ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37984 Posts in 5626 Topics- by 4058 Members - Latest Member: Echelon
mPEC Forumฟิสิกส์โอลิมปิก วิทยาศาสตร์โอลิมปิก ข้อสอบแข่งขัน ข้อสอบชิงทุนฟิสิกส์สอวน ฟิสิกส์ สอวนการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกสอวน.ระดับชาติ ครั้งที่ 11 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Pages: « 1 2 3 »   Go Down
Print
Author Topic: การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกสอวน.ระดับชาติ ครั้งที่ 11 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  (Read 9339 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #15 on: May 05, 2012, 02:49:31 PM »

สงสัยข้อ 1 ครับ
ที่บอกว่าภาพของดวงอาทิตย์บนฉาก มันคิดได้อยู่ 2 แบบ คล้ายกับมองสุริยุปราคา คือ "เงามืด" (สว่างมาก เล็กกว่า ขนาด a-L \theta) กับ "เงามัว" (สว่างน้อยกว่า แต่ใหญ่กว่า ขนาด a+L \theta)
แต่ในเฉลยเค้าเขียนเป็นแบบที่ 2 ครับ  idiot2

ปล.ข้อนี้ผมนั่งทำใหม่ 3 รอบ เพราะลังเลนี่แหละ
Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 658


« Reply #16 on: May 05, 2012, 04:03:39 PM »

ภาพจากกล้องรูเข็มเป็นภาพกลับหัวครับจึงต้องคิดแบบเงามัว
ลองดูภาพที่แนบมานะครับ
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Online Online

Posts: 5617


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #17 on: May 05, 2012, 07:03:20 PM »

ถ้ามีคนไปเข้าค่ายสสวท ไม่ครบ 25 คนจะมีการเรียกลำดับถัดไปขึ้นมามั้ยครับ ??

ถ้าประกาศไปแล้ว จะไม่เรียก ดังนั้นถ้าจะสละสิทธิ์ ก็ให้รีบบอกโดยด่วน จะได้แจ้งสสวท. ก่อนที่เขาจะดำเนินการ
มิฉะนั้นจะโดนประณาม  Shocked
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #18 on: May 05, 2012, 09:22:35 PM »

นั่นสิครับ ทำไมจึงต้องคิดแบบเงามัว  Huh มีเหตุผลอะไรที่เป็นภาพหัวตั้งไม่ได้ (แบบรูปล่างของพี่ไง  knuppel2)
ทั้งที่ความเข้มมันมากกว่าตั้งเยอะ
Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
O-Ji-San
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84



« Reply #19 on: May 06, 2012, 03:15:28 PM »

ขอลองทำข้อ 3 นะครับ

ก) เนื่องจากแผ่นประจุมีขนาดใหญ่มาก จึงประมาณว่าสนามไฟฟ้าที่บริเวณขอบแผ่นไม่มีผลต่อการคำนวณ
จากกฎของเกาส์   E_0A + E_0A = \frac{{\sigma \left( {2A} \right)}}{{\varepsilon _0 }}
    \therefore E_0 = \frac{\sigma }{{\varepsilon _0 }}

ข) เมื่อแผ่นประจุถูกเจาะเป็นช่องจะได้ว่าความสัมพันธ์ว่า ; ประจุบวกบนแผ่นถูกเจาะ = ประจุบวกบนแผ่นเต็ม + ประจุลบบนส่วนที่ถูกเจาะ
แต่ประจุบวกบนแผ่นถูกเจาะและประจุบวกบนแผ่นเต็ม ให้ผลสนามไฟฟ้าภายนอกขนาดเท่ากัน ดังนั้นสนามไฟฟ้าแนวรัศมีภายในช่องที่ถูกเจาะเกิดจากประจุลบของส่วนที่ถูกเจาะออกไป
โดยทิศของสนามไฟฟ้าในแนวรัศมีจะมีทิศพุ่งเข้าสู่แกน OZ

กฎของเกาส์สำหรับผิวทรงกระบอกรัศมี r ภายในช่องที่ถูกเจาะ
ได้ว่า  E_r \left( {2\pi rd} \right) = \frac{{\sigma  \cdot 2\left( {\pi r^2 } \right)}}{{\varepsilon _0 }}
    \therefore E_r  = \frac{{\sigma r}}{{\varepsilon _0 d}}   และ   \frac{{E_r }}{{E_0 }} = \frac{r}{d}

ค) ช่วงที่ลำโปรตอนเคลื่อนที่เข้ามาภายในช่องจะมีแรงกระทำในแนวรัศมีเท่านั้น ความเร็วในแนวระดับจึงไม่เปลี่ยนแปลง
    \therefore t = \frac{d}{u}

ง) เนื่องจากลำโปรตอนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จึงประมาณได้ว่าไม่มีการเคลื่อนที่ในแนวรัศมีสำหรับช่วงที่อยู่ภายในช่อง
จาก   \Delta P_r  = F_r \Delta t   เมื่อแทนค่าต่างๆ ได้ว่า  \therefore \Delta P_r  = \frac{{\sigma er}}{{\varepsilon _0 u}} ; e คือประจุของโปรตอน
และเนื่องจาก  \Delta P_r  = m\Delta v_r  ; m คือมวลของโปรตอน
ได้ว่า    \therefore v_r = \frac{{\sigma er}}{{\varepsilon _0 mu}}

จ) เมื่อลำโปรตอนเคลื่อนที่ออกมาจากช่องก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งเนื่องจากแรงทางไฟฟ้าจากแผ่นประจุและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วในแนวรัศมีเข้าสู่แกน OZ ไปโฟกัสรวมกันที่ระยะ S_f
เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ t^\prime  = \frac{r}{{v_r }}  ได้ว่า t^\prime  = \frac{{\varepsilon _0 mu}}{{\sigma e}}
จาก  S_f  = ut^\prime + \frac{1}{2}at^\prime^2  โดยที่ a = \frac{F}{m} = \frac{{\sigma e}}{{\varepsilon _0 m}}
เมื่อแทนค่าต่างๆ ได้ว่า \therefore S_f  = \frac{{3\varepsilon _0 mu^2 }}{{2\sigma e}}

ผิดถูกอย่างไร ชี้แนะด้วยครับ ทำมาแบบมึนๆ  idiot2
Logged
dy
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 345


Every problem has its solution, and its time,too.


« Reply #20 on: May 07, 2012, 08:22:00 PM »

สำหรับการสอบแข่งขันครั้งนี้ ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านนะครับ ที่ช่วยกัน mod คะแนนอย่างเต็มที่ ทำให้พวกผมสามารถผ่านเข้าไปค่าย สสวท. ได้  smitten

ผมจะพยายามต่อไปครับ   Grin
« Last Edit: May 07, 2012, 09:50:47 PM by dy » Logged

smitten   Cool  (\dfrac{ \mbox{PHYSICS}}{ \mbox{BIOLOGY}})^ { \mbox{CHEMISTRY}} &=& \mbox{SCIENCE}

Fight for 14th APhO
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 658


« Reply #21 on: May 08, 2012, 04:02:28 PM »

นั่นสิครับ ทำไมจึงต้องคิดแบบเงามัว  Huh มีเหตุผลอะไรที่เป็นภาพหัวตั้งไม่ได้ (แบบรูปล่างของพี่ไง  knuppel2)
ทั้งที่ความเข้มมันมากกว่าตั้งเยอะ
พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน (เดี๋ยวต้องกลับไปอ่านแล้ว  Grin )
แต่ก็จะลองตอบ  Wink
เราน่าจะลองคิดดูว่าภาพจากเงามืดมันควรจะเป็นภาพที่เล็กมากจนมองไม่เห็นหรือไม่ก็กลับหัวไปเลย
ลองดูรูปข้างล่าง
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงความเห็นของพี่เท่านั้น ต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาตัดสิน Grin
Logged
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 147


« Reply #22 on: May 08, 2012, 10:34:58 PM »

ขอลองทำข้อ 3 นะครับ
...

ข) เมื่อแผ่นประจุถูกเจาะเป็นช่องจะได้ว่าความสัมพันธ์ว่า ; ประจุบวกบนแผ่นถูกเจาะ = ประจุบวกบนแผ่นเต็ม + ประจุลบบนส่วนที่ถูกเจาะ
แต่ประจุบวกบนแผ่นถูกเจาะและประจุบวกบนแผ่นเต็ม ให้ผลสนามไฟฟ้าภายนอกขนาดเท่ากัน ดังนั้นสนามไฟฟ้าแนวรัศมีภายในช่องที่ถูกเจาะเกิดจากประจุลบของส่วนที่ถูกเจาะออกไป
โดยทิศของสนามไฟฟ้าในแนวรัศมีจะมีทิศพุ่งเข้าสู่แกน OZ

กฎของเกาส์สำหรับผิวทรงกระบอกรัศมี r ภายในช่องที่ถูกเจาะ
ได้ว่า  E_r \left( {2\pi rd} \right) = \frac{{\sigma  \cdot 2\left( {\pi r^2 } \right)}}{{\varepsilon _0 }}
    \therefore E_r  = \frac{{\sigma r}}{{\varepsilon _0 d}}   และ   \frac{{E_r }}{{E_0 }} = \frac{r}{d}

...
พี่สร้างผิวเกาส์เซียนอย่างไรเหรอครับ นึกภาพไม่ออก รบกวนช่วยตอบหน่อยนะครับ  buck2 embarassed icon adore smitten
Logged
O-Ji-San
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84



« Reply #23 on: May 08, 2012, 11:23:07 PM »

สร้างผิวตามภาพเลยครับ  Smiley
« Last Edit: May 08, 2012, 11:25:09 PM by O-Ji-San » Logged
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 147


« Reply #24 on: May 09, 2012, 12:19:40 AM »

สร้างผิวตามภาพเลยครับ  Smiley

ขอบคุณครับ แต่ไม่ค่อยเข้าใจครับ มีข้อสงสัยดังนี้ครับ

1. ถ้าสร้างผิวเกาส์เซียนให้กินบริเวณนอกรู(คือให้ r > 0.5D) ผมพอเข้าใจว่าทำไมประจุในผิวจึงมีค่าเช่นนั้นครับ แต่ถ้าสร้างผิวตามรูปที่พี่วาดให้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมประจุจึงมีค่าเช่นนั้นครับ เพราะดูเหมือนจะไม่มีประจุในผิวเลย

2. ที่สงสัยยิ่งกว่าคือปริพันธ์ในกฎของเกาส์อะครับ ทำไมฟลักซ์ไฟฟ้าผ่านผิวเกาส์เซียนจึงมีค่าเหมือนในวิธีทำของพี่อะครับ ผมดูจากรูปในโจทย์ ถ้าสร้างผิวเกาส์เซียน ดูเหมือนเส้นสนามจะเข้าไปในผิว แล้วก็ออกจากผิวทั้งหมด แล้วปริพันธ์ในกฎของเกาส์ไม่เป็นศูนย์หรือครับ?

ผมว่าผมต้องเข้าใจอะไรผิดมากๆแน่ๆเลยครับ รบกวนช่วยชี้ทางสว่างหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ  Cry  icon adore  smitten
« Last Edit: May 10, 2012, 01:30:15 AM by CanonX » Logged
O-Ji-San
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84



« Reply #25 on: May 09, 2012, 12:03:20 PM »

ผมใช้ข้อมูลที่โจทย์บอกมาครับ

 "ประมาณได้ว่าหากรูมีขนาดเล็กแล้ว สนามไฟฟ้าภายนอกรู ยังมีค่าเช่นเดียวกับสนามไฟฟ้าบริเวณที่ไม่มีรูอยู่บนแผ่น"

ผมตีความว่า ประจุบวกของแผ่นในตอนแรก (ที่ยังไม่เจาะรู) จะให้สนามไฟฟ้าภายนอกในขนาดเดียวกับประจุบวกของแผ่นในตอนหลัง (ถูกเจาะรูแล้ว)
แต่ประจุของแผ่นตอนหลังที่ถูกเจาะรูแล้วจะมีค่าเท่ากับประจุบวกของแผ่นตอนเริ่มบวกกับประจุลบของส่วนที่ถูกเจาะออกไป (ตามรูปครับ)

ผมเลยอนุมานว่าภายในช่องที่ถูกเจาะออกไปนั้นประกอบด้วยประจุลบซึ่งจะส่งผลให้เกิดสนามไฟฟ้าในทิศตามแนวรัศมีอย่างเดียว

ผมเข้าใจแบบนี้ครับ ไม่ทราบว่าถูกหรือผิดหลักการอย่างไร ผมก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจแล้วเหมือนกัน
Logged
McTavish
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 7


« Reply #26 on: May 09, 2012, 12:35:18 PM »

ผมขอลองทำนะครับ นิยามอาจไม่แม่นเท่าไร// ของผมสร้างผิวเกาส์เซียนตามภาพคุณ O-Ji-San เลยครับ
ฟลักซ์ไฟฟ้าจะมาจาก
1. สนามไฟฟ้าในแนวรัศมีที่ผ่านพื้นที่ผิวข้างของทรงกระบอก
2. สนามไฟฟ้าในแนว OZ ที่ผ่าน ฝาบนและฝาล่าง ของทรงกระบอกซึ่งสนามไฟฟ้าในแนว OZที่บริเวณ d/2 และ -d/2 จะมีค่าเท่ากับ E_{0} ตามที่โจทย์ได้กล่าวไว้ (ซึ่งคุณO-Ji-Sanได้แสดงวิธีหาเอาไว้แล้ว)
ซึ่งเราจะเห็นว่าผิวเกาส์เซียนรูปทรงกระบอกนี้ไม่ได้ล้อมประจุไว้เลย สามารถเขียนเป็นสมการ  \Phi _{OZ}+\Phi _{r}=\frac{Q_{in}}{\varepsilon _{0}} แต่ Q_{in}=0 ถ้าเราสร้างทรงกระบอกสูง d รัศมี r จะได้ \Phi _{OZ} =2 E_{0}(\pi r^{2}) และ \Phi _{r}=\vec{E}_{r}\cdot (2\pi r d)\hat{r}
จะได้สมการ 2 E_{0}(\pi r^{2})+\vec{E}_{r}\cdot (2\pi r d)\hat{r}=0 เมื่อแก้แล้วจะได้ \vec{E}_{r}=-E_{0}\frac{r}{d}\hat{r} ซึ่งเราจะเห็นทันทีว่าสนามไฟฟ้าในแนวรัศมีมีทิศเข้าสู่แนวกลาง และเรารู้ว่า  E_{0} = สนามไฟฟ้าภายนอก เราก็จะสามารถรู้อัตราส่วนของขนาดสนามไฟฟ้าภายในต่อภายนอก คือ E_{r}/E_{0}= r/d
และเมื่อแทนค่า E_{0}= \frac{\sigma }{\varepsilon _{0}} จะได้ E_{r}=\frac{\sigma }{\varepsilon _{0}}\frac{r}{d}

ทำไมรู้สึกวิธีผมแปลกๆชอบกลอย่างไรไม่รู้  idiot2 ที่ผิดอาจเยอะหน่อย ก็ขอความกรุณาบอกด้วยนะคร้าบ
« Last Edit: May 09, 2012, 03:38:39 PM by McTavish » Logged
O-Ji-San
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84



« Reply #27 on: May 09, 2012, 12:52:07 PM »

ผมขอลองทำนะครับ นิยามอาจไม่แม่นเท่าไร// ของผมสร้างผิวเกาส์เซียนตามภาพคุณ O-Ji-San เลยครับ
ฟลักซ์ไฟฟ้าจะมาจาก
1. สนามไฟฟ้าในแนวรัศมีที่ผ่านพื้นที่ผิวข้างของทรงกระบอก
2. สนามไฟฟ้าในแนว OZ ที่ผ่าน ฝาบนและฝาล่าง ของทรงกระบอกซึ่งสนามไฟฟ้าในแนว OZที่บริเวณ d/2 และ -d/2 จะมีค่าเท่ากับ E_{0} ตามที่โจทย์ได้กล่าวไว้ (ซึ่งคุณO-Ji-Sanได้แสดงวิธีหาเอาไว้แล้ว)
ซึ่งเราจะเห็นว่าผิวเกาส์เซียนรูปทรงกระบอกนี้ไม่ได้ล้อมประจุไว้เลย สามารถเขียนเป็นสมการ  \Phi _{OZ}+\Phi _{r}=\frac{Q_{in}}{\varepsilon _{0}} แต่ Q_{in}=0 ถ้าเราสร้างทรงกระบอกสูง d รัศมี r จะได้ \Phi _{OZ} =2 E_{0}(\pi r^{2}) และ \Phi _{r}=\vec{E}_{r}\cdot (2\pi r d)\hat{r}
จะได้สมการ 2 E_{0}(\pi r^{2})+\vec{E}_{r}\cdot (2\pi r d)\hat{r}=0 เมื่อแก้แล้วจะได้ \vec{E}_{r}=-E_{0}\frac{r}{d}\hat{r} ซึ่งเราจะเห็นทันทีว่าสนามไฟฟ้าในแนวรัศมีมีทิศเข้าสู่แนวกลาง และเรารู้

ผมคิดว่าวิธีของคุณ McTavish น่าจะถูกต้องตามหลักการนะครับ วิธีของผมคงไม่ถูกหลักการเท่าไหร่ แต่ก็โชคดีที่ได้คำตอบตรงกัน
Logged
CanonX
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 147


« Reply #28 on: May 09, 2012, 02:42:09 PM »

เข้าใจแล้วครับผม ขอบคุณทั้งคุณ McTavish และคุณ O-Ji-San มากนะครับ  smitten
Logged
O-Ji-San
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84



« Reply #29 on: May 10, 2012, 03:34:55 PM »

ข้อ 1 นี่มีแนวคิดอย่างไรหรอครับ ไม่มีทางไปเลย  buck2
Logged
Pages: « 1 2 3 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น