มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41139 Posts in 6136 Topics- by 7772 Members - Latest Member: น้องดิว
mPEC Forumถามโจทย์ปัญหาถามโจทย์ปัญหากลศาสตร์ทำไมคนตกลงมาจากตึกสูงถึงตายครับ
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ทำไมคนตกลงมาจากตึกสูงถึงตายครับ  (Read 6876 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
noitulos
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« on: August 29, 2012, 11:23:07 PM »

ตามที่ผมเข้าใจคือ การที่เรากระโดดบนพื้น หรือ ตกจากตึกสูง
มีแรงที่พื้นทำต่อเราเท่ากันคือ mg แล้วทำไมคนที่ตกจากตึกถึงได้รับบาดเจ็บครับ ??
Logged
K.P.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 96



« Reply #1 on: August 30, 2012, 12:34:58 AM »

1)แรงที่กระทำต่อเราไม่ใช่ mg นะครับ (นั่นเป็นในกรณีที่เราอยู่นิ่งบนผิวโลก จะมีแรงปฏิกิริยา N = mg จึงอยู่นิ่ง <mg เป็นแรงดึงดูดของโลกที่กระทำต่อมวลm>)

2)สมมติว่าตึกสูงh ความเร็วก่อนถึงพื้นจะเป็น v = \sqrt{2gh} หลังจากที่คนตกถึงพื้นคนจะมีความเร็วเป็นศูนย์แทบจะทันที
 F=\frac{\delta P}{\delta t} = \frac{m(0-v)}{\delta t} = -\frac{mv}{\delta t} จะเห็นว่า ถ้า \delta t น้อยมากๆ และ v มากๆ(ตึกสูง) แรงกระทำจะยิ่งมาก คนจึงตายครับ
Logged
noitulos
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« Reply #2 on: August 30, 2012, 01:14:41 AM »

1)แรงที่กระทำต่อเราไม่ใช่ mg นะครับ (นั่นเป็นในกรณีที่เราอยู่นิ่งบนผิวโลก จะมีแรงปฏิกิริยา N = mg จึงอยู่นิ่ง <mg เป็นแรงดึงดูดของโลกที่กระทำต่อมวลm>)

2)สมมติว่าตึกสูงh ความเร็วก่อนถึงพื้นจะเป็น v = \sqrt{2gh} หลังจากที่คนตกถึงพื้นคนจะมีความเร็วเป็นศูนย์แทบจะทันที
 F=\frac{\delta P}{\delta t} = \frac{m(0-v)}{\delta t} = -\frac{mv}{\delta t} จะเห็นว่า ถ้า \delta t น้อยมากๆ และ v มากๆ(ตึกสูง) แรงกระทำจะยิ่งมาก คนจึงตายครับ

คือตามที่ผมคิด GMm/R^2 การที่ตึกสูง10เมตร เมื่อเทียบกับรัศมีโลก ไม่ได้ทำให้ความเร่งของวัตถุเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ผมเลยประมาณ a=gไป

ส่วน F=dP/dt = d(mv)/dt = m dv/dt  เอามวลที่ประมาณให้คงที่ออกมา
ถ้าผมแทน dv/dt =a    F=ma=mg ผมคิดว่าการที่มวลและความเร่งเกือบคงที่นี้ ไม่ได้ทำให้สองสถาณการณ์ต่างกันเลย

แนวคิดของผมผิดตรงไหนหรือเปล่าครับ?  idiot2
Logged
K.P.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 96



« Reply #3 on: August 30, 2012, 07:28:08 AM »

คือ คนไม่ได้ตายเพราะแรงโน้มถ่วงครับ แต่เมื่อตกลงมามีความเร็วเทียบกับพื้น ซึ่งคนทะลุพื้นไปต่อไม่ได้ พื้นจึงออกแรง F ดันให้คนหยุด กระบวนการตรงนี้ เกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้แรงที่ทำให้คนเปลี่ยนความเร็วจาก v เป็น 0 มีขนาดโตมาก คนจึงตาย
Logged
noitulos
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« Reply #4 on: August 31, 2012, 10:08:14 PM »

ใช้หลักหรือทฤษฎีอะไรในการคิดเรื่องนี้บ้างครับ? คนที่ตกลงมาจะไม่กระเด็นขึ้นจากพื้นใช่ไหมครับ?  idiot2
Logged
mopyi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 373


« Reply #5 on: August 31, 2012, 11:32:30 PM »

ใช้หลักหรือทฤษฎีอะไรในการคิดเรื่องนี้บ้างครับ? คนที่ตกลงมาจะไม่กระเด็นขึ้นจากพื้นใช่ไหมครับ?  idiot2

ใช้หลักของโมเมนตัมและการดลครับ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะกระเด็นจากพื้นหรือเปล่า เพราะจากสมการของพี่ K.P. เค้าให้ v = 0 m/s ไปเลย
แต่ผมคิดว่ามันคงขึ้นอยู่กับตัวคนด้วยแหละครับ อย่างเช่นเวลาเราปล่อยหนังสือหนักๆ กับลูกแก้วเล็กๆจากความสูงเท่ากัน ลูกแก้วจะกระเด้งขึ้นมาสูงกว่าหนังสือครับ Smiley
Logged

Hitch your wagon to the star.
K.P.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 96



« Reply #6 on: September 01, 2012, 07:18:37 AM »

ขอเสริมนะครับ

กรณี v=0 คือ คนรับแรงน้อยที่สุดครับ ถ้ากระเด้งขึ้นมานี่ F จะมากกว่า

นอกจากนี้ พลังงานส่วนหนึ่ง ถ้าไม่กระเด้งขึ้น จะถูกใช้ไปกับการเปลี่ยนรูปร่างของวัตถุด้วย (deformation) เช่น เค้ก ตกลงพื้นแล้วมันเละ แต่ไม่กระเด้งขึ้น
« Last Edit: September 01, 2012, 08:40:41 AM by K.P. » Logged
mopyi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 373


« Reply #7 on: September 01, 2012, 11:18:46 AM »

ขอเสริมนะครับ

กรณี v=0 คือ คนรับแรงน้อยที่สุดครับ ถ้ากระเด้งขึ้นมานี่ F จะมากกว่า

นอกจากนี้ พลังงานส่วนหนึ่ง ถ้าไม่กระเด้งขึ้น จะถูกใช้ไปกับการเปลี่ยนรูปร่างของวัตถุด้วย (deformation) เช่น เค้ก ตกลงพื้นแล้วมันเละ แต่ไม่กระเด้งขึ้น

อ่อ ขอบคุณมากครับ  Wink แสดงว่าใช้หลักของพลังงานคิดนั่นเอง โดยงานจากแรงที่พื้นทำจะมีค่าน้อยมาก เพราะระยะตามแนวแรงแทบจะเป็น 0
แต่พลังงานที่เหลือจะเป็นพลังงานจลน์เหมือนเดิมหรือเปลี่ยนเป็นอะไรนั้น คงจะขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นและวัตถุครับ
Logged

Hitch your wagon to the star.
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #8 on: September 01, 2012, 03:47:41 PM »

... แสดงว่าใช้หลักของพลังงานคิดนั่นเอง โดยงานจากแรงที่พื้นทำจะมีค่าน้อยมาก เพราะระยะตามแนวแรงแทบจะเป็น 0
...

จริงหรือ  ระยะทางที่แรงทำอาจน้อย แต่ขนาดแรงมีค่ามากกก คูณกันก็ได้ค่ามากได้  ถ้าวัตถุตกลงมาแล้วหยุด งานที่พื้นทำ (เป็นลบ) จะมีขนาดเท่ากับพลังงานจลน์ของวัตถุก่อนกระทบพื้น (บวกด้วยงานโดยแรงโน้มถ่วงในช่วงนั้นซึ่งมีขนาดน้อยมาก เพราะแรงโน้มถ่วงมีขนาดน้อยเทียบกับแรงจากการชน)
« Last Edit: September 01, 2012, 05:26:36 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
noitulos
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« Reply #9 on: September 01, 2012, 05:06:55 PM »

งานที่พื้นทำต่อคนจะต้องมากกว่าหรือเท่ากับงานจากแรงโน้มถ่วงหรือไม่ครับ?
ความเร็วเป็นศูนย์นั้นสามารถเป็นจริงได้หรือเปล่าครับ ผมคิดว่าถ้าความเร็วเป็นศูนย์ วัตถุต้องหยุดนิ่ง
ทำให้ระยะทางตามแนวแรงนับจากตกถึงพื้นเป็นศูนย์ ถ้าคิดจากแรงคูณระยะทาง งานที่พื้นทำก็เป็นศูนย์ด้วย ??
« Last Edit: September 01, 2012, 05:15:32 PM by noitulos » Logged
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #10 on: September 01, 2012, 05:23:32 PM »

... ผมคิดว่าถ้าความเร็วเป็นศูนย์ วัตถุต้องหยุดนิ่ง
ทำให้ระยะทางตามแนวแรงนับจากตกถึงพื้นเป็นศูนย์ ถ้าคิดจากแรงคูณระยะทาง งานที่พื้นทำก็เป็นศูนย์ด้วย ??
ความเร็วเป็น0ไม่ได้บ่งบอกว่าระยะตามแนวแรงเป็น0นะครับ โดยส่วนใหญ่แล้ววัตถุจะยุบหรือไม่ก็พื้นยุบนี่ทำให้งานก็ไม่เป็น0แล้ว
Logged
mopyi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 373


« Reply #11 on: September 02, 2012, 06:28:48 PM »

... แสดงว่าใช้หลักของพลังงานคิดนั่นเอง โดยงานจากแรงที่พื้นทำจะมีค่าน้อยมาก เพราะระยะตามแนวแรงแทบจะเป็น 0
...

จริงหรือ  ระยะทางที่แรงทำอาจน้อย แต่ขนาดแรงมีค่ามากกก คูณกันก็ได้ค่ามากได้  ถ้าวัตถุตกลงมาแล้วหยุด งานที่พื้นทำ (เป็นลบ) จะมีขนาดเท่ากับพลังงานจลน์ของวัตถุก่อนกระทบพื้น (บวกด้วยงานโดยแรงโน้มถ่วงในช่วงนั้นซึ่งมีขนาดน้อยมาก เพราะแรงโน้มถ่วงมีขนาดน้อยเทียบกับแรงจากการชน)

จริงด้วยครับ ถ้าขนาดมากกกในกรณีตกลงมาจากที่สูงมากก  งานก็มีผล แต่ถ้าในกรณีที่มันกระเด้งขึ้นงานก็จะเป็นลบมากกว่าพลังงานจลน์ตอนแรก แสดงว่าพลังงานจลน์ตอนหลังก็มีค่าเป็นลบเหรอครับ  idiot2 เพราะจากสมการ \Sigma E_{1} + W_{\text{other forces}} = \Sigma E_{2}
Logged

Hitch your wagon to the star.
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 930


« Reply #12 on: September 02, 2012, 08:45:07 PM »

คิดแบบนี้ครับว่าตอนแรกแรงสวนกับการกระจัด นี่ทำงานติดลบ
แล้วต่อมาแรงก็ดันให้วัตถุเด้งขึ้นมา(ถ้ามันเด้งนะครับ)งานตรงนี้เป็นบวก
...

จริงด้วยครับ ถ้าขนาดมากกกในกรณีตกลงมาจากที่สูงมากก  งานก็มีผล แต่ถ้าในกรณีที่มันกระเด้งขึ้นงานก็จะเป็นลบมากกว่าพลังงานจลน์ตอนแรก แสดงว่าพลังงานจลน์ตอนหลังก็มีค่าเป็นลบเหรอครับ  idiot2 เพราะจากสมการ \Sigma E_{1} + W_{\text{other forces}} = \Sigma E_{2}
เอาอะไรมาบอกครับว่างานมันลบมากกว่าพลังงานจลน์ตอนแรก
Logged
mopyi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 373


« Reply #13 on: September 02, 2012, 09:21:54 PM »

คิดแบบนี้ครับว่าตอนแรกแรงสวนกับการกระจัด นี่ทำงานติดลบ
แล้วต่อมาแรงก็ดันให้วัตถุเด้งขึ้นมา(ถ้ามันเด้งนะครับ)งานตรงนี้เป็นบวก
...

จริงด้วยครับ ถ้าขนาดมากกกในกรณีตกลงมาจากที่สูงมากก  งานก็มีผล แต่ถ้าในกรณีที่มันกระเด้งขึ้นงานก็จะเป็นลบมากกว่าพลังงานจลน์ตอนแรก แสดงว่าพลังงานจลน์ตอนหลังก็มีค่าเป็นลบเหรอครับ  idiot2 เพราะจากสมการ \Sigma E_{1} + W_{\text{other forces}} = \Sigma E_{2}
เอาอะไรมาบอกครับว่างานมันลบมากกว่าพลังงานจลน์ตอนแรก
เข้าใจแล้วครับ มันต้องแยกคิดเป็น 2 ช่วงคือช่วงลงกับช่วงขึ้นสินะครับ ตอนแรกผมไปมั่วเองว่างานมากกว่าเพราะผมไปมองกรณีที่แรงพอดีที่ทำให้วัตถุหยุดนิ่งกับพื้น ถ้ามันกระเด้งมันเลยต้องใช้แรงมากกว่า ก็เลยไปโมเมว่างานมากกว่า แต่ที่จริงตอนขาลงของที่กระเด้งการกระจัดมันน้อยกว่า งานเลยเท่ากันและพอดีที่ทำให้วัตถุหยุดนิ่งชั่วขณะที่พื้น  bang head  bang head
Logged

Hitch your wagon to the star.
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 653


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #14 on: September 17, 2012, 12:51:15 PM »

ทดลองเอาถุงพลาสติกขนาดต่างๆใส่น้ำ ปิดถุงให้แน่น แล้วปล่อยจากที่สูงสิครับ
เราเปรียบเทียบการเสียหายของถุงพลาสติกกับร่างกายคนได้  Smiley
Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น