มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41095 Posts in 6122 Topics- by 6885 Members - Latest Member: สุริยาพร
mPEC Forumถามโจทย์ปัญหาถามโจทย์ปัญหาคลื่น แสง เสียงสงสัยเรื่องสมการการเลี้ยวเบนใน young ครับ
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: สงสัยเรื่องสมการการเลี้ยวเบนใน young ครับ  (Read 2975 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 191


« on: August 19, 2013, 03:09:20 PM »

young เล่ม 3 หน้า 1168-1169 ส่วนที่กล่าวว่า

"...ก่อนอื่นพิจารณาแถบแคบสองแถบ แถบหนึ่งอยูใต้ขอบบนสุดของปลายรูปวาดของสลิตพอดีและอีกแถบหนึ่งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของสลิต..." "ผลต่างในความยาวเส้นทางไปยังจุด P (จุดหนึ่งบนฉาก) คือ (\dfrac{a}{2})sin\theta โดยที่ a คือความกว้างสลิตและ \theta คือมุมระหว่างเส้นตั้งฉากไปยังสลิตกับเส้นจากจุดศูนย์กลางของสลิตไปยัง P สมมติว่าผลต่างเส้นทางนี้เท่ากับ \dfrac{\lambda}{2} แล้วแสงจากแถบจากสองแถบนี้จะไปถึงจุด P โดยมีเฟสต่างกันครึ่งรอบและหักล้างกัน"

ข้อความสีแดงดังกล่าวนำมาซึ่งสมการริ้วมืดของการเลี้ยวเบน ผมสงสัยว่าถ้าเราเปลี่ยนข้อสมมติเป็น ผลต่างเส้นทางเท่ากับ \lambda เพื่อให้เกิดสมการริ้วสว่างของการเลี้ยวเบนจะได้ไหมครับ เพราะอะไรครับ  idiot2

ขอบคุณล่วงหน้าครับ  smitten
Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #1 on: August 19, 2013, 06:34:08 PM »

ถ้าให้ผมตอบตามทฤษฏีตรงๆก็คือไม่ได้ครับ
เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราจะให้ผลต่างเส้นทางเป็น \lambda ก็จริงแต่ว่าเราต้องไม่ลืมว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแถบที่อยู่ชิดกัน อันถัดไปก็จะมีผลต่างเส้นทางที่ไม่เป็นศูนย์และดังนั้นเกิดการshiftของphase แน่นอนเลยทำให้เราไม่สามารถสรุปได้ว่ามันจะสว่างที่สุด เพราะอาจจะมีบางcaseที่ผลต่างเส้นทางไม่เท่ากับ  \lambda แต่อาจให้ค่าสูงสุดได้(ซึ่งนั่นคืออะไรที่เกิดขึ้นจริงๆ)
Logged
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 191


« Reply #2 on: August 19, 2013, 11:01:18 PM »

ถ้าให้ผมตอบตามทฤษฏีตรงๆก็คือไม่ได้ครับ
เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราจะให้ผลต่างเส้นทางเป็น \lambda ก็จริงแต่ว่าเราต้องไม่ลืมว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแถบที่อยู่ชิดกัน อันถัดไปก็จะมีผลต่างเส้นทางที่ไม่เป็นศูนย์และดังนั้นเกิดการshiftของphase แน่นอนเลยทำให้เราไม่สามารถสรุปได้ว่ามันจะสว่างที่สุด เพราะอาจจะมีบางcaseที่ผลต่างเส้นทางไม่เท่ากับ  \lambda แต่อาจให้ค่าสูงสุดได้(ซึ่งนั่นคืออะไรที่เกิดขึ้นจริงๆ)

รบกวนช่วยขยายความตรงนี้หน่อยครับ ไม่ค่อยเข้าใจน่ะครับ ขอโทษด้วยครับ  Cry icon adore
Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #3 on: August 20, 2013, 12:36:43 PM »

ลองดูตามภาพที่แนบมาครับ
Logged
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 191


« Reply #4 on: August 20, 2013, 06:34:19 PM »

ผมยังสงสัยครับว่าการที่แถบ(ที่เราแบ่ง)ที่อยู่ถัดไปมีผลต่างเส้นทางไม่เป็นศูนย์มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไม่ใช่เหรอครับ หากเราให้แถบก่อนหน้านั้นมีผลต่างเส้นทางเป็น \lambda แถบถัดไปก็น่าจะมีผลต่างเส้นทางเป็น \lambda แล้วทำไมถึงมีการเลื่อนเฟสได้ครับ

รบกวนด้วยครับ  buck2
Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #5 on: August 21, 2013, 06:33:22 PM »

ผมยังสงสัยครับว่าการที่แถบ(ที่เราแบ่ง)ที่อยู่ถัดไปมีผลต่างเส้นทางไม่เป็นศูนย์มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไม่ใช่เหรอครับ หากเราให้แถบก่อนหน้านั้นมีผลต่างเส้นทางเป็น \lambda แถบถัดไปก็น่าจะมีผลต่างเส้นทางเป็น \lambda แล้วทำไมถึงมีการเลื่อนเฟสได้ครับ

รบกวนด้วยครับ  buck2
คือว่าแถบกับคู่ของแถบมีผลต่างเส้นทางเป็น \lambda จริง แต่ว่าแถบกับคู่ของแถบมีผลต่างเส้นทางค่าหนึ่งแน่ๆกับแถบและคู่ของแถบอันอื่น
ความจริงถ้าคุณCanonx เคยอ่าน youngมาแล้วก็คงจะรู้ว่าyoung เค้าบอกว่าสิ่งที่คุณพูดมามันใช้ไม่ได้ และจริงๆแล้วถ้าคุณอ่านดีๆ เค้าบอกวิธีที่ถูกไว้แล้วด้วย
« Last Edit: August 21, 2013, 06:35:08 PM by jali » Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น