มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41135 Posts in 6132 Topics- by 7727 Members - Latest Member: Mind
mPEC Forumชีวิต สังคม การศึกษา และศาสนาการศึกษาและชีวิตWorkshop วิชาเลือกสำหรับปีสาม ที่ Imperial College
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: Workshop วิชาเลือกสำหรับปีสาม ที่ Imperial College  (Read 4378 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« on: May 10, 2011, 11:37:42 PM »

เป็นงานที่ผมประทับใจมากงานหนึ่ง Grin  ขอฝากไว้ให้ลองอ่านกันดูนะครับ  smitten


อิมพีเรียล option fair
by Nick Poovuttikul on Tuesday, May 10, 2011 at 5:27pm
เรื่องมีอยู่ว่าคอร์สที่ผมเรียนที่มหาลัยจะเป็นระบบ เรียนภาคบังคับ 2 ปี แล้วปีที่สามจะเป็นวิชาเลือก
 
จุดประสงค์คือ เพื่อที่จะไปต่อเฉพาะทาง โดยที่มีพื้นฐานปี1ปี2 พอที่จะเข้าใจบ้างแล้วว่าตัวเองจะไปทางไหน
 
คอร์สจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆคือ Core course (วิชาบังคับ) Option course วิชาเลือก แล้วก็ Humanity course วิชาอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับฟิสิกส์ อาทิเช่น ปรัชญา รัฐศาสตร์ เทคโนโลยีดนตรี....
 
โดยที่ของคอร์สผม (ฟิสิกส์ทฤษฎี 3 ปี) ผมจะโดนวิชาบังคับสามตัว แล้วได้เลือกวิชาเลือก 5 ตัว
 
สำหรับวิชาเลือกนี่ แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ level 2,3 และ 4 ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านคือวิชาปีสองสามสี่
 
วิชาปีสองจะมี 3 ตัวซึ่งปกติเด็กปีสองจะเลือกเรียน แต่ปีสามถ้าสนใจจะลงก็ลงได้
 
ส่วนสำหรับคอร์สผม บังคับว่าลงวิชาปีสี่ได้วิชาเดียว...อีกสี่วิชาเป็นวิชาปีสาม(เพราะชาวบ้านปกติจะเรียนกันสี่ปี)
 
คอร์สปีสามมีให้เลือกทั้งหมด 13 คอร์ส ส่วนคอร์สปีสี่มีทั้งหมด 15 คอร์ส แน่นอนว่ามีให้เลือกเยอะขนาดนี้ถ้าไม่ใช่พวกที่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน คงจะเหวอไปเลยทีเดียว (จริงๆแล้วเค้าแจกกราฟมาให้ด้วยว่าวิชานี้ๆต่อกับวิชานี้ๆแต่ไม่รู้ว่าเค้าไปใส่ในเว็บแล้วรึยัง ถ้าเจอแล้วจะเอามาแปะ)
 
มหาลัยผมเลยจัดแผนรับมือโดยการจัดงานที่เรียกว่า Option Fair ซึ่งจัดในห้องแล็บปีสาม ซึ่งรูปร่างมันก็จะเป็นห้องยาวๆ มีโต๊ะแบบโต๊ะแล็บยาวๆ หลายๆโต๊ะที่เคลียของออกแล้ว วางตามขวาง(ถ้าใครเคยทำแล็บก็น่าจะรู้) แล้วก็เป็นทางเดินซึ่งไม่กว้างไม่แคบ
 
โดยที่อาจารย์ที่เป็น lecturer ของแต่ละวิชาทั้ง ยี่สิบกว่าวิชา ก็จะมาประจำตามแต่ละโต๊ะ โต๊ะละ 6 คน ที่โต๊ะของอาจารย์แต่ละคนก็จะมี course outline/structure (ภาษาไทยน่าจะเป็นโครงสร้างของคอร์ส) ว่าจะสอนอะไร เกี่ยวกับอะไร เอาไปทำอะไร แล้วก็ควรจะมีความรู้เรื่องอะไรมาก่อนจะลงเรียนคอร์สนี้
 
ก่อนอื่นเลยต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อาจารย์ที่นี่ไม่ใช่แบบอาจารย์ที่เอาแต่สอนอย่างเดียว พวกนี้จะต้องเป็นนักวิจัยไปด้วยในเวลาเดียวกัน การแย่งชิงตัวอาจารย์เทพๆที่นี่เรียกว่าดุเดือดมาก มีการซื้อตัวอาจารย์(นักวิจัย)ข้ามมหาลัย เซ็นสัญญาเป็นปีๆโดยดูจากผลงานวิจัยที่ทำในเวลาที่อยู่ในสัญญา (ยังกะซื้อขายนักบอล) ยิ่งมหาลัยดังๆก็ยิ่งโหด
ซึ่งอิมพีเรียลคอลเลจ ก็ถือเป็นมหาลัยที่งานวิจัยด้านฟิสิกส์โดยเฉพาะด้านทฤษฎีโหดเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษ (คิดว่าคงไม่น่าหลุด 1 ใน3) ดังนั้นอาจารย์สายนี้ก็จะมีแต่นักวิจัยตัวเก๋าๆในสายงานวิจัยของตัวเองทั้งนั้นโดยเฉพาะในวิชาปีสามซึ่งเข้าไปในส่วนที่เฉพาะทางมากขึ้น (แต่โอเค ก็ไม่ถึงขนาด Wittern, Seiberg, Maldacena ที่ IAS)
 
จากนั้นจะมีเวลาประมาณสองชั่วโมง (เที่ยงถึงบ่ายสอง) ให้เด็กคณะฟิสิกส์สองร้อยกว่าคนเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์ที่สอนวิชาที่ตัวเองสนใจเพื่อถามรายละเอียด
 
อย่างที่หลายๆคนก็คงรู้แล้วว่าเด็กฝรั่งค่อนข้างจะกล้าแสดงออกกว่าเด็กไทย สิ่งที่เกิดขึ้นในงานคือ เด็กแต่ละคนพุ่งตรงเข้าไปหาอาจารย์วิชาที่เค้าคิดว่าสนใจเลย แล้วก็ถามอะไรก็ตามที่เค้าอยากรู้เกี่ยวกับคอร์สนั้น กับคนสอนโดยตรงเลย
 
วิชาไหนป็อปปูล่ามากๆ เด็กก็จะเดินเข้าไปล้อมอาจารย์เป็นครึ่งวงกลมแล้วก็ผลัดกันถาม บางคนก็จะรออาจารย์ว่าง(ซึ่งอาจจะรอนาน)
แล้วก็เข้าไปคุยตัวๆ หรือบางคนขี้เกียจคุย ก็เข้าไปหยิบ course outline แล้วก็ไป อาจารย์ที่ผมเข้าไปถาม เค้าก็ดูเป็นกันเองดี คือจริงๆมันก็แล้วแต่บุคลิกของคนด้วยแหละ แต่ผมว่าผมสัมผัสได้ถึงความต้องการที่ให้ข้อมูลของวิชาที่เค้าสอน ก็ใครล่ะจะอยากให้วิชาตัวเองไม่มีคนลงเรียน(ยกเว้นขี้เกียจสอน) สำหรับเด็กบางคนการเลือกวิชานี้ก็คือการเลือกว่าจะฟิสิกส์สาขาอะไรในอนาคตเลยเหมือนกัน ดังนั้นการสนทนาก็จะเป็นไปแบบเข้มข้นมากๆ ผมคิดว่าคงเหมือนกับตอนที่เราเข้าไปทำงานในห้องสมุดแล้วรู้สึกอยากทำงานมากขึ้นละมั้ง เพราะพอมีคนเยอะๆกระตือรือร้นที่จะคุยกับอาจารย์ที่สอน ก็พลอยทำให้คนที่เหลือตื่นตัวตามไปด้วย สุดท้ายแล้วเวลาผ่านไปซักพักเด็กเริ่มหิวข้าว ก็ค่อยทยอยกันออกไปซื้อข้าวบ้าง แต่เท่าที่ผมเห็นตอนที่ผมออกมาตอนบ่ายโมงครึ่ง (งานจะเลิกบ่ายสอง) ก็ยังมีคนกลุ่มใหญ่ๆคุยกับ lecturer อยู่ โดยที่ยังไม่มี lecturer คนไหนออกมาจากห้องเลย
 
สำหรับผมซึ่งเอนเอียงไปทางทฤษฎีสุดๆ ผมก็เข้าไปหา อาจารย์สอนวิชา QFT กับ Unification ก่อนเป็นสองคนแรก เพราะผมจะเลือกลงวิชาปีสี่ได้แค่วิชาเดียว ส่วนวิชา Group theory กับ Fundamental of Quantum แล้วก็ Advance Classical Physics ไม่ได้ถามอะไรมากเพราะคิดว่ายังไงก็ลงแน่ๆแต่ก็เข้าไปฟัง หลายวิชาที่คิดว่าไม่ลงแน่ๆก็ไม่ได้เข้าไปหาเลย
 
ทีนี้ปัญหาก็คือ วิชาที่ผมอยากเรียนมันอยู่ปีสี่ซะส่วนใหญ่ = = แต่ผมต้องเลือกวิชาปีสามอีกหนึ่งวิชาซึ่งผมไม่รู้จะเลือกอะไรดี ระหว่าง Dynamical System & Chaos กับ Statistical Mechanics
 
คือจริงๆแล้ววิชาชื่อ Statistical Physics มันมีสอนแล้วตอนปีสอง ตามสามัญสำนึกดูไม่น่าจะสอนอะไรที่ซ้ำๆกัน ผมก็เลยเข้าไปถามอาจารย์ที่สอน ซึ่งอันนี้ถือเป็นบทสนทนาที่ผมประทับใจมากๆของวันนี้ เผื่อจะเป็นตัวอย่างที่อ่านแล้วเห็นภาพ ^ ^
 
Q: เออไอ้วิชานี้มันต่างกับวิชาของปีสองยังไงหรอครับ
A: ก็ปีหนึ่งปีสองนี่คุณเพิ่งเรียนแค่ของที่มันไม่ interact กัน อย่างในคอร์สนี้คุณจะเรียน...(เล่าๆ)
Q: ออครับ เอ่อ...แต่ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ คือจริงๆแล้วผมอยากทำฟิสิกส์ทฤษฎีแบบ QFT หรือ String อะไรพวกนี้อะครับถ้ายังงี้ผมควรจะลงเรียนคอร์สนี้รึเปล่าครับ (ไม่รู้ว่าถามตรงไปรึเปล่า)
A: อืมม จริงๆมันก็แล้วแต่คุณ แต่ที่เรียนในนี้นี่ เราก็จะเรียนถึงพวก spontaneous symmetry breaking etc. ที่มันจะโผล่มาในควอนตัมฟิลด์ อย่างสตริงนี่ คุณก็ไม่สามารถทำการทดลองให้เห็นได้ใช่ม้า แต่ที่ผมจะสอนในวิชานี้ก็คือ ตัวอย่างหลายๆอันที่มันโผล่มาในการทดลองที่สามารถทำได้ ก็...ถ้าคุณลงก็อาจจะทำให้คุณเห็นภาพของสิ่งเหล่านี้มากขึ้นได้ Q: อันนี้ใช่เกี่ยวกับ condense matter รึเปล่าอะครับ  
A: ใช่ๆ จริงแล้ว คอร์สครึ่งหลังของเราก็คือ condense matter นี่แหละ!
 
ผมก็...โอ้ อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณมากครับ น่าสนใจมากๆๆ แล้วสุดท้ายผมก็ลงวิชานี้ไปอีกหนึ่งตัว
 
ตอนแรกเลย ผมไม่คิดว่าผมจะได้อะไรมากมายจากงานอันนี้ เพราะผมค่อนข้างแน่ใจอยู่แล้วว่าผมจะทำอะไร แต่อย่างน้อยๆผมก็เลือกวิชาที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวผมมากกว่า ที่สำคัญคือตอนนี้รู้สึกมีไฟมากๆหลังจากได้คุยกับอาจารย์ที่จะสอนวิชาที่ผมจะได้เรียนปีหน้า แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนเหมือนที่ผมคิดว่าผมรู้ เค้าคงจะได้อะไรจากงานนี้ไปมากๆแน่
 
ณภัทร ภู่วุฒิกุล
Theoretical physics student
Imperial College London
10 May 2011
« Last Edit: May 11, 2011, 12:30:31 AM by NiG » Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #1 on: May 10, 2011, 11:48:34 PM »

 ขอบคุณ  coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
TimeTimeFruit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 160


Will Be Physicist


« Reply #2 on: May 11, 2011, 12:03:45 AM »

ขอบคุณมากครับ หวังว่าซักวันมหาวิทยาลัยในไทยจะมีแบบนี้บ้าง  smitten

ปล. อ่านเจอตรงนี้แล้วสำลักเลยอะ  2funny

...
สำหรับวิชาเลือกนี่ แม่งแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ level 2,3 และ 4 ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านคือวิชาปีสองสามสี่
...
Logged

Loser From 10th TPhO ; Bronze Medal , But I will never give up on Physics !! reading

Thx for Inspiration : อ.ปิยพงษ์ , P.NiG , P.Great , P.NkLohit , ..... etc.

ชูเกียรติ , เฉียดกู , ชูเส็ง , ชูด๋อย , แพนด้า , หมีขั้วโลก ... จะอะไรก็เรียกไปเถอะ  buck2
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #3 on: May 11, 2011, 12:29:29 AM »

ขอบคุณมากครับ หวังว่าซักวันมหาวิทยาลัยในไทยจะมีแบบนี้บ้าง  smitten

ปล. อ่านเจอตรงนี้แล้วสำลักเลยอะ  2funny

...
สำหรับวิชาเลือกนี่ แม่งแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ level 2,3 และ 4 ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านคือวิชาปีสองสามสี่
...

ตายล่ะ = = เผลอหลุดมา ขอบคุณที่ช่วยดูให้ 5555
อันนี้ว่าจะเขียนแนววิชาการหน่อยๆ
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น