ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40659 Posts in 5988 Topics- by 5684 Members - Latest Member: ด.ช.ปรัตถกร พรมลี
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบปลายค่ายหนึ่ง เพื่อคัดตัวเข้าค่ายสอง  (Read 30848 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #45 on: October 25, 2010, 08:05:15 PM »

มาแล้วหรอครับคุณ putmusic  greatขอบคุณที่ช่วยเฉลยครับ icon adore icon adore
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
เมษ
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18


« Reply #46 on: October 25, 2010, 10:18:48 PM »

ผมขอลองเฉลยข้อ 6 หน่อยนะครับ
พิจารณาช่วง  t=0 ถึง  t= \tau
ให้   s คือระำยะของวัตถุจาก  t=0 ถึง  t= \tau
 เนื่องจากตอนแรก แรงคงตัว
จะได้   a = \dfrac{F_o}{m}

ดังนั้น u= \dfrac{F_o\tau}{m}

\therefore  s = \dfrac{F_o \tau^2}{2m}

พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
จากสมการการเคลื่่อนที่ของนิวตัน
                               \displaystyle \sum_{i}\vec{F} = m\dfrac{d\vec{v}}{dt}
แทน F(t) ในสมการข้างต้น แล้วทำการหาปริพันธ์
จะได้ v(t) = \dfrac{F_o\tau}{m} + \dfrac{F_ot}{m} + \dfrac{F_ot^2}{2\tau m}
แล้วทำการหาปริพันธ์อีกรอบได้จะได้
      x(t) = \dfrac{F_o\tau t }{m} + \dfrac{F_ot^2}{2m} + \dfrac{F_ot^3}{6\tau m}
แทนค่า t = \tau
  x(t= \tau) = \dfrac{5F_o\tau^2}{3m}
ดังนั้นหากวัดระยะจากจุดเริ่มต้น จะได้ ระยะทางรวม = s + \dfrac{5F_o\tau^2}{3m}
                                                                     =  \dfrac{13F_o\tau^2}{6m}
รบกวนช่วยเช็คหน่อยนะครับ icon adore icon adore ไม่ทราบว่าผิดพลาดตรงไหนรึเปล่าครับ uglystupid2


คุณ AP ครับ
พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
มันน่าจะเป็น  ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}\tau  หรือเปล่าครับ  ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ  icon adore
« Last Edit: October 25, 2010, 10:53:11 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #47 on: October 25, 2010, 10:30:06 PM »

ผมขอลองเฉลยข้อ 6 หน่อยนะครับ
พิจารณาช่วง  t=0 ถึง  t= \tau
ให้   s คือระำยะของวัตถุจาก  t=0 ถึง  t= \tau
 เนื่องจากตอนแรก แรงคงตัว
จะได้   a = \dfrac{F_o}{m}

ดังนั้น u= \dfrac{F_o\tau}{m}

\therefore  s = \dfrac{F_o \tau^2}{2m}

พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
จากสมการการเคลื่่อนที่ของนิวตัน
                               \displaystyle \sum_{i}\vec{F} = m\dfrac{d\vec{v}}{dt}
แทน F(t) ในสมการข้างต้น แล้วทำการหาปริพันธ์
จะได้ v(t) = \dfrac{F_o\tau}{m} + \dfrac{F_ot}{m} + \dfrac{F_ot^2}{2\tau m}
แล้วทำการหาปริพันธ์อีกรอบได้จะได้
      x(t) = \dfrac{F_o\tau t }{m} + \dfrac{F_ot^2}{2m} + \dfrac{F_ot^3}{6\tau m}
แทนค่า t = \tau
  x(t= \tau) = \dfrac{5F_o\tau^2}{3m}
ดังนั้นหากวัดระยะจากจุดเริ่มต้น จะได้ ระยะทางรวม = s + \dfrac{5F_o\tau^2}{3m}
                                                                     =  \dfrac{13F_o\tau^2}{6m}
รบกวนช่วยเช็คหน่อยนะครับ icon adore icon adore ไม่ทราบว่าผิดพลาดตรงไหนรึเปล่าครับ uglystupid2


คุณ AP ครับ
พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
มันน่าจะเป็น  ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}\tau  หรือเปล่าครับ  ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ  icon adore

ขอบคุณครับ คุณ เมษ ที่ช่วยตรวจสอบ icon adore ผมเบลอจริงๆๆครับ bang head แก้ให้แล้วครับ
« Last Edit: October 25, 2010, 10:53:36 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
Thanakorn
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 276


« Reply #48 on: October 25, 2010, 10:56:14 PM »

....
คุณ AP ครับ
พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
มันน่าจะเป็น  ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}\tau  หรือเปล่าครับ  ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ  icon adore

รวมได้กี่ข้อแล้วครับ เมษ  Grin Grin
Logged
เมษ
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18


« Reply #49 on: October 25, 2010, 11:13:04 PM »

....
คุณ AP ครับ
พิจารณา ตอนช่วงเวลา  t= \tau ถึง  t= 2\tau
ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}{m}
มันน่าจะเป็น  ตอนช่วงหลังที่แรงเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น (โดยเวลา t นี้วัดจาก ที่ตอนที่แรงนั้นเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น)
F(t) = F_o + \dfrac{F_o t}\tau  หรือเปล่าครับ  ถ้าผิดขออภัยด้วยครับ  icon adore

รวมได้กี่ข้อแล้วครับ เมษ  Grin Grin

2 ข้อเองครับ แหะๆ   uglystupid2 uglystupid2
Logged
โชคดี
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 126


« Reply #50 on: October 26, 2010, 10:27:25 AM »

จะได้ solution คือ

\xi(t) = Asin(\omega t + \phi)
พิจารณาจากเงื่อนไขตั้งต้นจะได้ว่า A= -\xi_o (เนื่องจากกดลง)
และ  \phi = \dfrac{\pi}{2}
 ดังนั้น \xi(t)  = -\xi_osin(\omega t + \dfrac{\pi}{2})
จัดรูปก็จะได้  \xi(t)  = -\xi_ocos(\omega t )


แอมพลิจูดเป็นลบก็ได้ใช่ไหมครับ? uglystupid2
« Last Edit: October 26, 2010, 01:15:36 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

สวัสดี
กฤตภาส
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« Reply #51 on: October 26, 2010, 11:48:26 AM »

เท่าที่ผมรู้เป็นลบได้นะครับ>.< ไม่ค่อยกล้าตอบอะไร ไม่ค่อยเก่ง>.< ดูทำเก่งๆกันจริงๆ

Logged
โชคดี
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 126


« Reply #52 on: October 26, 2010, 07:48:32 PM »

ข้อ 1 อ่านโจทย์ยังไม่เข้าใจเลยอ่าครับ ว่าต้องหาอะไร ทำยังไง ถามอะไร uglystupid2
Logged

สวัสดี
Wanted
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 144



« Reply #53 on: October 26, 2010, 08:16:47 PM »

ส่วนใหญ่ได้กันกี่ข้อย่อยครับนี่ buck2
Logged

ทุกครั้งที่เจอปัญหา อย่ายอมแพ้ เพราะถ้าเรายอมแพ้ เกมจะจบลงทันที แต่หากเราไม่ยอมแพ้ เกมยังดำเนินต่อไป
กฤตภาส
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« Reply #54 on: October 26, 2010, 10:56:18 PM »

ข้อ1หาได้แค่1.1 ได้1/2mr2(จำไม่ได้rใหญ่rเล็ก- -) ข้ออื่นไม่แน่ใจเลยครับ

ใช้พวกแคลคูลัสไป แต่ไม่รู้ถูกรึเปล่าครับ>.<
Logged
tip
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 194


« Reply #55 on: October 27, 2010, 05:12:37 PM »

ข้อ 2 นะครับ
...ดังนั้น เราบอกได้ว่า ศักย์ไฟฟ้าของมัน คือ \displaystyle{V_a=-\frac{kQ}{a}} และ \displaystyle{V_b=\frac{kQ}{b}} ...
ทำไมศักย์ไฟฟ้าที่ผิวด้านในตัวนำและผิวด้านนอกตัวนำไม่เท่ากันหละครับ สนามไฟฟ้าภายในเปลือกตัวนำเป็นศูนย์ไม่ใช่หรอครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เกิดความต่างศักย์คร่อมผิวด้านในกับด้านนอกสิครับ
« Last Edit: October 27, 2010, 05:16:10 PM by tip » Logged
Tangg
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 198


« Reply #56 on: October 27, 2010, 05:28:59 PM »

ข้อ 2 นะครับ
...ดังนั้น เราบอกได้ว่า ศักย์ไฟฟ้าของมัน คือ \displaystyle{V_a=-\frac{kQ}{a}} และ \displaystyle{V_b=\frac{kQ}{b}} ...
ทำไมศักย์ไฟฟ้าที่ผิวด้านในตัวนำและผิวด้านนอกตัวนำไม่เท่ากันหละครับ สนามไฟฟ้าภายในเปลือกตัวนำเป็นศูนย์ไม่ใช่หรอครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เกิดความต่างศักย์คร่อมผิวด้านในกับด้านนอกสิครับ
ที่ผมคิดนั้น มันเป็น V_a เป็นศักย์ที่เกิดจากประจุบนผิวด้านในที่จุด O เพียงเท่านั้น และ V_b ก็เป็นศักย์ที่เกิดจากประจุบนผิวด้านนอกที่จุด O เพียงเท่านั้นครับ มันไม่ใช่ศักย์รวมของมัน เพราะเรายังไม่ได้คิดถึงประจุที่อยู่ในโพรงเลยนะครับ การที่จะดูว่าประจุเคลื่อนที่หรือไม่ เราต้องมองที่ศักย์รวมมิใช่หรือครับ
Logged
tip
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 194


« Reply #57 on: October 27, 2010, 05:49:53 PM »

ข้อ 2 นะครับ
...ดังนั้น เราบอกได้ว่า ศักย์ไฟฟ้าของมัน คือ \displaystyle{V_a=-\frac{kQ}{a}} และ \displaystyle{V_b=\frac{kQ}{b}} ...
ทำไมศักย์ไฟฟ้าที่ผิวด้านในตัวนำและผิวด้านนอกตัวนำไม่เท่ากันหละครับ สนามไฟฟ้าภายในเปลือกตัวนำเป็นศูนย์ไม่ใช่หรอครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เกิดความต่างศักย์คร่อมผิวด้านในกับด้านนอกสิครับ
ที่ผมคิดนั้น มันเป็น V_a เป็นศักย์ที่เกิดจากประจุบนผิวด้านในที่จุด O เพียงเท่านั้น และ V_b ก็เป็นศักย์ที่เกิดจากประจุบนผิวด้านนอกที่จุด O เพียงเท่านั้นครับ มันไม่ใช่ศักย์รวมของมัน เพราะเรายังไม่ได้คิดถึงประจุที่อยู่ในโพรงเลยนะครับ การที่จะดูว่าประจุเคลื่อนที่หรือไม่ เราต้องมองที่ศักย์รวมมิใช่หรือครับ
อ๋อ เข้าใจแล้วครับๆ Grin
Logged
g physics
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 40


« Reply #58 on: October 28, 2010, 07:12:46 PM »

ข้อแรกตอบเท่าใหร่ครับ idiot2
Logged
FK
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


.......


« Reply #59 on: October 30, 2010, 09:48:45 AM »

ข้อแรกตอบเท่าใหร่ครับ idiot2
1.1)

แบ่งมวลเป็นวงแหวนบางๆ ที่มีรัศมี r หนา dr เราจะได้โมเมนต์ความเฉื่อยนี้ว่า

\displaystyle dI=r^{2}dm

มวลของทรงกระบอกกระจายอย่างสมำ่เสมอเลยได้ว่า

 \displaystyle dm=\frac{2\pi rdr}{\pi R^{2}}M

แทนลงในสมการแรก

 \displaystyle dI=\frac{2r^{3}Mdr}{R^{2}}

เราหาปริพันธ์์ของ dI ได้

 \displaystyle I=\int_{0}^{R} \frac{2r^{3}Mdr}{R^{2}} =\frac{1}{2}MR^{2}

1.2) mvR(\dfrac{dx}{l})

1.3)mvR(\dfrac{x}{l})

1.4)  \dfrac{1}{2}M \omega R^2

1.5)mgR(\dfrac{x_0}{l})

1.6) \dfrac{2gx}{Rl}  ,  \dfrac{gx}{l}

« Last Edit: November 05, 2010, 10:55:13 PM by wavelength » Logged

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น