ง เราก็ยังแยกแยะผิดชอบชั่วดี ยังสามารถรู้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ได้ ถึงเราเลือกฝักเลือกฝ่าย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเห็นด้วยในทุกๆอย่างและทุกๆเรื่อง แต่นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ประเทศเราฝ่าวิกฤตไปได้ในขณะนี้ ดังที่หลายๆ ท่านเห็นด้วย และที่คุณ void บอกกล่าวไว้

ที่มันปิดกั้น ก็เพราะเราจะเกิดอคติขึ้น (ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความอคติที่สมควรที่จะอคติก็ตามทีเถอะ) เชื่อผมไหมครับ ความอคตินี่แหละมันจะค่อยๆ สั่งสมไปเรื่อยๆ แล้วมันจะปิดกั้นการรับรู้ที่กว้างขวางของเราลง (ไม่ถึงกับมืดมิด แต่ก็ไม่ชัดพอเท่าไหร่หรอกครับ) จริงอยู่มันไม่ได้เสียหายอะไร เราสู้เพื่อประเทศชาติ เราสู้เพื่อความถูกต้อง และความยุติธรรมบนพื้นฐานของคุณงามความดี แต่ต่อไปเรายังไม่รู้ว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกิดการแบ่งแยกกันอีกกี่ฝักกี่ฝ่าย กี่ก๊กกี่เหล่า กี่หมู่กี่กอง จะลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ จะแย่ไปกว่านี้อีกไหม เราบอกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นการที่เราทำตัวให้พร้อมที่จะรับรู้ข้อมูล อย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง (ถึงแม้ว่าบางฝ่ายมันน่าชัง จนน่ากระทืบด้วยซ้ำก็ตามที) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

ถึงแม้ว่าตัวอย่างข้างต้นมันจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ความเป็นกลางในความหมายของผมก็ยังคงเป็นดังที่กล่าวไปแล้ว แต่เพื่อป้องกันความสับสน ซึ่งผมเกรงว่าหลายๆ ท่านจะเข้าใจผิดไป ก็คือ ผมไม่ได้เสนอให้พวกเราดำรงชีวิตเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เป็นเพียงคนพิการ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีความสำนึกบุญคุณต่อชาติบ้านเมือง อกตัญญูต่อผืนแผ่นดินเกิด ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมต้องการสื่อความให้ทราบว่า ในการเรียนรู้เราต้องหัดที่จะเรียนรู้แบบเป็นกลาง (กลางแบบที่ผมกล่าวเอาไว้) ส่วนในการตัดสินใจ การเลือกปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์และโอกาส การพิจารณาไตร่ตรองบนพื้นฐานของความถูกต้องและคุณธรรมจริยธรรม จะทิ้งไม่ได้โดยเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลครับ  Smiley


ขอบคุณคุณ pairat ที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมครับ  smitten

ตอนนี้ผมเข้าใจสิ่งที่คุณ pairat พยายามสื่อมากขึ้นแล้ว และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อสรุปที่ว่า เราควรจะเรียนรู้แบบเป็นกลาง(อย่างที่คุณ pairat กล่าวมา) และเลือกตัดสินใจและปฏิบัติให้เหมาะกับสถานการณ์  great
Logged
Pages: « 1 2   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น