ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41529 Posts in 6269 Topics- by 9373 Members - Latest Member: toonzazass1
Pages: 1 2 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบปลายค่าย 2 ระดับไม่เกิน ม.5 2556-57 ภาคทฤษฎี  (Read 21026 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
WPMcB1997
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 55


« on: March 25, 2014, 03:40:45 PM »

รู้สึกปีนี้ข้อสอบจะหนาถึกทนเป็นพิเศษครับ...55555
ตอนนี้ผมยังอยู่โรงเรียน ใครมีเครื่องแสกนช่วยลงข้อสอบด้วยครับ  Smiley Smiley
« Last Edit: March 25, 2014, 10:34:31 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #1 on: March 25, 2014, 05:15:46 PM »

ข้อสอบครับของอาจารย์วุทธิพันธ์ smitten
« Last Edit: March 25, 2014, 06:18:15 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #2 on: March 25, 2014, 05:17:05 PM »

ข้อสอบของอาจารย์ปิยพงษ์
« Last Edit: March 25, 2014, 05:24:23 PM by krirkfah » Logged
Pun
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #3 on: March 25, 2014, 05:18:47 PM »

ข้อสอบอาจารย์ปิยพงษ์ทำได้นิดเดียวเอง
« Last Edit: May 21, 2020, 04:42:12 PM by Pun » Logged
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #4 on: March 25, 2014, 05:25:23 PM »

เริ่มเฉลยครับ ผมทำผิดไปเยอะและไม่ได้ทำไปเยอะมาก  buck2

ข้อ 5 ของอาจารย์ปิยพงษ์ครับ

ความยาวแท่งแก้วที่วัดในกรอบของท่อสุญญากาศ คือ \displaystyle \frac{a}{\gamma } โดย \gamma =\displaystyle \frac{1}{\sqrt{1-\beta ^2}}

ความเร็วของแสงเมื่อแผ่นแท่งแก้วในกรอบของแท่งแก้ว คือ  v^{\prime}=\displaystyle \frac{c}{n}

ความเร็วแสงในช่วงที่อยู่ในแท่งแก้วในกรอบของท่อสุญญากาศ  v=\displaystyle \frac{v^{\prime}+c\beta }{1+\displaystyle \frac{c\beta v^{\prime}}{c^2}}=\displaystyle \frac{\displaystyle \frac{c}{n}+c\beta }{1+\displaystyle \frac{\beta }{n}}

ดังนั้นเวลาที่แสงใช้ในการเดินทางในแท่งแก้วที่วัดโดยกรอบของท่อสุญญากาศ คือ t_{1}=\displaystyle \frac{a}{\gamma v}=\displaystyle \frac{a \sqrt{1-\beta ^2}(1+\displaystyle \frac{\beta }{n})}{\displaystyle \frac{c}{n}+c\beta }

เวลาที่แสงใช้ในการวิ่งผ่านท่อสุญญากาศในส่วนที่เหลือวัดโดยกรอบท่อสุญญากาศ(ส่วนหนึ่งวิ่งในแท่งแก้ว) คือ  t_2=\displaystyle \frac{L-a \sqrt{1-\beta ^2}}{c}

เพราะฉะนั้นเวลาที่แสงในในการเดินทางผ่านท่อสุญญากาศที่วัดในกรอบของท่อสุญญากาศ คือ T=t_1+t_2=\displaystyle \frac{a \sqrt{1-\beta ^2}(n+\beta)}{\displaystyle c+nc\beta }+\displaystyle \frac{L-a \sqrt{1-\beta ^2}}{c}

ผิดถูกอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ  Smiley
« Last Edit: March 25, 2014, 05:52:22 PM by krirkfah » Logged
มะตูม Kitabodin
Conan is a physicist
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 122

555


« Reply #5 on: March 25, 2014, 05:47:08 PM »

ข้อแรกยังไงอะครับ
Logged

[img alt=]http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/7c/Go-home.svg/100px-Go-home.svg.png[/img]
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #6 on: March 25, 2014, 05:49:32 PM »

ข้อแรกยังไงอะครับ
ทำตามตำแนะนำเลยครับ อนุรักษ์โมเมนตัมในแกน x  เท่านั้น แล้วใช้อนุรักษ์พลังงาน อย่าลืมแปลงความเร็วให้อยู่ในกรอบเฉื่อยด้วย
Logged
มะตูม Kitabodin
Conan is a physicist
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 122

555


« Reply #7 on: March 25, 2014, 05:51:45 PM »

ข้อแรกยังไงอะครับ
ทำตามตำแนะนำเลยครับ อนุรักษ์โมเมนตัมในแกน x  เท่านั้น แล้วใช้อนุรักษ์พลังงาน อย่าลืมแปลงความเร็วให้อยู่ในกรอบเฉื่อยด้วย
นั่นแหละครับ ผมไม่ได้แปลงนาน แปลงความเร็วในกรอบเฉื่อยยังไง......นะครับ
Logged

[img alt=]http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/7c/Go-home.svg/100px-Go-home.svg.png[/img]
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #8 on: March 25, 2014, 05:59:50 PM »

ข้อแรกยังไงอะครับ
ทำตามตำแนะนำเลยครับ อนุรักษ์โมเมนตัมในแกน x  เท่านั้น แล้วใช้อนุรักษ์พลังงาน อย่าลืมแปลงความเร็วให้อยู่ในกรอบเฉื่อยด้วย
นั่นแหละครับ ผมไม่ได้แปลงนาน แปลงความเร็วในกรอบเฉื่อยยังไง......นะครับ

ก็แตกความเร็ว v ในแกน x ครับ โดยทำเป็นที่ \theta ใดๆ แล้วไปใช้สมการของความเร็วสัมพัทธ์ครับ
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6325


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #9 on: March 25, 2014, 06:23:02 PM »

คำตอบข้อ 5 ภาค ข คือ T =\dfrac{L}{c} + \left( \dfrac{a}{c} \right) \left( n - 1 \right) \sqrt{\dfrac{\left( 1 - \beta \right)}{\left( 1 + \beta \right)}}

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #10 on: March 25, 2014, 06:26:13 PM »

คำตอบข้อ 5 ภาค ข คือ T =\dfrac{L}{c} + \left( \dfrac{a}{c} \right) \left( n - 1 \right) \sqrt{\dfrac{\left( 1 - \beta \right)}{\left( 1 + \beta \right)}}



ผมทำผิดตรงไหนหรอครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ  Cry
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6325


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #11 on: March 25, 2014, 06:34:01 PM »

คำตอบข้อ 5 ภาค ข คือ T =\dfrac{L}{c} + \left( \dfrac{a}{c} \right) \left( n - 1 \right) \sqrt{\dfrac{\left( 1 - \beta \right)}{\left( 1 + \beta \right)}}



ผมทำผิดตรงไหนหรอครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ  Cry

ระหว่างที่แสงเดินทางไปในแท่งแก้ว แท่งแก้วมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วย มันไม่ได้อยู่นิ่ง
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
krirkfah
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 631


« Reply #12 on: March 25, 2014, 06:35:14 PM »

คำตอบข้อ 5 ภาค ข คือ T =\dfrac{L}{c} + \left( \dfrac{a}{c} \right) \left( n - 1 \right) \sqrt{\dfrac{\left( 1 - \beta \right)}{\left( 1 + \beta \right)}}



ผมทำผิดตรงไหนหรอครับ ช่วยชี้แนะด้วยครับ  Cry

ระหว่างที่แสงเดินทางไปในแท่งแก้ว แท่งแก้วมันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วย มันไม่ได้อยู่นิ่ง

ขอบคุณครับ  Cry
Logged
sopure
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 1


« Reply #13 on: March 25, 2014, 06:56:46 PM »

ภาค ข ข้อ 4
เป็นปรากฏการณ์ Red shift (Doppler's effect ของแสง)
\[f=\sqrt{\frac{c+v}{c-v}} f_{0}\]

จากนั้นเปลี่ยนเป็น \lambda จาก \lambda = \frac{c}{v}

จะได้ \lambda_{0} = \sqrt{\frac{c+v}{c-v}} \lambda

จากนั้นก็แทนค่าตัวเลขแก้สมหาค่า  v
จะได้ค่า  v ติดลบ นั่นก็คือดวงดาวนั้นวิ่งหนีออกจากโลก
Logged
Luminous
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 12



« Reply #14 on: March 25, 2014, 09:41:33 PM »

ข้อ 2 ภาค ก นะครับ
ก) จากคำแนะนำ จะได้ \displaystyle \delta B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i\delta l}{r^{2}}\sin (90^\circ +\psi  )
ซึ่ง  \displaystyle \sin (90^\circ +\psi  )=\cos \psi เราหาค่านี้ได้โดยดูที่ภาพที่ขยายขึ้นมา
เราประมาณว่าสามเหลี่ยมนั้นเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก เราจะได้ \displaystyle \cos \psi =\frac{r\delta \theta }{\delta l}
แทนกลับไปจะได้ \displaystyle \delta B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i\cancel{\delta l}}{r^{2}}\frac{r\delta \theta }{\cancel{\delta l}}
เนื่องจาก \displaystyle r=r_{0}e^{\lambda \theta }
ได้ \displaystyle \delta B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i\delta \theta }{r_{0}e^{\lambda \theta }}
ทำการอินทิเกรต \displaystyle B_{o}=\int ^{2\pi }_{0}\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}e^{\lambda \theta }}d\theta
                                  \displaystyle =\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}(-\lambda) }}(\frac{1}{e^{2\pi \lambda }}-\frac{1}{e^{0}})
                                  \displaystyle =\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}\lambda}}(1-\frac{1}{e^{2\pi \lambda }})
ข) เราสามารถเขียน \displaystyle e^{x}=1+\frac{x}{1!}+\frac{x^{2}}{2!}+\frac{x^{3}}{3!}+...
จะได้  \displaystyle e^{-2\pi \lambda}=1+\frac{-2\pi \lambda}{1!}+\frac{(-2\pi \lambda)^{2}}{2!}+\frac{(-2\pi \lambda)^{3}}{3!}+...
เมื่อแทนกลับไปใน B ได้  \displaystyle B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}\lambda}}[1-(1+\frac{-2\pi \lambda}{1!}+\frac{(-2\pi \lambda)^{2}}{2!}+\frac{(-2\pi \lambda)^{3}}{3!}+...)]
\displaystyle B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}}}[\frac{2\pi}{1!}+\frac{(2\pi \lambda)}{2!}+\frac{(2\pi \lambda)^{2}}{3!}+...]
\displaystyle \displaystyle \lim_{\lambda  \to 0}B_{o}=\frac{\mu _{0}}{4\pi }\frac{i}{r_{0}}}[\frac{2\pi}{1!}+\cancelto{0}{\frac{(2\pi \lambda)}{2!}}+\cancelto{0}{\frac{(2\pi \lambda)^{2}}{3!}}+...]
\displaystyle \displaystyle \lim_{\lambda  \to 0}B_{o}=\frac{\mu _{0}i}{2r_{0}}}
ตอนสอบลนจนลืมแทนมุม Cry
Logged

The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.
Pages: 1 2 »   Go Up
Print
Jump to: