ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

41037 Posts in 6095 Topics- by 6054 Members - Latest Member: Sudkak
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ความประทับใจในค่าย สอวน. ฟิสิกส์ ระดับชั้นไม่เกิน ม.5  (Read 16350 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
#Beta_SteP#
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 57


ค่าคงที่ใดๆ ไม่เท่ากับใจที่มั่งคง


« on: October 22, 2005, 02:00:05 AM »

                ขอบรรยายการเข้าค่ายครั้งนี้หน่อยเด้อ   Smiley
          ตอนมาถึงวันแรกรู้สึกหวั่นๆ ว่า เอ้ ค่ายฟิสิกส์ที่มาเข้านี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ และค่อนข้างตื่นเต้น เพราะว่า ยังไม่เคยเข้าค่าย สอวน. หรืออื่นๆ เลย นี่จึงเป็นการเข้าค่ายครั้งแรกของผม เพื่อนก็ยังไม่มีเลยสักคน (ยกเว้น ก.ท ด้วยกันเอง 1 คน) พอถึงเวลาปฐมนิเทศก็เห็นอาจารย์แต่ละคนค่อนข้างเครียด ยกเว้นอาจารย์ปิยพงษ์ เพราะว่ามาถึงอาจารย์ปิยพงษ์ก็พูดถึง วิธีการเรียนไม่ให้รู้เรื่อง 555+ ก็ฮาๆ ดีครับ เสร็จปฐมนิเทศแล้ว ก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องเรียนของแต่ละระดับชั้น เข้าไปในห้องผมก็นึงเป็นอย่างแรกว่า จะนั่งตรงไหนดี (ไม่รู้จักเลยสักคน) ก็เลยสุ่มๆ นั่งไป เวลาเรียนใกล้เข้ามาถึง ผมก็หยิบตารางเรียนขึ้นมาดู (ผมอยู่ห้องของระดับไม่เกิน ม.5) เห็นข้อความในกระดาษเขียนว่า "MATH- อ. วุทธิพันธุ์" ผมก็นึกอยู่ขณะนึงว่า หน้าตาของอาจารย์จะเป็นไงบ้างน้า แล้วอาจารย์คนนี้จะเป็นคนยังไง ว่าแล้วอาจารย์ผู้นั้นก็เดินเข้ามาโดยไม่พูดไม่จามาถึงก็บรรเลงเพลง "Calculas" ขึ้นมาทันตาเห็น ผมซึ่งไม่เคยเรียน Calculas มาก่อน ก็ตระหนักดีว่า คงเรียนไม่รู้เรียนอยู่แล้วแหละ แต่ผมก็ยังจดบนกระดานไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องก็ตาม ในขณะนั้นความเครียดเริ่มบรรเทาลง เพราะว่าอยู่ดีๆ อาจารย์ท่านก็พูดนอกเรื่องขึ้นมาทันควัน กินเวลาไปเกือบครึ่งคาบ ผมเลยรู้สึกโล่งใจว่า อย่างน้อยเรียนแล้วก็ไม่เครียดเกินไป ผมต้องขอโทษคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม ในวันนั้นด้วยซึ่งผมคิดว่า ผมอาจจะทำให้เขาอึดอัดใจเล็กน้อย

           ในวันต่อมาผมก็เริ่มทำความรู้จักกับคนอื่นๆ เพราะว่าถ้าไม่รู้จักคนอื่นๆ ผมคงอึดอัดน่าดู เพื่อนที่รู้จักกับผมคนแรกก็คือ “ต้อม” คนต่อมาก็คือ “มีน” ในวันที่ 2 มีการบรรยาย lab ของอาจารย์สุวรรณ ซึ่งแต่ละ lab นั้นเป็น lab ที่น่าสนใจทั้งสิ้น แต่ใจผมคิดในขณะนั้นว่า “แต่ละ lab ทำยังไงละนี่ - -” อาจารย์สุวรรณเป็นอาจารย์ที่ใจดีมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยได้รู้จักมา ให้ความช่วยเหลือกับนักเรียนทุกๆ คน และก็อื่นๆ อีกมากมาย ถึงยังไงวันนี้ก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไร...

   วันที่ 3 ของการเข้าค่ายอบรม มีการทำ lab ครั้งที่ 1 ผมก็ดูรายชื่อคนในกลุ่มผม แล้วผมก็คิดในใจว่า “ไม่มีใครรู้จักเลย เหอๆๆ” พอถึงเวลาทำ lab ก็แบ่งกลุ่มเข้าทำการทดลองต่างๆ ที่เมื่อวานอาจารย์สุวรรณได้บรรยายไว้ ผมเจอะเจอกับคนแรกในกลุ่มผม ซึ่งก็คือ “นัท” แล้วก็มีอีกคนนึงคือ “Benz” ทั้งสองคนอัธยาศัยดีทั้งคู่เลย โดยเฉพาะนัท เหมือน “เทพ” มาเกิดจริงๆ 555+ ส่วน Benz ก็เฮฮาปาตี้ดี การเข้ากลุ่มทำ lab ในครั้งนี้จึงผ่านพ้นไปด้วยดี

   วันที่ 4 เริ่มทำความรู้จักกับคนที่อยู่รอบข้าง คนแรกก็คือ “วิท” วิทเป็นเพื่อนที่นิสัยดีคนนึง เสียงหัวเราะเป็นอะไรที่ทำให้คนเรารู้จักกันได้จริงๆ จริงด้วย... ลืมพูดถึง อาหารกลางวันไปเลย อิอิ ก็ขอพูดนิดเดียวละกันว่า “อร่อย ม๊ากมาก” ในเวลาอีกไม่นานทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า เราต้องเริ่มทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนบ้างแล้วสินะ จึงเริ่มทำแบบฝึกหัดที่อาจารย์ให้มา และแล้วก็ทำไม่ได้... - -“

   วันที่ 5  ก็เหมือนๆ เดิม เพราะผมเริ่มรู้สึกเหนื่อยๆ ยังไงก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะเนื้อหาที่เรียน ประกอบกับความไม่เข้าใจในหลายๆ ด้าน ทำให้ผมเริ่มท้อใจ แต่ไม่ทิ้งความฝัน (เสี่ยวจริงๆ) ในวันแรกๆ ผมตามไม่ทันในทุกๆ เรื่องที่ อ. วุทธิพันธุ์ สอน แต่วันนี้ผมเริ่มตามทันแล้ว ดีใจจัง เอิ๊กๆๆ

   วันที่ 6 การปรับตัวในค่ายเริ่มเข้าที่เข้าทาง ผมได้รู้จักกับเพื่อนคนต่อไป นั่นก็คือ “พีส” พีสคนนี้เป็นคนที่นั่งอยู่ข้างหลังผม ตอนแรกเขาเหมือนเป็นคนที่ดูเงียบๆ แต่พอคุยไปคุยมาก็เฮฮาตามภาษาบ้าๆบอๆของผมได้เหมือนกัน ส่วนใหญ่เวลาที่ผมมีอะไรไม่เข้าใจก็จะถามพีสอยู่เสมอเพราะ พีสนั่งอยู่ข้างหลังผม ถามสะดวกดี อิอิ ในเวลาต่อมาพีส ก็บอกผมว่า “อีกไม่นานต้องไป สสวท. แล้ว” มันสะเทือนใจผมมาก เนื่องจากเพิ่งรู้จักกันแปปเดี๋ยวเอง

   วันที่ 7 การใช้ชีวิตอยู่ในค่ายนี้เป็นอะไรที่ปกติมากยิ่งขึ้นเนื่องจาก ชินแล้ว... เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับทุกคนในค่าย แต่สิ่งที่คุ้นที่สุดอยู่สิ่งนึงคือ คำพูดของอาจารย์วุทธิพันธุ์ เช่น “สสวท. เส็งเคร็ง” , “หมอถูกพยาบาลหลอก” , “ถ้าจะท่องจำไปเรียนชีวะไป๊” และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวท่าน อ. ผู้นี้ ทำให้ผมเองเริ่มศรัทธาในตัวท่านตั้งแน่นั้นมา และอาจารย์ก็ทำให้ผมเห็นด้วยว่าฟิสิกส์ที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “ฟิสิกส์” กับ “ชีวะ”

   วันที่ 8 ความเป็น “James”(ชื่อเพื่อนคนหนึ่ง) เริ่มเกิดขึ้น เนื่องจากผมรู้จักกับ “James” ตอนที่จะเดินไปศูนย์หนังสือจุฬาฯ กับนัท James เป็นคนที่แปลกมาก ตอนแรกที่ผมไม่รู้จักกับเขา ผมคิดว่า ทำไมเขาต้องทำหน้าเครียดใส่ผมขนาดนั้น แต่พอผมได้รู้จักแล้ว อะไรอะไรก็เป็นไปตามภาษาของความเฮฮาตามแบบฉบับแจค ผมเริ่มรู้จักกับเพื่อนหลายคนมากขึ้น ทำให้ความมั่นใจของผมเริ่มกลับมาอีกครั้ง ด้วยสิ่งนี้แหละที่ทำให้ในวันต่อๆ ไปดีขึ้น การเรียนในค่ายทำให้รู้จักกับคำว่า “เพื่อน” มากยิ่งขึ้น

   วันที่ 9 กับค่ายนี้ การมาตอนเช้าๆ มันก็เงียบสงบนี้เหมือนกันเนอะ ผมได้รู้จักกับคนที่อยู่ข้างผมอีก 2 คนก็คือ “ภูมิ” กับ “โอ๊ค” 2 คนนี้เป็นคนที่ใส่ใจต่อการเรียน และเฮฮาเช่นคนอื่นๆ การมีเพื่อนที่เฮฮา ทำให้จิตใจของผมฮาเฮไปด้วยเลยครับ อิอิอิอิ... อีกครึ่งค่ายก็จะถึงเวลาสอบแล้ว ผมจึง “ระลึก” ได้ว่า ต้องฟิตเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ โดยเฉพาะ “โค้ง” เพื่อนที่อยู่ ก.ท ด้วยกันกับผม การอยู่ในค่ายไม่ใช่ให้เราแค่ความรู้เท่านั้น แต่ยังให้อะไรอีกหลายๆ ที่เรายังไม่เคยได้สัมผัสมันกับตัวเองเลย...

   วันที่ 10 ผมได้รู้จักกับคนคนนึงชื่อ “ภาวัต” ทำให้ผมได้รู้ว่า “อะไร คือ สาระ” และ “อะไรที่เขาเรียกว่าไร้สาระ” ภาวัตคนนี้ทำให้เพื่อนๆ ที่อยู่รอบๆ ข้างเขาหัวเราะได้เสมอ เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มสีสันให้กับคนในค่าย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผมหัวเราะได้ก็คือ “โครงงานเลขของเขา”และ “ฉายา superman…” (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) วันเวลาชั่งผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน แปปเดียวเข้าค่ายมา 10 วันแล้วเหลือเวลาไม่กี่วันแล้วสินะที่ผมต้องจากค่ายนี้ไป ผมยังไม่ทันได้รู้จักกับทุกคนที่อยู่ในค่ายเลยน่าเสียดายจริงๆ

   วันที่ 11 นับถอยหลังความเป็นไปอันยาวนาน ทำให้เริ่มรู้ซึ้งถึงกระดานศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์วุทธิพันธุ์ ว่า ทำไมเวลาที่อาจารย์สอน อาจารย์ถึงได้มีความสุขขนาดนั้น (มีความสุขมากกว่าการที่เขียนกระดานสีขาว) ในช่วงทำ lab ของวันนี้ผู้ที่เป็นคนเช็คชื่อคือ “พี่อู๋” พี่เขาเป็นคนที่ตลกมากๆ  เพราะต้องจำชื่อนักเรียนให้ได้ แต่พี่เขาจำมะค่อยได้เลย มาถึงก็เดาผิดๆ ถูกๆ 555+ แล้วมีอยู่ครั้งนึงที่ผมกับเพื่อนในกลุ่มสลับชื่อกับหมด พี่เค้าก็เชื่อสนิทใจ จึงต้องลากพี่อู๋กลับมาเพื่อให้ทราบความจริงทั้งหมด ^^”

   วันที่ 12 ผมเริ่มคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในค่ายนี้ ทำไมหนอเวลาถึงไม่เคลื่อนที่ผ่านไปอย่างช้าๆ ก็ไม่รู้ ผมสนิทกับเพื่อนๆ มากยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้นขึ้นไปอีก เสมือนรู้จักกันมาแล้วนานนับปี แต่สิ่งที่ยังไม่หายไปไหนนั่นก็คือ เสียงหัวเราะที่ทุกคนยังมอบให้ซึ่งกันและกัน เมื่อหวนคิดไปถึงจุดเริ่มต้นที่ผ่านมาแล้ว มันไม่มีอะไรที่น่าเสียดายเลย

   
   วันที่ 13 ทุกๆ อย่างเป็นเหมือนภาพที่ติดตา อะไรอะไรก็ดูมีประทับใจมากขึ้นทุกๆ ที เวกเตอร์คือทิศที่เรากำหนดขึ้นมาเอง แต่อย่าลืมที่จะกำหนดเส้นทางการดำเนินชีวิตของตัวเอง เราจะเดินไปทางไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรวมเวกเตอร์ แต่อยู่กับการที่เราจะสร้างเส้นเวกเตอร์ที่ดีที่สุดสำหรับเราขึ้นมาเอง ( ค่อนข้างออกแนวปรัญชาเล็กน้อย เอิ๊กๆๆ )

                วันที่ 14 ดาราดังคับฟ้าผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นมา นั่นก็คือ อ. วุทธิพันธิ์นั่นเอง ในวันนี้เป็นวันที่หนังสือ สอวน. ฟิสิกส์ที่สั่งมาถึง ทุกคนจึงระดมพลให้อาจารย์วุทธิพันธ์เซ็นกันอย่างสนุกสนาน เพื่อเพิ่มความขลังให้แก่หนังสือของตัวเอง ผมได้เก็บภาพที่อาจารย์กำลังเซ็นให้เพื่อนๆ ไว้เป็นที่ระลึกแล้วเหมือนกัน อิอิ

                วันที่ 15 วันสุดท้ายของค่ายนี้ และเตรียมตัวสอบในอาทิตย์หน้าที่กำลังจะมาถึง มันเป็นวันสุดท้ายที่เรียกน้าตาของผมได้อีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดใน 14 วัน มันช่างมีค่าเสียเหลือเกิน “ประโยชน์ของสิ่งไร้ค่า คือทำเราให้เรามองเห็นสิ่งที่มีค่า” ว่าไหมครับ... อาจารย์สุวรรณมาบรรยาย lab ในช่วงบ่าย เป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนก็เฮฮาสนุกสนานก็การทดลองต่างๆ ของเพื่อนแต่ละคน ที่แปลกประหลาดจนเรียกเสียงหัวเราะ โดยเฉพาะ “กราฟของภาวัต” คิดแล้วขำจริงๆ 555+ และแล้วเวลาที่รับเกียรติบัตรก็มาถึง ผมตื่นเต้นมากเนื่องจากเป็นใบแรกในชีวิตของผมที่ได้จากการติด สอวน. ภาพการถ่ายหมู่ครั้งสุดท้ายเป็นการบรรยายหลายๆ สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจได้ทั้งหมด สุดท้ายทุกคนก็แยกย้ายกันไป แต่ก่อนหน้านั้นก็ได้ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ พี่อู๋ อ. วีรชัย อ. สุวรรณ และก็ อ. วุทธิพันธุ์

                ถึงแม้การสอบที่จะมาถึงจะเป็นเช่นไร ผลออกมาจะเป็นเช่นไร แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ “การได้รู้จักกับทุกๆ คน” ชะตาคงลิขิตให้พวกเราได้มาพบกัน ประสบการณ์ที่ได้จากค่ายนี้มันเกินที่จะบรรยายยิ่งนัก และสิ่งสุดท้ายที่ผมได้รู้ก็คือ คำว่า “ฟิสิกส์” มันเป็นอะไรที่เกินกว่าจะบรรยายด้วยภาษาคำพูดได้ เพราะว่า มันจะต้องบรรยายออกมาด้วย “ภาษาใจ”

                เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ผมไม่ได้กล่าวถึงอย่าเพิ่งเสียใจนะ ยังไงผมก็จำทุกคนได้อยู่แล้วล่ะ อิอิ ถ้าฟ้ายังไม่โหดร้าย พวกเราคงจะได้พบกันอีก ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง ไม่ที่ไหนสักที่หนึ่ง  แล้วพบกันใหม่เด้อ...

..................................................................................................
Logged

"รู้จักความพอของความพอเพียงเป็นความเพียงพอที่นิรันดร์..."
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #1 on: October 22, 2005, 07:19:18 PM »

สู้เค้านะ
Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
MwitStu.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 365

รักแท้แพ้ใกล้ชิด อยู่ห่างคนละทิศหมดสิทธิ์ครอบครอง


« Reply #2 on: October 22, 2005, 08:18:30 PM »

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร(ผมไม่รู้จัก) แต่ที่รู้คือหัวใจคุณไม่ปิดโลกของตัวเอง ขอให้โชคดีนะครับ
Logged
ampan
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1140


« Reply #3 on: October 22, 2005, 08:30:05 PM »

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร(ผมไม่รู้จัก) แต่ที่รู้คือหัวใจคุณไม่ปิดโลกของตัวเอง ขอให้โชคดีนะครับ
แปลว่าอาไรเหรอครับ ท่านเคน
Logged

Samuraisentai Shinkenger 侍戦隊シンケンジャー
Peace
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 477


« Reply #4 on: October 22, 2005, 08:37:20 PM »

สู้ๆๆ วันจันจาสอบแล้วนะ ขอให้โชคดี

ปล. เค้าคือคนนั่งหน้า Peace  ท่าน BDStu  Grin
Logged

น้ำเงินขาว ดาวสวรรค์ ปัญญาชน เราทุกคนคือตราสถาบัน

P.S.P.2 สายวิทย์เฮฮา
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #5 on: October 23, 2005, 05:29:24 PM »

พี่แจ็คไม่พูดถึงผมมั่งเลย แง่งๆ อุฉ่าถ่ายรูปกะอาจานวุดด้วยกันแท้ๆเลย ฮึ่ยๆๆๆ

ป.ล.พรุ่งนี้จะสอบแล้ว ดับแน่เรย
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
MwitStu.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 365

รักแท้แพ้ใกล้ชิด อยู่ห่างคนละทิศหมดสิทธิ์ครอบครอง


« Reply #6 on: October 23, 2005, 07:01:24 PM »

ตั้งแต่ผมได้เข้าค่าย ม.4 ปีที่แล้ว ผมได้รู้จักเพื่อน รุ่นพี่มากมาย รวมทั้งอาจารย์ ผมขอขอบคุณพวกเค้าทุกคน ที่ทำให้ผมได้มีความสุข สนุกสนานกับการอยู่ค่าย(แม้จะเรียนไม่รู้เรื่อง) ความสุขที่ผมได้รับจากพวกเค้า ทำให้ผมตั้งใจว่า ยังไงปีนี้ผมขอแค่กลับมาเจอพวกเค้าแค่สักนิดก็ยังดี ในที่สุดผมก็ได้กลับมาจริงๆ
หลังจากค่าย ม.5 ปีนี้เริ่มขึ้น วันแห่งความสุขสันต์ของผมก็เริ่มอีกครั้ง ทุกวันนอกจากจะไปเพื่อรับความรู้ทั้งหลายแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือรอยยิ้มแห่งความสุข จากคนรอบข้าง แค่มองหน้ากันก็เหมือนว่า เราทักทายกันไปแล้ว เราได้เรียนรู้ด้วยกัน กินพร้อมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตอนจะกลับทุกวัน มันจะทำให้ผมรู้สึกเหงาเสมอ แต่ก็ต้องอดทน แล้วมาเจอกันในวันรุ่งขึ้น และแล้วมันก็จบลง
ผมได้บทเรียนว่า สิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิต คือ "เพื่อน" และได้รู้ว่า สอวน. ไม่ได้ให้แต่ความรู้ แต่ให้ทั้งเพื่อน และการรู้จักสังคมมนุษย์ที่ดี แม้ผมไม่มีโอกาสได้พบเจอทุกๆคนอีก ยิ้มของทุกคนจะตราตรึงอยู่ในใจผมไม่มีวันลบเลือนชั่วชีวิต
ถ้าปฎิหารมีจริง ปีหน้าเราคงได้พบกันอีก
Logged
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #7 on: October 25, 2005, 11:27:57 AM »

อย่างเคนทำได้อยู่แล้วแหละ พี่เชื่อ
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
MwitStu.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 365

รักแท้แพ้ใกล้ชิด อยู่ห่างคนละทิศหมดสิทธิ์ครอบครอง


« Reply #8 on: October 25, 2005, 06:49:53 PM »

ขอบคุณ พี่ G มาก ส่วนหนึ่งของความสุขใน สอวน. จะมีไม่ได้ถ้าขาดพี่
Logged
#Beta_SteP#
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 57


ค่าคงที่ใดๆ ไม่เท่ากับใจที่มั่งคง


« Reply #9 on: October 27, 2005, 10:11:02 PM »

 ซึ้งจางงงงงงง  Cheesy
Logged

"รู้จักความพอของความพอเพียงเป็นความเพียงพอที่นิรันดร์..."
.kilii
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 41

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #10 on: November 20, 2005, 10:34:18 AM »

...............อะฮือซึ้ง.....อะฮึ...อะฮึ Cry










.................แหม..เผลอแสดงอารมณ์ออกไป..กลั้นไม่อยู่จริงๆ...โอ้"เส็งเคร็ง"จริงเรา
Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น