มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41056 Posts in 6102 Topics- by 6143 Members - Latest Member: Latte
mPEC Forumถามโจทย์ปัญหาถามโจทย์ปัญหาฟิสิกส์อื่นๆ หลักในการแปลงวงจรมีเหลักอย่างไร (ฟิสิกส์ ม.3)
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: หลักในการแปลงวงจรมีเหลักอย่างไร (ฟิสิกส์ ม.3)  (Read 7053 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
win2512
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« on: September 07, 2012, 01:51:10 PM »

เรียนถามทุกท่านที่ทราบ

ตามรูปในนี้ครับ


http://uploadingit.com/file/kuuyxr56qaze63yb/circuit.jpg

หรือ

http://pic.free.in.th/id/88b4e1142c218e941fe9374967ab073f


คำถามตามในรูปครับ  คือ


ข้อ 1
มีหลักการแปลงอย่างไร
และเมื่อแปลงแล้ว   4 โอห์ม  หายไปไหน

ข้อ 2
มีหลักการแปลงอย่างไร
แล้วทำไมแปลงตามรูปด้านขวาไม่ได้

ข้อ 3
มีหลักการแปลงอย่างไร

รบกวนด้วยครับ
ขอบคุณครับ
« Last Edit: September 07, 2012, 03:25:14 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #1 on: September 07, 2012, 06:39:22 PM »

ข้อ1ก่อนเลยนะครับ
ถ้าเราดูโจทย์ดีๆจะเห็นว่าจุดที่อยู่ทางซ้ายจุดAผมให้เป็นจุดC
มีศักย์เท่าจุดB(เห็นไหมครับว่าทำไม Grin) จากตรงนี้จะได้ว่า6,3,2โอห์มต่อกันอยู่แบบขนานยุบแล้วได้1
Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #2 on: September 07, 2012, 06:48:33 PM »

ข้อ2ครับ
10โอห์มไมได้ต่อขนานกันอยู่นะครับแต่ตอบ6ถูกแล้ว
ข้อ3ครับ
10 ohmสองตัวต่อขนานกันอยู่ยุบได้5เมื่อคิด
\Delta V=IRร่วมด้วยจะได้R=5
Logged
win2512
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #3 on: September 08, 2012, 08:58:43 PM »

ขอบคุณ คุณjali  ที่ตอบคำถามให้ครับ

คนถามเป็นลุง  ถามให้หลานครับ

ในข้อหนึ่งที่เขียนเป็นหลายมือว่า  แปลงได้เป็นนั้น เกิดจากการดูเฉลยแล้ว  ยังไม่เข้าใจที่มาที่ไป  ว่าทำไมแปลงออกมาได้อย่างนั้น

ตามที่  คุณjali  บอกว่าให้ดูที่ศักย์ว่าเท่ากันแสดงว่าใช้ศักย์เป็นตัวกำหนดใช่ไหมครับ

1. วิธีใช้ศักย์เป็นตัวกำหนด  มีหลักการอย่างไร  ว่าเอาหรือไม่เอาตัวต้านทานตัวไหน    และต่อแบบใด   อนุกรมหรือขนาน

2. ข้อ 1 ในรูป   เมื่อแปลงแล้วตัวต้านทาน   4 โอห์ม  หายไปไหน  หายไปได้อย่างไร

3. ข้อ 1 ในรูป   เมื่อแปลงแล้วตัวต้านทาน   2 โอห์ม  น่าจะหายไปด้วย
ตามความเข้าใจผม  คือ  คิดจาก จุด  a ไปจุด b  มีตัวต้านที่เกียวในระหว่างจุด  a ไปจุด b  คือ   6 โอห์ม กับ  3 โอห์ม
 2 โอห์ม กับ  4 โอห์ม  ไม่ได้อยู่ในระหว่างจุด  a ไปจุด b  แล้วทำเอา  2 โอห์ม มาคิดครับ

รบกวนด้วยครับ
ขอบคุณครับ

Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #4 on: September 09, 2012, 08:46:36 AM »

ไม่ได้ใช้วิธีดูที่ศักย์นะครับแต่ใช้หลักที่ว่าสายไฟมีความต้านทานน้อยมาก(ในโจทย์แบบนี้มักจะถือว่าไม่มีความต้านทาน)จึงทำให้มีความต่างศักย์คร่อมน้อยมากเช่นกัน
ดังนั้นศักย์ที่จุดปลายซึ่งสายไฟต่อเชื่อมจึงมีค่าเท่ากัน จึงเสมือนว่าเป็นจุดเดียวกันตามรูป
Logged
win2512
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #5 on: September 10, 2012, 10:39:46 AM »


ขอบคุณ คุณjali  ที่ตอบคำถามและทำรูปให้ดูให้ครับ

ผมยังงงอยู่มากครับ  เรื่องหลักการแปลงวงจร 
ให้หลานดูคำตอบข้อ

ไม่ได้ใช้วิธีดูที่ศักย์นะครับแต่ใช้หลักที่ว่าสายไฟมีความต้านทานน้อยมาก(ในโจทย์แบบนี้มักจะถือว่าไม่มีความต้านทาน)จึงทำให้มีความต่างศักย์คร่อมน้อยมากเช่นกัน
ดังนั้นศักย์ที่จุดปลายซึ่งสายไฟต่อเชื่อมจึงมีค่าเท่ากัน จึงเสมือนว่าเป็นจุดเดียวกันตามรูป

หลานก็งงครับ

ไม่ทราบว่า   คุณjali  พอมีเว็บที่อธิบายหลักการแปลงวงจรไหมครับ (เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจ)
ผมได้ลองค้นดู  แต่ยังไม่เจอที่อธิบายหลักการแปลงวงจร

รบกวนด้วยครับ
ขอบคุณครับ

Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6227


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #6 on: September 10, 2012, 11:54:32 AM »

หลักง่าย ๆ สำหรับเด็ก ๆ เมื่อเจอวงจรตัวต้านทานที่ต่อซับซ้อนคือการแทนที่กลุ่มตัวต้านทานด้วยตัวต้านทานเพียงตัวเดียว หรือที่มักเรียกกันว่ายุบตัวต้านทาน

1. ถ้าต่ออนุกรมกัน (กระแสเดียวกันผ่านทุกตัว) ความต้านทานของตัวเดียวที่มาแทนของกลุ่มคือผลบวกของความต้านทานแต่ละตัว
2. ถ้าต่อแบบขนานกัน (ความต่างศักย์เดียวกันคร่อมทุกตัว) ส่วนกลับของความต้านทานของตัวเดียวที่มาแทนคือผลบวกของส่วนกลับของความต้านทานแต่ละตัว

3. มีแบบอื่นด้วยที่ไม่ใช่แบบอนุกรมหรือขนาน ใช้ยุบแบบสองวิธีแรกไม่ได้ ต้องใช้หลักการอื่น  แต่มีบางกรณีที่ปัญหามีความสมมาตร ทำให้แปลงวงจรเป็นแบบอนุกรมหรือขนานได้ โดยการถอดตัวต้านทานบางตัวออก หรือต่อตัวต้านทานบางตัวด้วยลวดตัวนำที่ไม่มีความต้านทานได้

พวกที่ถอดออกได้คือพวกที่ไม่มีกระแสผ่าน มันเหมือนมีความต้านทานอนันต์ ช่องว่างที่กระแสผ่านไม่ได้คือตัวต้านทานอนันต์  ดังนั้นตัวไหนไม่มีกระแสผ่านก็ถอดให้เป็นที่ว่างได้เลย

ในตัวอย่างที่เขาถอดตัวต้านทาน 4 โอห์ม ทิ้ง เป็นเพราะว่าไม่มีกระแสผ่านตัวนั้น เพราะปลายสองข้างของตัวต้านทานอยู่ที่จุดเดียวกัน ความต่างศักย์ V คร่อมมันเป็นศูนย์ ตามกฎของโอห์ม V = IR กระแสจึงเป็นศูนย์

พวกที่ศักย์เท่ากัน (ดูได้จากความสมมาตร เช่นสองทางเหมือนกัน) เอาลวดตัวนำต่อถึงกันได้

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
win2512
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #7 on: September 16, 2012, 11:12:23 AM »

ขอบคุณ คุณปิยพงษ์  ที่ตอบเพิ่มเติมหลักการให้ครับ
Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น