ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37972 Posts in 5626 Topics- by 4057 Members - Latest Member: elevatorthailand
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: เรื่องพลังงานภายในครับ  (Read 592 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 654


« on: August 18, 2012, 10:23:48 AM »

คือในหนังสือเขาบอกว่า"เราแทนแรงไม่อนุรักษ์ด้วยพลังงานศักย์ไม่ได้แต่สามารถแทนได้ด้วยพลังงานอื่น"
แล้วเขาก็บอกว่า"(ขนาด)งานที่แรงเสียดทานทำทั้งหมดไปเพิ่มพลังงานภายในขึ้นมาด้วยค่าเท่านั้นหรือ \Delta U_{int}= -W_{other}"
ทีนี้ผมสงสัยว่าเวลาที่ล้อรถไถล(เมื่อเบรก)แรงเสียดทานทำงานให้เฉพาะกับล้อ(เพราะถนนอยู่นิ่ง)ล้อจึงมีพลังงานภายในที่เปลี่ยนแปลง(จากงานของแรงเสียดทาน)ในขณะที่ถนนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานภายใน
แต่ถนนกลับร้อนขึ้นผมจึงสงสัยว่าพลังงานภายในของถนนเพิ่มขึ้นมาจากไหนครับ
Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #1 on: August 18, 2012, 06:02:35 PM »

อืม... แต่การไหลของพลังงานสามารถไหลในรูปของความร้อนได้ด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่งานกลอย่างเดียว  Wink  Huh
Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 654


« Reply #2 on: August 19, 2012, 11:10:06 AM »

หมายความว่าตอนแรกงานทำให้ล้อมีพลังงานภายในเพิ่มขึ้น ดังนั้นอุณหภูมิจึงเพิ่มขึ้นและเนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้มันปรับตัวเข้าสู่สมดุลกับถนน ถนนจึงร้อนขึ้น
แบบนี้หรือเปล่าครับ
Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #3 on: August 20, 2012, 10:41:01 PM »

หมายถึง งานกลถูกแปลงไปเป็นความร้อนครับ ผมคิดว่าการที่เราบอกว่าพื้นอยู่นิ่งนั้นแปลว่าระบบของเราได้ถูกรบกวนจากแรงภายนอกซึ่งต้องทำให้พื้นอยู่นิ่ง เดิมทีแรงเสียดทานตั้งใจจะทำงานต่อพื้นทำให้พื้นเลื่อนไถลไป แต่พื้นถูกยึดไว้ งานส่วนที่"ไม่ได้ทำ"นี้จึงเปลี่ยนรูปเป็นความร้อนครับ

พอมาพยายามนั่งนึกภาพการไหลของพลังงานแล้วก็มึนหัวเหมือนกันนะนี่  buck2

หมายความว่าตอนแรกงานทำให้ล้อมีพลังงานภายในเพิ่มขึ้น ดังนั้นอุณหภูมิจึงเพิ่มขึ้นและเนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้มันปรับตัวเข้าสู่สมดุลกับถนน ถนนจึงร้อนขึ้น
แบบนี้หรือเปล่าครับ
Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 654


« Reply #4 on: August 21, 2012, 07:31:15 AM »

อย่างนี้หรือเปล่าครับงานจากแรงเสียดทานที่พื้นทำต่อล้อเปลี่ยนเป็นพลังงานภายในของล้อ
และในขณะเดียวกันนั้นงาน(ส่วนที่ควรจะได้ทำแต่ไม่ได้ทำ)ที่ล้อไม่ได้ทำต่อพื้นก็เปลี่ยนไปเป็นพลังงานภายในของพื้นอีกเช่นกัน(จึงร้อนขึ้น)
แต่ผมก็ยังสงสัยว่างานจากแรงที่ล้อทำต่อพื้นเมื่อมันไม่ได้ทำงานมันจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอื่นได้อย่างไรครับ
« Last Edit: August 21, 2012, 05:31:49 PM by jali » Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #5 on: August 21, 2012, 08:13:16 PM »

ผมมองว่า

ก่อนอื่นต้องพูดว่า การที่เราบอกว่าพื้นอยู่นิ่งๆ นี้ผมว่ามันก็มีจุดอ่อนตรงที่ว่า เหตุผลที่เราใช้บอกว่าพื้นอยู่นิ่งตลอดกาล เราอาจพูดว่าเพราะมันมีมวลมาก ทำให้ถ้าเอาเข้าจริงๆ คงต้องคิดพลังงานในการเคลื่อนที่ของพื้นร่วมด้วย?? พอมาคิดเรื่องการไหลของพลังงานโดยเฉพาะที่ต้องเกี่ยวข้องกับพื้นโดยตรงคืองานจากแรงเสียดทานนี่นะ มันเลยทำให้เราอาจสับสนว่าพลังงานหายไปไหน (อย่าลืมว่าพื้นมีมวลมาก ถ้ามันสะสมพลังงานจลน์ไว้เราก็จะไม่คิดมันเลย!) แต่ถ้าอยางที่ผมบอกไปว่าถ้าจินตนาการว่าพื้นสามารถออกแรงกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้ สถานการณ์ที่สองนี้จะต่างจากสถานการณ์แรก โดยที่ว่า พลังงานก็จะไหลออกจากระบบล้อ-พื้นไปได้ ในย่อหน้าต่อๆ ไปผมอธิบายโดยยกสถานการณ์เหตุผลที่สองเป็นหลัก แต่หากเราคิดแบบสถานการณ์เหตุผลที่หนึ่งที่ผมบอก ก็คงจะได้คำตอบเดียวกันว่า พลังงานไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ

เวลาพลังงานมันถูกเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งมันไม่จำเป็นต้องมีงานกลเกิดขึ้นเสมอไปนะครับ (แต่จะมีก็ได้) อย่างตอนแรกเราดูว่าพลังงานจลน์มีอยู่ในล้อที่กำลังเคลื่อนที่และหมุน ต่อมามีแรงเสียดทานทำงานลบต่อล้อ ทำงานลบแปลว่าพลังงานจลน์ของล้อลดลง แต่ก็ไม่ได้บอกถึงพลังงานภายในของล้อหรือพื้นเลยนะครับว่ามีค่าเปลี่ยนไปอย่างไร

ถ้าดูโพสต์ที่แล้วของผม นั่นคือถ้ามองพื้นเป็นหลักจะได้ว่าพลังงานไหลอย่างที่ผมพูดไว้ แต่ถ้าเรา Zoom out ออกมาดูระบบพื้น-ล้อกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ บ้าง เราอาจพอเดาได้ว่าอันตรกิริยาระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อมควรเป็นอย่างไร พลังงานควรไหลแบบไหน

พลังงานจลน์ของล้อบางส่วนก็เปลี่ยนเป็นพลังงานภายในของล้อกับพื้น และบางส่วนก็ไหลออกนอกระบบล้อ-พื้นไป (ผมเพิ่งตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ในโพสต์นี้ จากหลักอนุรักษ์โมเมนตัม ถ้าเราบอกว่าพื้นอยู่นิ่งๆ เทียบกับกรอบเฉื่อย แปลว่ามันต้องไปทำงานกับอะไรซักอย่างทำให้พลังงานไหลออกนอกระบบไป ทำให้งานที่แรงเสียดทานตั้งใจจะทำไม่ได้เปลี่ยนเป็นพลังงานภายในของพื้น"ทั้งหมด")

สรุป พลังงานแค่ย้ายที่อยู่ดี บางทีก็ย้ายแล้วหายออกไปจากระบบแบบที่เราไม่ค่อยจะคำนึงถึงกันด้วยซ้ำ 555  Wink
« Last Edit: August 21, 2012, 08:20:46 PM by It is GOL » Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 654


« Reply #6 on: August 23, 2012, 06:32:50 PM »

ก็คือว่าถ้าเราดูจากหลักการอนุรักษ์โมเมนตัมการที่ล้อจะเคลื่อนที่ช้าลงได้พื้น(ซึ่งในที่นี้เป็นระบบโดดเดี่ยวพื้น ล้อ)ก็ต้องเคลื่อนที่เร็วขึ้น
แต่พื้นกลับอยู่นิ่ง นี่บ่งว่ามันคงต้องทำงานอะไรซักอย่างทำให้มันเสียพลังงานออกไปนอกระบบ(ตรงนี้บอกว่ามันไม่ได้เป็นระบบโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง)
ส่วนงานจากแรงเสียดทานก็เปลี่ยนไปเป็นทั้งพลังงานภายในของล้อและพื้น(แต่เปลี่ยนไม่หมดเพราะต้องทำงานออกไปแบบนี้หรือเปล่าครับ)
Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #7 on: August 25, 2012, 06:18:03 PM »

ครับ ถ้าพี่บอกว่าให้พื้นหยุดนิ่ง มันก็น่าเป็นไปแบบนั้นนะ (แต่ก็ไม่ได้เรียกว่า "ระบบโดดเดี่ยว" ไม่ใช่เหรอ)
Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 654


« Reply #8 on: August 25, 2012, 06:26:23 PM »

ครับ ถ้าพี่บอกว่าให้พื้นหยุดนิ่ง มันก็น่าเป็นไปแบบนั้นนะ (แต่ก็ไม่ได้เรียกว่า "ระบบโดดเดี่ยว" ไม่ใช่เหรอ)
ใช่ครับ แฮะๆ
Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น