ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41497 Posts in 6259 Topics- by 9226 Members - Latest Member: Tank
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: การเขียนแล็ปในการทดลอง  (Read 8745 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« on: October 13, 2010, 02:05:26 PM »

วันนี้ผมนั้นได้ทำการเขียนรายงานแล็ปเรื่อง การกลิ้งแบบไม่ไถลของวัตถุทรงกระบอกลงบนพื้นเอียง เสร็จแล้วเมื่อทำการเขียนกราฟระหว่าง a กับ sin \thetaเพื่อที่จะนำ slope ไปหาค่า g พบว่าเมื่อลงจุดบนกราฟแล้ว หากทำการลากเส้นที่ดีที่สุดนั้นโดยวิธีการใช้ leasting fitting square จุดตัดแกน y ก็ไม่ใช่ จุดกำเนิด โดยใช้เครื่องคิดเลขแล้วไปหาค่า gพบว่าได้ค่า g = 14.5 m/s^2 ซึ่ง error จากความเป็นจริงมากแต่หากลากให้ตัดจุดกำเนิดแล้วลากด้วยการใช้มือธรรมดา พบว่าได้ g= 10.2 m/s^2 จึงทำให้สงสัยว่าควรจะลาก
แบบไหนดีครับ(เพราะอาจารย์บอกว่าพิจารณาจากความถูกต้องด้วยครับ) รบกวนผู้้รู้หน่อยครับ icon adore icon adore (ไม่มีเครื่องแสกนครับเลยขึ้นรูปให้ไม่ได้ครับ Cry)
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
f4
Administrator
neutrino
*****
Offline Offline

Posts: 227


This is F4 :-)


WWW
« Reply #1 on: October 13, 2010, 04:16:19 PM »

1. การลากกราฟด้วยมือ ก็ควรลากกราฟให้ผ่านจุดได้แบบใกล้เคียงทุกจุดมากที่สุด (คล้ายๆ ทำ least square fitting แต่ทำด้วยมือเราเอง) ห้ามลากผ่านจุดกำเนิดของกราฟเด็ดขาด!  เมื่อลากเสร็จแล้ว หากพบว่าเส้นกราฟไม่ผ่านจุดกำเนิดแบบที่ควรเป็นไปตามทฤษฏี  เราก็สันนิษฐานว่าอาจมีอะไรผิดเกิดขึ้นกับข้อมูลของเรา   Shocked

2. จากข้อ 1 เพื่อตรวจสอบข้อสันนิษฐาน เราควรย้อนกลับไปดูว่าเราลงจุดถูกต้องไหม สร้างแกนของกราฟถูกหรือเปล่า ย้อนไปดูว่าเราบันทึกเลขลงในตารางถูกต้องไหม หน่วยถูกไหม หรือย้อนไปดูแม้กระทั่งว่าเราวัดถูกต้องไหม ถ้าย้อนกระบวนการกลับไปดูหมดแล้วพบว่าเราก็ทำทุกอย่างได้ดีที่สุดแล้วนี่ ก็แสดงว่าต้องมีอะไรทำให้ข้อมูลเราไม่ดีแน่เลย  ---> รู้มั้ยเอ่ยว่าอะไรทำให้ข้อมูลเราไม่ดีได้บ้าง?  Azn

3. ในระดับนี้นักเรียนจะได้ทำการทดลองโดยใช้ทฤษฎีที่มีอยู่แล้วมาใช้ประกอบ เพื่อหาค่าอะไรบางอย่าง เช่นเรื่องการกลิ้ง ทำการทดลองเพื่อหาค่าอัตราเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก  ผลที่ได้หากต่างจากค่าที่ควรจะเป็นมาก ก็แสดงว่ามีการผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น (ตามข้อ 2) ... ในการทดลองเรื่องที่เราไม่เคยรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับมันมาก่อนเลย เราก็จะไม่รู้ว่าสมการของกราฟเป็นอย่างไร ดังนั้นเราก็ไม่ควรทึกทักเองว่ากราฟต้องตัดจุดกำเนิด  Wink
« Last Edit: October 13, 2010, 04:18:08 PM by f4 » Logged

This is F4 :-)
f4
Administrator
neutrino
*****
Offline Offline

Posts: 227


This is F4 :-)


WWW
« Reply #2 on: October 13, 2010, 04:25:23 PM »

บอกให้ทราบเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

การทดลองเรื่องการกลิ้งของทรงกระบอกลงพื้นเอียง โดยชุดทดลองที่ใชักันส่วนใหญ่ตามโรงเรียน ค่ายสอวน. หรือแม้กระทั่งในชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยบางแห่ง มักให้ค่า g ประมาณเท่าที่ AP ได้นั่นล่ะ

ทราบไหมเอ่ย?!?  ว่าถ้าเราอยากได้ค่า g ที่ใกล้กับค่าจริงได้มากกว่านี้ เราควรปรับปรุงอะไรบ้าง ในชุดทดลองหรือในวิธีการทดลองเรื่องนี้  Shocked
Logged

This is F4 :-)
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #3 on: October 13, 2010, 04:47:22 PM »

ขอบคุณมากๆครับอาจารย์ icon adore icon adoreที่ช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นเลยครับ smitten
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #4 on: October 13, 2010, 04:52:11 PM »

บอกให้ทราบเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

การทดลองเรื่องการกลิ้งของทรงกระบอกลงพื้นเอียง โดยชุดทดลองที่ใชักันส่วนใหญ่ตามโรงเรียน ค่ายสอวน. หรือแม้กระทั่งในชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยบางแห่ง มักให้ค่า g ประมาณเท่าที่ AP ได้นั่นล่ะ

ทราบไหมเอ่ย?!?  ว่าถ้าเราอยากได้ค่า g ที่ใกล้กับค่าจริงได้มากกว่านี้ เราควรปรับปรุงอะไรบ้าง ในชุดทดลองหรือในวิธีการทดลองเรื่องนี้  Shocked
ถ้าเป็นที่ผมทดลองที่โรงเรียน โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าความคลาดเคลื่อนน่าจะมาจากการจับเวลา และก็ตอนแรกนั้นทรงกระบอกอาจกลิ้งแบบไถลก่อนนิดนึงแล้วจึงกลิ้งแบบไม่ไถลต่อไปซึ่งช่วงระยะนิดนึงดังกล่าวนั้น เราไม่ได้ใช้สมการบรรยายในช่วงนั้นแต่เราบรรยายตอนที่ไม่ไถลเท่านั้น ส่วนค่า error อื่นๆก็มาจากการวัดระยะความสูง และความยาวราง(ที่ใช้ในการให้ทรงกระบอกเคลื่อนที่)  ไม่ทราบว่าผมคิดถูกหรือเปล่าครับ หรือว่ามีอะไรมากกว่านี้รบกวนช่วยชี้แนะด้วยครับ  Smiley icon adore
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #5 on: October 13, 2010, 04:58:59 PM »

บอกให้ทราบเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

การทดลองเรื่องการกลิ้งของทรงกระบอกลงพื้นเอียง โดยชุดทดลองที่ใชักันส่วนใหญ่ตามโรงเรียน ค่ายสอวน. หรือแม้กระทั่งในชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยบางแห่ง มักให้ค่า g ประมาณเท่าที่ AP ได้นั่นล่ะ

ทราบไหมเอ่ย?!?  ว่าถ้าเราอยากได้ค่า g ที่ใกล้กับค่าจริงได้มากกว่านี้ เราควรปรับปรุงอะไรบ้าง ในชุดทดลองหรือในวิธีการทดลองเรื่องนี้  Shocked
ถ้าหากต้องการปรับปรุงนั้นคิดว่าควรที่จะใช้อุปกรณ์จับเวลาที่จับเวลาที่เที่ยงตรงมากกว่านี้ เช่น sensor
โดยการติดแถบที่เมื่อผ่าน sensor จะสามารถจับเวลาในการเคลื่อนที่ได้ (เห็นที่โรงเรียนมีการใช้ในเรื่องของการเปรียบเทียบผลการทดลองกับหลักการคงตัวของ momentum ครับ) ส่วนระยะนั้นผมไม่ทราบว่าจะใช้อะไรวัดได้ละเอียดมากกว่านี้ครับ uglystupid2
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
f4
Administrator
neutrino
*****
Offline Offline

Posts: 227


This is F4 :-)


WWW
« Reply #6 on: October 13, 2010, 05:06:41 PM »

ถ้าหากต้องการปรับปรุงนั้นคิดว่าควรที่จะใช้อุปกรณ์จับเวลาที่จับเวลาที่เที่ยงตรงมากกว่านี้ เช่น sensor
โดยการติดแถบที่เมื่อผ่าน sensor จะสามารถจับเวลาในการเคลื่อนที่ได้ (เห็นที่โรงเรียนมีการใช้ในเรื่องของการเปรียบเทียบผลการทดลองกับหลักการคงตัวของ momentum ครับ) ส่วนระยะนั้นผมไม่ทราบว่าจะใช้อะไรวัดได้ละเอียดมากกว่านี้ครับ uglystupid2

ขนาดมหาวิทยาลัยยังไม่ใช่ sensor แพงๆ เลย เพราะต้องทำชุดทดลองจำนวนมาก ทำให้อาจต้องลงทุนสูงเกินไปกับการทดลองพื้นฐานแบบนี้ ยิ่งหากเป็นโรงเรียนบ้านนอกคอกนา มีนาฬิกาจับเวลาใช้ก็ดีพอแล้วล่ะค่ะ

เพียงแต่ว่าในการทดลองนี้ เราเห็นหรือไม่ว่าช่วงเวลาที่เราจับได้มันเป็นตัวเลขสักกี่วินาที และความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากตอนที่เรากดนาฬิกาตอนต้นและตอนสุดท้าย (เนื่องจาก Reaction Time ของตัวเรา) รวมแล้วคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าที่จับได้ล่ะ  อันนี้ล่ะที่เป็นอุปสรรคหลักของการทดลองนี้ (แอบเฉลยแล้ว)

ถ้าซื้อ sensor สุดหรูมาใช้ไม่ได้ เราจะปรับปรุงอะไรได้อีกให้ข้อมูลดีขึ้น??  coolsmiley
Logged

This is F4 :-)
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #7 on: October 13, 2010, 05:15:09 PM »

ถ้าหากต้องการปรับปรุงนั้นคิดว่าควรที่จะใช้อุปกรณ์จับเวลาที่จับเวลาที่เที่ยงตรงมากกว่านี้ เช่น sensor
โดยการติดแถบที่เมื่อผ่าน sensor จะสามารถจับเวลาในการเคลื่อนที่ได้ (เห็นที่โรงเรียนมีการใช้ในเรื่องของการเปรียบเทียบผลการทดลองกับหลักการคงตัวของ momentum ครับ) ส่วนระยะนั้นผมไม่ทราบว่าจะใช้อะไรวัดได้ละเอียดมากกว่านี้ครับ uglystupid2

ขนาดมหาวิทยาลัยยังไม่ใช่ sensor แพงๆ เลย เพราะต้องทำชุดทดลองจำนวนมาก ทำให้อาจต้องลงทุนสูงเกินไปกับการทดลองพื้นฐานแบบนี้ ยิ่งหากเป็นโรงเรียนบ้านนอกคอกนา มีนาฬิกาจับเวลาใช้ก็ดีพอแล้วล่ะค่ะ

เพียงแต่ว่าในการทดลองนี้ เราเห็นหรือไม่ว่าช่วงเวลาที่เราจับได้มันเป็นตัวเลขสักกี่วินาที และความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากตอนที่เรากดนาฬิกาตอนต้นและตอนสุดท้าย (เนื่องจาก Reaction Time ของตัวเรา) รวมแล้วคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าที่จับได้ล่ะ  อันนี้ล่ะที่เป็นอุปสรรคหลักของการทดลองนี้ (แอบเฉลยแล้ว)

ถ้าซื้อ sensor สุดหรูมาใช้ไม่ได้ เราจะปรับปรุงอะไรได้อีกให้ข้อมูลดีขึ้น??  coolsmiley
ตอนผมจับเวลาผมก็ใช้ นาฬิกาจับเวลาครับ เวลาที่จับได้นั้นมีค่าในช่วง 1.5 - 3.2 s ครับ (ทดลองหลายๆค่าของมุมพื้นเอียง)และเนื่องจาก Reaction time โดยทั่วไปประมาณ 0.2 s ซึ่งคิดแล้วคลาดเคลื่อนประมาณ 6-10 % ครับ ซึ่งก็มากพอสมควรเลยครับ แต่ถ้าหากจะแก้ไขอย่างอื่นนั้น ผมคิดว่าพื้นเอียงนั้นน่าจะไม่ฝืดพอทำให้มีช่วงหนึ่งนั้นกลิ้งแบบไถลครับ และก็น่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนในการหาค่าโมเมนต์ความเฉื่อย และการชั่งหามวลต่างๆในการทดลอง ใ่ช่หรือเปล่าครับ idiot2 idiot2
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
f4
Administrator
neutrino
*****
Offline Offline

Posts: 227


This is F4 :-)


WWW
« Reply #8 on: October 13, 2010, 05:32:34 PM »

ตอนผมจับเวลาผมก็ใช้ นาฬิกาจับเวลาครับ เวลาที่จับได้นั้นมีค่าในช่วง 1.5 - 3.2 s ครับ (ทดลองหลายๆค่าของมุมพื้นเอียง)และเนื่องจาก Reaction time โดยทั่วไปประมาณ 0.2 s ซึ่งคิดแล้วคลาดเคลื่อนประมาณ 6-10 % ครับ ซึ่งก็มากพอสมควรเลยครับ แต่ถ้าหากจะแก้ไขอย่างอื่นนั้น ผมคิดว่าพื้นเอียงนั้นน่าจะไม่ฝืดพอทำให้มีช่วงหนึ่งนั้นกลิ้งแบบไถลครับ และก็น่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนในการหาค่าโมเมนต์ความเฉื่อย และการชั่งหามวลต่างๆในการทดลอง ใ่ช่หรือเปล่าครับ idiot2 idiot2

Reaction time โดยทั่วไปประมาณ 0.2 s ใช่  แต่มันมีตอนเริ่มจับเวลาและตอนหยุดจับเวลา รวมแล้วก็ 0.4 s ซึ่งก็ผิดไปได้ถึงเกือบ 30% เลยล่ะ

และเราไม่สามารถทำให้ Reaction time เราดีไปกว่านี้ได้ (นอกเสียจากว่าเราเป็นคนที่ผิดปกติ  Grin) เราก็ควรทำให้ช่วงเวลาการเคลื่อนที่นั้นยาวขึ้น แทนที่จะเป็น 1.5 s แค่นั้น  นี่ก็ทำได้โดยเพิ่มความยาวของรางงัยล่ะจ๊ะไอ้น้องเอ๋ย เหอ เหอ  great 
Logged

This is F4 :-)
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #9 on: October 13, 2010, 06:09:46 PM »

ตอนผมจับเวลาผมก็ใช้ นาฬิกาจับเวลาครับ เวลาที่จับได้นั้นมีค่าในช่วง 1.5 - 3.2 s ครับ (ทดลองหลายๆค่าของมุมพื้นเอียง)และเนื่องจาก Reaction time โดยทั่วไปประมาณ 0.2 s ซึ่งคิดแล้วคลาดเคลื่อนประมาณ 6-10 % ครับ ซึ่งก็มากพอสมควรเลยครับ แต่ถ้าหากจะแก้ไขอย่างอื่นนั้น ผมคิดว่าพื้นเอียงนั้นน่าจะไม่ฝืดพอทำให้มีช่วงหนึ่งนั้นกลิ้งแบบไถลครับ และก็น่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนในการหาค่าโมเมนต์ความเฉื่อย และการชั่งหามวลต่างๆในการทดลอง ใ่ช่หรือเปล่าครับ idiot2 idiot2

Reaction time โดยทั่วไปประมาณ 0.2 s ใช่  แต่มันมีตอนเริ่มจับเวลาและตอนหยุดจับเวลา รวมแล้วก็ 0.4 s ซึ่งก็ผิดไปได้ถึงเกือบ 30% เลยล่ะ

และเราไม่สามารถทำให้ Reaction time เราดีไปกว่านี้ได้ (นอกเสียจากว่าเราเป็นคนที่ผิดปกติ  Grin) เราก็ควรทำให้ช่วงเวลาการเคลื่อนที่นั้นยาวขึ้น แทนที่จะเป็น 1.5 s แค่นั้น  นี่ก็ทำได้โดยเพิ่มความยาวของรางงัยล่ะจ๊ะไอ้น้องเอ๋ย เหอ เหอ  great 

โอ้ใช่ๆครับ ผมลืมคิดตอนกดหยุดเวลา และก็ถ้าเราวัดปริมาณใหญ่ๆก็จะทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยลง นึกออกแล้วครับหลักการก็คล้ายๆกับการแกว่งลูกตุ้ม 50 รอบ แล้วหาคาบเฉลี่ย ขอบคุณมากๆครับ อาจารย์ กระจ่างแจ้งเลยครับ smitten smitten
« Last Edit: October 13, 2010, 09:17:26 PM by f4 » Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
f4
Administrator
neutrino
*****
Offline Offline

Posts: 227


This is F4 :-)


WWW
« Reply #10 on: October 13, 2010, 09:15:47 PM »

โอ้ใช่ๆครับ ผมลืมคิดตอนกดหยุดเวลา และก็ถ้าเราวัดปริมาณใหญ่ๆก็จะทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยลง นึกออกแล้วครับหลักการก็คล้ายๆกับการแกว่งลูกตุ้ม 50 รอบ แล้วหาคาบเฉลี่ย ขอบคุณมากๆครับ อาจารย์ กระจ่างแจ้งเลยครับ smitten smitten

ศาสตร์และศิลป์แห่งการทดลองนั้น แพรวพราวยิ่งนัก

การหมั่นฝึกฝนและเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่ย่อท้อ จะช่วยให้เราแก้ปัญหาในการทดลองต่อๆ ไปในชั้นที่สูงขึ้นได้   Wink
Logged

This is F4 :-)
AP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 250

ไม่มีใครลิขิตเรา นอกจากเรา


« Reply #11 on: October 13, 2010, 10:21:17 PM »

โอ้ใช่ๆครับ ผมลืมคิดตอนกดหยุดเวลา และก็ถ้าเราวัดปริมาณใหญ่ๆก็จะทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยลง นึกออกแล้วครับหลักการก็คล้ายๆกับการแกว่งลูกตุ้ม 50 รอบ แล้วหาคาบเฉลี่ย ขอบคุณมากๆครับ อาจารย์ กระจ่างแจ้งเลยครับ smitten smitten

ศาสตร์และศิลป์แห่งการทดลองนั้น แพรวพราวยิ่งนัก

การหมั่นฝึกฝนและเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่ย่อท้อ จะช่วยให้เราแก้ปัญหาในการทดลองต่อๆ ไปในชั้นที่สูงขึ้นได้   Wink
 Smiley
ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำแนะนำ smitten แล้วผมจะนำไปปฏิบัติตามครับ
Logged

ไม่มีใครเริ่มกันด้วยความพร้อม ทุกคนก็มาจากไม่พร้อม แต่ที่แตกต่างกันคือการพยายามสร้างความพร้อมจากความไม่พร้อมของแต่ละคน
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to: