ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

41040 Posts in 6096 Topics- by 6069 Members - Latest Member: Filo
mPEC Forumหัวข้อทั่วไปสัพเพเหระฟิสิกส์...ศาสตร์แห่งการทำโจทย์?
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ฟิสิกส์...ศาสตร์แห่งการทำโจทย์?  (Read 6389 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« on: July 23, 2009, 03:22:57 PM »

กราบสวัสดีอาจารย์ปิยพงษ์ ที่เคารพยิ่ง
และสวัสดีผู้อ่านท่านอื่นๆ ครับ

จากที่ผมติดตามการสนทนา ณ ที่นี้...
ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมอยู่ผิดที่ผิดทางครับ
ที่นี่มีแต่โจทย์ที่ (ผมคิดว่า) ยากๆ ขนาดมีคนเฉลยไว้ (ผม) ก็ยังอ่านไม่เข้าใจ
(ซึ่งแน่นอนว่าคนอื่นๆ ในบอร์ดนี้คงไม่ได้คิดเหมือนผม)

ผมสนใจฟิสิกส์ แต่ไม่ได้หลงใหลในการทำโจทย์ฟิสิกส์ครับ
ผมคิดว่าฟิสิกส์น่าสนใจตั้งแต่ได้อ่านหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา...เมื่อประมาณ ม.2 (ตอนนี้ ม.5 ครับ)
และหนังสืออื่นๆ อีกหลายเล่มในแนวนี้ ที่ทยอยพิมพ์ออกจำหน่ายออกมาเรื่อยๆ
หนังสือเกี่ยวกับ ควอนตัม ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ผมก็ได้อ่านบ้าง...เท่าที่เด็กบ้านนอกอย่างผมจะหาได้
แต่ผมอ่านในรูปเนื้อหาที่ถูกเรียบเรียงให้คนทั่วไปอ่านเข้าใจได้นะครับ เป็นลักษณะ "เล่าให้ฟัง" มากกว่าสอนทฤษฎี
บอกให้เรารู้ว่าเขาคิดอะไรได้บ้าง เจออะไรบ้าง เจออย่างไร และคิดว่าจะค้นพบอะไรอีก
(หวังว่าท่านที่เคยอ่านหนังสือแนวนี้คงเข้าใจความหมายที่ผมต้องการสื่อ)

หนังสือที่ว่าข้างต้น ผมเน้นว่าผม "ชอบอ่าน" เฉยๆ นะครับ...โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมยกมาอวดว่ารู้มาก...
เพราะบางส่วนผมก็อ่านผ่านๆ เมื่อไม่ค่อยเข้าใจ ผมแค่รู้สึกสนุกที่ได้อ่าน (แน่นอนว่าได้ความรู้เพิ่มเข้าไปในสมองน้อยนิด ของผมด้วย)
และที่ผมเอ่ยถึงหนังสือพวกนี้ ก็เพื่อที่ว่าผู้ที่เคยอ่านจะได้เข้าใจว่าผมชอบเนื้อหาลักษณะไหน

แต่ผมไม่ค่อยมีความสุขนักกับการอ่านหนังสือตะลุยโจทย์ฟิสิกส์ โจทย์ข้อสอบแข่งขัน
และเมื่อขึ้น ม.ปลาย ...บทเรียนฟิสิกส์ก็ทำให้ทัศนคติ(ที่เคยดีมากๆ)ซึ่งผมมีต่อฟิสิกส์ เมื่อครั้งที่ผมอยู่ ม.2 ...ฝ่อลง
เพราะในห้องเรียนมีแต่โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ โจทย์ และโจทย์
(อ้อ...การทดลองมีน้อยมากครับ...
ผมเข้าใจว่าการทดลองโดยที่มีเครื่องมือเพียบพร้อมนั้น...คงมีแต่โรงเรียนดีๆ ในเมืองใหญ่ๆ ที่ทำให้เด็กดู หรือให้เด็กลองทำบ่อยๆ
พวกเขาก็เลยไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับความน่าเบื่อจำเจของการทำโจทย์นัก...กระมัง)

ฟิสิกส์คือการทำโจทย์หรือครับ?
ถ้ามีใครสักคนในที่นี้จะตอบผม...เขาต้องตอบว่า "ไม่" ไว้ก่อน...
แล้วจะตามด้วยเหตุผลต่างๆ นานา... ก่อนจบลงด้วยคำพูดเชิงตำหนิ ว่าผมมองฟิสิกส์ในแง่ร้ายเหลือเกิน

แต่ดูเหมือนวิชาฟิสิกส์ในห้องเรียนจะมีหน้าตาแบบนั้นนี่นา...
"หน้าตาแบบนั้น" หมายถึง "ฟิสิกส์คือการทำโจทย์ เพื่อให้จำสูตรได้ จำแนวโจทย์ได้ เอาไว้สอบเก็บคะแนน สอบเข้าเรียนต่อ จบ...
ไม่จำเป็นต้องรู้-ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากไปกว่าการแก้ปัญหาที่อยู่ในกระดาษ หรือกระดานตรงหน้าคุณ...แต่เราก็ไม่ได้ห้ามนะ...
จะรู้หรือจะคิดเกินขอบเขตก็ตามใจคุณสิ! ระวังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็แล้วกัน! ...เอาเวลามาทำโจทย์ดีกว่าน่า...
เพราะแค่นั้นมันก็ทำให้คุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว (ยังไม่พอใจหรือ?) หลังจากนั้นก็ลืมมันเสียทุกสิ่ง (แล้วคุณยังจะเดือดร้อนอะไรอีก!)"

นั่นแหละครับ...ที่ผมเจอ...
ถ้านักเรียนแค่สัก 50% มองฟิสิกส์แบบนี้...มันก็ออกจะน่าหดหู่นะครับ
(ซึ่งในความเป็นจริงคงมากกว่า 50% อยู่มาก / แถวๆ บ้านผม น่าจะเกิน 80% ครับ)

ความจริงแล้ว ผมก็รู้อยู่แก่ใจครับ ว่ามันไม่ใช่...ฟิสิกส์ไม่ใช่แค่การทำโจทย์หรอก!
มีอย่างอื่นมากกว่านั้นเยอะแยะ...แต่ผมสงสัยว่า ทำไมแง่มุมอื่นๆ ของฟิสิกส์ไม่ถูกแนะนำให้นักเรียนรู้จักอีกสักนิด
ผมแค่อยากเห็นฟิสิกส์ในบทเรียนน่าสนใจกว่านี้ สนุกกว่านี้ (ในเมื่อน่าจะทำได้) ...
มากกว่าแค่สอนสูตร (หรือไม่ก็ที่มานิดหน่อย) แล้วโยนโจทย์ให้ทำ...
ทำ ทำ ทำ ทำ ทำ...จนพาลทำให้คิดไปว่า ฟิสิกส์มีแค่นี้เองหรือ?

หรือว่าส่วนอื่นๆ ที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศเรียนไม่เหมือนที่ผมเรียนครับ?
(เพราะผมมันบ้านนอกเหลือเกิน...)

ปล.ผมเข้าใจความสำคัญของการทำโจทย์นะครับ
ผมใช้คำว่า "ไม่อยากให้มีแต่การทำโจทย์" ไม่ใช่ "ไม่อยากให้มีการทำโจทย์"

นี่เป็นการโพสต์ข้อความครั้งแรกของผมที่นี่ และไม่แน่ใจว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า
(เพราะการที่ผมมีความคิดเช่นที่พูดมานี้ อาจทำให้ผมเป็นที่รังเกียจของที่นี่ก็ได้)
หวังว่าเด็กที่แก้โจทย์ฟิสิกส์ไม่เก่ง แต่สนใจฟิสิกส์ (...อย่างน้อยก็ชอบในด้านหนึ่งของฟิสิกส์)
จะได้รับความเมตตาจากอาจารย์และพี่ๆ บ้างนะครับ
« Last Edit: July 29, 2009, 11:57:07 PM by quantum » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6216


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #1 on: July 28, 2009, 04:23:02 PM »

ผมหาที่ิมีบทความฟิสิกส์ดี ๆ ที่เป็นภาษาไทยไม่ได้ แต่เรื่องราวที่น่าสนใจเป็นภาษาอังกฤษที่คิดว่าคุณจะชอบหาอ่านได้ที่ http://twistedphysics.typepad.com/cocktail_party_physics/  ถ้าคุณเขียนได้มัน ๆ อย่างเขาเป็นภาษาไทย แล้วช่วยเอามาโพสต์ที่นี่ได้ก็จะดีมาก  coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
AYB
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 182


« Reply #2 on: July 28, 2009, 06:28:31 PM »

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีแต่การทำโจทย์หรอกครับ แต่ว่าในเว็บนี้ มีเป็นโจทย์ทฤษฎีซะเยอะ ก็คงเป็นเพราะว่า การปฏิบัตินั้น ก็จะมีเรื่องของการจัดหาอุปกรณ์เข้ามาเพิ่ม ทำให้การทำการปฏิบัติในเว็บบอร์ดนี้ไม่ค่อยจะสะดวกนัก และการนำมาอธิบายก็จะยากกว่า แต่ก็สามารถหาการทดลองได้ จากข้อสอบแข่งขันก็จะมีส่วนของการทดลองเช่นเดียวกับทฤษฎี

อีกส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นว่า สมาชิกของเว็บบอร์ดนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่กำลังศึกษาในวิชานี้อยู่ ก็คือกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวทฤษฎี เพื่อจะพัฒนาต่อยอดเป็นการวิจัยต่อๆ ไปครับ ก็เลยจะมีการทำโจทย์ซะเยอะกว่าอย่างอื่น

การเรียนในห้องเรียนระดับม.ปลายทั่วๆ ไป จะเป็นการยกสูตรขึ้นมาเลยซะมากครับ ไม่ได้แสดงที่มาหรือการพิสูจน์อะไรไว้ อยู่ดีๆ ก็ลอยมา แล้วก็บอกให้นักเรียนท่องจำไปเลย เอาไปสอบซะ สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ฟิสิกส์ต่อ สอบแอดมิชชั่นเสร็จ สูตรก็ปลิวออกจากหัวไป ไม่หลงเหลือซักนิดครับ
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #3 on: July 28, 2009, 08:45:26 PM »

ผมคิดว่าโจทย์เป็นการจำลองคำถามที่เรา อาจจะ/น่าจะ ตั้งขึ้นมาในชีวิตจริง
อาจตั้งขึ้นมาเพราะสงสัย หรืออยากจะทำนาย-อธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาตินั้น
การทำโจทย์ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะตรวจสอบว่า
เราเข้าใจในทฤษฎีทางฟิสิกส์ที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องนั้นจริงหรือเปล่า
ดังนั้นโดยส่วนตัวผมคิดว่าการทำโจทย์ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าการเรียนทฤษฎีเลย

เพียงแต่ว่าฟิสิกส์ที่สอนในประเทศไทย"ส่วนใหญ่"(ไม่ใช่ทั้งหมด) ที่ผมเคยเห็นมานั้น
ไม่ได้เน้นที่การอธิบายหลักการพื้นฐานทางทฤษฎี
และโจทย์ก็ไม่ได้เป็นไปในแนวที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ผู้ทำได้ฝึกกระบวนการความคิดให้ใช้ความรู้พื้นฐานที่มีในการแก้ปัญหา
ส่วนของจริงที่พบในห้องเรียนทั่วไปเป็นอย่างไรก็คงทราบกันอยู่

ผมชอบฟิสิกส์ตรงที่ สอนให้เรารู้จักมองโลกในหลายๆแง่มุม ฝึกกระบวนการความคิดของเรา
สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม

ยังไงก็ สู้ๆนะครับ great
Logged
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« Reply #4 on: July 28, 2009, 09:52:41 PM »

ผมหาที่ิมีบทความฟิสิกส์ดี ๆ ที่เป็นภาษาไทยไม่ได้ แต่เรื่องราวที่น่าสนใจเป็นภาษาอังกฤษที่คิดว่าคุณจะชอบหาอ่านได้ที่ http://twistedphysics.typepad.com/cocktail_party_physics/  ถ้าคุณเขียนได้มัน ๆ อย่างเขาเป็นภาษาไทย แล้วช่วยเอามาโพสต์ที่นี่ได้ก็จะดีมาก  coolsmiley

ตอนนี้...ผมยังคงผิดหวังกับ "วิชาฟิสิกส์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์" ที่ผมต้องเจอสัปดาห์ละ 4 วัน
แต่เมื่อผมมีประสบกาณณ์มากกว่านี้ ได้รู้จักฟิสิกส์เพิ่มขึ้นอีกสักเสี้ยวอณูหนึ่งของที่ท่านรู้จัก
ผมอาจจะถอนคำพูด (หมายถึง...สิ่งที่ผมบ่นไว้) ก็ได้ครับ...

ขอบพระคุณสำหรับเว็บไซต์ที่ท่านเมตตาสละเวลาหามาให้ครับ ผมจะพยายามอ่านให้เข้าใจเท่าที่สมองน้อยๆ ของผมจะทำได้ครับ
ผมไม่ทราบว่าชั่วชีวิตนี้ ผมจะสามารถ "เขียนได้มัน ๆ อย่างเขาเป็นภาษาไทย" หรือไม่ (ค่อนข้างแน่ใจว่า "ไม่" ครับ)
ทำได้แค่ "อ่านของเขามันๆ" ...อย่างที่กราบเรียนไปแล้วครับ

คณาจารย์ในวงการโอลิมปิกวิชาการ ไม่ว่าวิชาใด ...ยิ่งใหญ่ในมุมมองของผมเสมอครับ...
ผมไม่เคยคิดว่่าจะมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ทรงคุณวุฒิเช่นนี้
ดังนั้น การที่ผมมีโอกาสได้สนทนากับท่านในครั้งนี้ ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

.................................

เพียงแต่ว่าฟิสิกส์ที่สอนในประเทศไทย"ส่วนใหญ่"(ไม่ใช่ทั้งหมด) ที่ผมเคยเห็นมานั้น
ไม่ได้เน้นที่การอธิบายหลักการพื้นฐานทางทฤษฎี
และโจทย์ก็ไม่ได้เป็นไปในแนวที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ผู้ทำได้ฝึกกระบวนการความคิดให้ใช้ความรู้พื้นฐานที่มีในการแก้ปัญหา
ส่วนของจริงที่พบในห้องเรียนทั่วไปเป็นอย่างไรก็คงทราบกันอยู่

การเรียนในห้องเรียนระดับม.ปลายทั่วๆ ไป จะเป็นการยกสูตรขึ้นมาเลยซะมากครับ ไม่ได้แสดงที่มาหรือการพิสูจน์อะไรไว้
อยู่ดีๆ ก็ลอยมา แล้วก็บอกให้นักเรียนท่องจำไปเลย เอาไปสอบซะ
สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ฟิสิกส์ต่อ สอบแอดมิชชั่นเสร็จ สูตรก็ปลิวออกจากหัวไป ไม่หลงเหลือซักนิดครับ


นั่นคือภาพที่ผมเห็นเช่นกันครับ (เย้...มีคนเข้าใจผมแล้ว)
« Last Edit: July 28, 2009, 10:19:24 PM by quantum » Logged
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #5 on: July 29, 2009, 12:57:25 PM »

เขียนได้ดีมากๆครับ great

และแน่นอน ไม่ถูกคนอื่นเกลียดแน่นอนครับ เพราะนั่นคือการแสดงความคิดเห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง เป็นการแบ่งปันสิ่งที่เราคิด

แน่นอน ผมหละคนหนึ่งที่ชอบในการทำโจทย์ฟิสิกส์  ตามความคิดผม ผมว่าการทำโจทย์ฟิสิกส์นั้นมีเป้าหมายในการ
1 เข้าใจฟิสิกส์ในแง่มุมของตัวเลขและสมการ
2 สามารถนำไปคำนวณ และใช้จริงในชิวิตประจำวันได้  เพราะการรู้แต่เพียงความหมายแต่ไม่รู้สมการ เราก็ไม่สามารถนำไปใช้ในการทดลองได้
3 การเข้าใจทฤษฎีและความหมายของสมการอย่างลึกซึ้งสามารถนำไปสู่การคิดค้นทฤษฎีใหม่ๆได้

แต่แน่นอนครับ ผมสามารถบอกได้เลยว่า  คนที่ชื่นชอบในการทำโจทย์ฟิสิกส์ หลายคนที่เล่นเวปนี้หรือรวมทั้งตัวผมเอง  ไม่ได้มีความเข้าใจในหลักการทางธรรมชาติอย่างเพียงพอ  การทำโจทย์ส่งผลให้เรารู้ผลลัพธ์  แต่การเข้าใจสาเหตุของปรากฎการณ์ด้วยการทำโจทย์ค่อนข้างมีขีดจำกัด

ผมชื่นชมคนที่มีความคิดแบบคุณครับ  ถ้าจะให้ผมแนะนำหนังสือ คงไม่มีหนังสืออื่นใดในหัวผมที่คิดว่าเหมาะสมกับคนแบบคุณนอกจาก "Feynman Lectures" ครับ

เนื้อหาจะค่อนไปทางยากเล็กน้อย(เป็นบรรยายจากศาสตราจารย์ที่ได้รับรางวัลโนเบล)ซึ่งผมไม่รู้ว่าคุณมีพื้นฐานมากขนาดไหน แต่เนื้อหาไม่ได้เป็นรูปแบบของสมการและโจทย์  แต่จะเป็นรูปแบบของการบรรยายเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางฟิสิกส์ที่ถูกอธิบายโดยสิ่งที่เราเรียนในหนังสือ

ถ้าสนใจอย่างไรก็pmมาหาได้ครับ  ผมมีไฟล์อยู่ในคอมพ์ของผม (ผิดลิขสิทธิ์หรือเปล่านี่ Grin)
Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« Reply #6 on: August 02, 2009, 02:21:01 PM »

ผมชื่นชมคนที่มีความคิดแบบคุณครับ  ถ้าจะให้ผมแนะนำหนังสือ คงไม่มีหนังสืออื่นใดในหัวผมที่คิดว่าเหมาะสมกับคนแบบคุณนอกจาก "Feynman Lectures" ครับ

เนื้อหาจะค่อนไปทางยากเล็กน้อย(เป็นบรรยายจากศาสตราจารย์ที่ได้รับรางวัลโนเบล)ซึ่งผมไม่รู้ว่าคุณมีพื้นฐานมากขนาดไหน แต่เนื้อหาไม่ได้เป็นรูปแบบของสมการและโจทย์  แต่จะเป็นรูปแบบของการบรรยายเกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางฟิสิกส์ที่ถูกอธิบายโดยสิ่งที่เราเรียนในหนังสือ

ถ้าสนใจอย่างไรก็pmมาหาได้ครับ  ผมมีไฟล์อยู่ในคอมพ์ของผม (ผิดลิขสิทธิ์หรือเปล่านี่ Grin)

ขอบพระคุณในความเอื้อเฟื้อเป็นอย่างสูงครับ
Logged
Blackmaglc
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 302


จงเดินไปตามทางที่เจ้าเลือก


« Reply #7 on: August 02, 2009, 10:30:52 PM »



ตอนนี้...ผมยังคงผิดหวังกับ "วิชาฟิสิกส์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์" ที่ผมต้องเจอสัปดาห์ละ 4 วัน
....


สัปดาห์ละ 4 คาบนี่ไม่ต้องหวังครับ สายวิทยาศาสตร์ ม.5 โรงเีรียนของผม ก็มีสภาพคล้ายๆที่คุณ quantum ว่ามาเช่นกันครับ ผมคิดว่าปัญหาที่คุณกล่าวมานี้เป็นปัญหาสำคัญของการเรียนวิทยาศาตร์ไทยเลยครับ แต่ตอนนี้เรายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในระดับหลักสูตรการสอนได้ (ซึ่งอาจารย์หลายๆท่านก็พยายามเปลี่ยนอยู่ครับ) ก็เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากตัวเราเองก่อนก็ได้ครับ

ส่วนเรื่องโจทย์ที่ว่าทำๆๆๆๆ จนเบื่อนั้น ผมคาดว่าส่วนใหญ่จะเกิดกับโจทย์ในห้องเรียน ซึ่งเป็นโจทย์ประเภท "เขียนสูตรมา แล้วเอาค่ายัดลงไป" ซึ่งผมก็เบื่อเหมือนกันครับเวลาอาจารย์ที่โรงเรียนสั่งการบ้านเยอะๆแต่ทุกข้อใช้สูตรเดียวกัน กำหนดค่าอื่นๆมาครบแล้วให้เราหา 1 ค่าที่เหลือ ในความเห็นของผม โจทย์หลายๆข้อ โดยเฉพาะโจทย์โอลิมปิก เป็นมากกว่าโจทย์แค่ที่ทำๆให้เสร็จๆไปครับ บางข้อก็ให้เราอธิบายปรากฏการณ์จากสถานการณ์ที่กำหนดให้ และส่วนใหญ่ผู้ทำต้องคิดให้ได้ก่อนว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วค่อยนำสูตรและค่าต่างๆที่เกี่ยวข้องมาหาว่าปริมาณต่างๆนั้นสัมพันธ์กันอย่างไร โจทย์หลายๆข้อก็เกี่ยวกับแบบจำลองที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ซึ่งจะเป็นแนวถามไปแนะไป

ยังไงก็พยายามต่อไปนะครับ  Smiley
Logged

เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด  เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« Reply #8 on: August 02, 2009, 10:46:52 PM »

ตอนนี้...ผมยังคงผิดหวังกับ "วิชาฟิสิกส์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์" ที่ผมต้องเจอสัปดาห์ละ 4 วัน

สัปดาห์ละ 4 คาบนี่ไม่ต้องหวังครับ สายวิทยาศาสตร์ ม.5 โรงเีรียนของผม ก็มีสภาพคล้ายๆที่คุณ quantum ว่ามาเช่นกันครับ

ยังไงก็พยายามต่อไปนะครับ  Smiley


สัปดาห์ละ 4 วัน...แต่ 5 คาบครับ
มีวันหนึ่งเรียน 2 คาบ คิดว่าเผื่อเวลาไว้เป็นคาบทำการทดลอง...ซึ่งก็ไม่ได้ทดลองอะไรแต่อย่างใดครับ
(มีเวลาทำโจทย์เพิ่มขึ้นตั้ง 1 คาบแน่ะ... buck2)

อ้อ...ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจครับ (ทั้งคุณ Blackmagic และทุกๆ ท่าน)
« Last Edit: August 02, 2009, 10:49:44 PM by quantum » Logged
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 653


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #9 on: August 03, 2009, 12:05:46 AM »

ผมไม่ทราบว่าชั่วชีวิตนี้ ผมจะสามารถ "เขียนได้มัน ๆ อย่างเขาเป็นภาษาไทย" หรือไม่ (ค่อนข้างแน่ใจว่า "ไม่" ครับ)
ทำได้แค่ "อ่านของเขามันๆ" ...อย่างที่กราบเรียนไปแล้วครับ

ขอให้กำลังใจครับ ลองพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆให้เพื่อนๆหรือน้องๆฟังดูสิครับ ทำไปเรื่อยๆคุณก็อาจเล่า/เขียนเรื่องได้มันๆก็ได้  Smiley
เวลาสอนคนอื่นเราเรียนรู้เร็วมากขึ้นครับ

ป.ล. ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้อ่าน Feynman's Lecture on Physics ครับ ผมอ่านก่อนนอนทุกคืนตอนอยู่ม.ปลาย เหมือนเฉลยนิยายนักสืบ
Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« Reply #10 on: August 07, 2009, 06:16:59 PM »

ขอให้กำลังใจครับ ลองพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆให้เพื่อนๆหรือน้องๆฟังดูสิครับ ทำไปเรื่อยๆคุณก็อาจเล่า/เขียนเรื่องได้มันๆก็ได้  Smiley
เวลาสอนคนอื่นเราเรียนรู้เร็วมากขึ้นครับ

ขอบพระคุณครับ

.........................................................................................


ผมมีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์ อ.ปิยพงษ์ สิทธิคง
ซึ่งท่านให้สัมภาษณ์ไว้กับทีมงาน vcharkarn.com เมื่อนานมาแล้ว
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวอยู่ที่ http://www.vcharkarn.com/vspecial/ipho2000/leaders/piyapong.php ครับ

Quote
คือผมว่า ข้อสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยนี่ เป็นตัวทำลายการศึกษาอย่างยิ่ง
เราไปเน้นที่เวลา และตัวเลือก เราไม่ได้เน้นที่ความเข้าใจของนักเรียนเลย
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเทคนิคการทำข้อสอบ

และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ต่อเนื่องกันกับข้อความข้างบน

Quote
ในส่วนตัวผมเองแล้วไม่คิดว่าการจะนำเด็กมาติว ก่อนนำมาแข่งนั้น จะทำให้เด็กได้เหรียญกลับมาได้
เพราะเด็กเรานั้นไม่ได้ถูกสอนมาให้คิด เนื้อหาที่สอนก็ยังน้อยเกินไป
ตัวผมเองก็อยากเห็นการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนในเมืองไทยอย่างเร็วที่สุด

ขอเรียนถามอาจารย์ว่า...

1.ในปัจจุบัน ความคิดเห็นของอาจารย์เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไรครับ?

2.หลักสูตรในปัจจุบันวิวัฒน์ไปในทางที่ดีขึ้นหรือยังครับ?

3.ข้อสอบ pat ยังคงเป็นข้อสอบที่ "เน้นที่เวลา และตัวเลือก ไม่ได้เน้นที่ความเข้าใจของนักเรียน" หรือเปล่าครับ?

4.ในทางปฏิบัติ...จุดประสงค์หลักของโรงเรียนส่วนใหญ่คือ "หาวิธีให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้มากๆ" ใช่หรือเปล่าครับ?
ถ้าใช่...แล้วจะมีโรงเรียนสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ?...ที่สอนแบบ "ดูนี่...3 บรรทัด ออก" หรือ "เจอโจทย์แบบนี้...สูตรนี้เลยนักเรียน"

5.ในต่างประเทศ เขาสอนต่างจากประเทศไทยอย่างไรครับ และข้อสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของเขาเป็นอย่างไรครับ?



สุดท้าย ในมุมมองของอาจารย์
ในกระทู้นี้...ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?
ถ้ามี...ขอความกรุณาอาจารย์ช่วยชี้แนะให้ผมมีความเห็นที่ถูกต้องด้วยครับ
« Last Edit: August 15, 2009, 11:44:34 PM by quantum » Logged
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #11 on: August 16, 2009, 12:22:57 AM »

ใครมีโจทย์ ฟิสิกส์ที่น่าสนใจ(หรือพวกพาราดอกซ์)
ที่สามารถบอกเล่าอธิบายได้โดยไม่ต้องผ่านการคำนวณซับซ้อน (ใช้แค่บวก ลบ หรืออย่างดีก็คูณหาร) บ้างไหมครับ  idiot2
Logged
quantum
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 9


« Reply #12 on: August 16, 2009, 05:22:57 PM »

ใครมีโจทย์ ฟิสิกส์ที่น่าสนใจ(หรือพวกพาราดอกซ์)
ที่สามารถบอกเล่าอธิบายได้โดยไม่ต้องผ่านการคำนวณซับซ้อน (ใช้แค่บวก ลบ หรืออย่างดีก็คูณหาร) บ้างไหมครับ  idiot2

ท่านกำลังสับสนระหว่างการใช้คำว่า - การทำโจทย์ "ยาก" - กับ - การทำโจทย์ "มาก" - หรือเปล่าครับ  idiot2

ผมไม่ได้เรียกร้องให้ครูเฉลยโจทย์ทุกโจทย์โดยใช้แค่การบวก ลบ คูณ หาร นะครับ

ผมกำลังพูดเรื่อง "ทำโจทย์มาก" (จนแทบจะมีแต่โจทย์) ครับ
นั่นหมายรวมถึงโจทย์ทั้งที่ง่าย ยาก ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน หกคะเมน ตีลังกา... ทั้งหมดทั้งมวลซึ่งรวมกันแล้วเป็นปริมาณที่ "มาก"

แม้ว่าในบรรทัดที่ 5 ของกระทู้...ผมจะกล่าวว่า "ที่นี่มีโจทย์ที่ (ผมคิดว่า) ยากๆ ขนาดมีคนเฉลยไว้ (ผม) ก็ยังอ่านไม่เข้าใจ"
แต่ถ้าท่านอ่านต่อมา จะพบว่า นั่นไม่ใช่ใจความสำคัญของกระทู้นะครับ...
ผมไม่ได้ตั้งใจให้กระทู้นี้เป็นการบ่นเรื่อง "โจทย์ยาก" ครับ (คือ...ผมไม่ได้ตั้งใจจะบ่นเรื่องนั้น...แต่ถ้ามีคนอื่นพูดถึงก็ไม่เป็นไร)
อย่างไรก็ตาม...ถ้าข้อความในบรรทัดที่ 5 นั้น ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด ก็จะขอน้อมรับเป็นความผิดของผมเองครับ



ว่าแต่...ความ "ไม่ซับซ้อน" ถูกจำกัดอยู่แค่บวก ลบ คูณ หาร หรือครับ?  idiot2
ผมคิดว่าเด็ก ม.ปลาย โดยปกติทั่วไป (รวมถึงตัวผม) เปิดใจยอมรับ "ความซับซ้อน" ได้มากกว่านั้นนะครับ



ถ้ามีปัญหาสักปัญหาหนึ่ง (ผมไม่อยากใช้คำว่าโจทย์) ที่ถูกตั้งขึ้นโดยคนธรรมดาๆ...
แต่มันกระตุ้นให้คนธรรมดาๆ อยากคิดด้วยความสนใจและเต็มใจจะคิด แล้วผลจากการคิดนั้นก่อให้เกิดประโยชน์เป็นที่น่าประทับใจ
มันก็เพียงพอที่จะเป็น "ปัญหาที่น่าสนใจ" แล้วนี่ครับ

โจทย์ที่ซับซ้อนมากๆ ซึ่งถูกตั้งขึ้นโดย ศ.ดร.XYZ JKL เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัย ABC
ต้องตีลังกาทดเลข 3-4 หน้า -> ได้คำตอบ -> เขียนคำตอบ (หรือไม่ก็กากบาท) -> ฟังเฉลย -> เฮ้ย! ถูกนี่นา! เย้! -> ทำข้อใหม่
กุมขมับทดเลขอีก 5-6 หน้า -> ได้คำตอบ -> เขียนคำตอบ (หรือไม่ก็กากบาท) -> ฟังเฉลย -> เฮ้ย! ถูกอีกแล้ว! เย้! -> ทำข้อใหม่
ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นหรือครับ ถึงจะ "น่าสนใจ"

"ทำไมแอปเปิลหลุดจากต้นแล้วต้องร่วงลงสู่พื้น ไม่ลอยขึ้นไปข้างบนเสียบ้าง"  (...ให้ตายซี! ไม่มีตัวเลขเลยสักตัว!  bang head)
...ปัญหานี้ไม่ได้ "น่าสนใจ" สำหรับท่านเลยใช่ไหมครับ


ปล.หลังจากพิมพ์ reply นี้เสร็จ
ผมเปิดมาทบทวนข้อความที่พิมพ์ไป...
และผมเหลือบไปเห็น "quantum, ปิยพงษ์ - Head Admin and 0 Guests are viewing this topic. "
...กรมอุตุฯ ไม่ได้ประกาศเตือน แต่ผมว่า...พายุกำลังจะมา  buck2 แหะๆ...

ถ้าผมมีความเห็นที่ผิดไปประการใด ก็ขอให้อาจารย์อย่าได้ขุ่นเคือง โปรดเมตตาชี้แนะเถิดนะครับ
« Last Edit: August 16, 2009, 06:56:18 PM by quantum » Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น