มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41139 Posts in 6136 Topics- by 7772 Members - Latest Member: น้องดิว
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: Albert Einstein and the Absence of God‏  (Read 8793 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« on: April 10, 2009, 08:43:57 PM »

มีบทความมาให้อ่านกันครับ  smitten

The university professor challenged his students with this question.
 
Did God create everything that exists? A student bravely replied, “Yes, he did!”
“God created everything?” The professor asked.
“Yes sir”, the student replied.
The professor answered, “If God created everything, then God created evil since evil exists, and according to the principle that our works define who we are then God is evil”. The student became quiet before such an answer. The professor was quite pleased with himself and boasted to the students that he had proven once more that the Christian faith was a myth.
 
Another student raised his hand and said, “Can I ask you a question professor?”
“Of course”, replied the professor.
 
The student stood up and asked, “Professor, does cold exist?”
“What kind of question is this? Of course it exists. Have you never been cold?”
 
The students snickered at the young man’s question.
The young man replied, “In fact sir, cold does not exist. According to the laws of physics, what we consider cold is in reality the absence of heat. Every body or object is susceptible to study when it has or transmits energy, and heat is what makes a body or matter have or transmit energy. Absolute zero (-460 degrees F) is the total absence of heat; all matter becomes inert and incapable of reaction at that temperature. Cold does not exist. We have created this word to describe how we feel if we have no heat.”
 
The student continued, “Professor, does darkness exist?”
The professor responded, “Of course it does.”
 
The student replied, “Once again you are wrong sir, darkness does not exist either. Darkness is in reality the absence of light. Light we can study, but not darkness. In fact we can use Newton’s prism to break white light into many colors and study the various wavelengths of each color. You cannot measure darkness. A simple ray of light can break into a world of darkness and illuminate it. How can you know how dark a certain space is? You measure the amount of light present. Isn’t this correct? Darkness is a term used by man to describe what happens when there is no light present.”
 
Finally the young man asked the professor, “Sir, does evil exist?”
 
Now uncertain, the professor responded, “Of course as I have already said. We see it every day. It is in the daily example of man’s inhumanity to man. It is in the multitude of crime and violence everywhere in the world. These manifestations are nothing else but evil.”
 
To this the student replied, “Evil does not exist sir, or at least it does not exist unto itself. Evil is simply the absence of God. It is just like darkness and cold, a word that man has created to describe the absence of God. God did not create evil. Evil is not like faith, or love that exist just as does light and heat. Evil is the result of what happens when man does not have God’s love present in his heart. It’s like the cold that comes when there is no heat or the darkness that comes when there is no light.”
The professor sat down.
 
The young man’s name — Albert Einstein.
« Last Edit: April 11, 2009, 08:14:49 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #1 on: April 10, 2009, 09:17:56 PM »

ผมจะลองแปลดูนะครับ อาจจะไม่สละสลวย

ศาสตราจารย์มหาลัยท่านหนึ่งท้าทายนักเรียนด้วยปัญหาข้อหนึ่ง

"พระเจ้าสร้างทุกสิ่งทุกอย่างรึเปล่า" ศาสตราจารย์ถาม
"ใช่ครับ" นักเรียนตอบ
"จริงหรือ"
"ครับ"
ศาสตร์จารย์ตอบว่า "ถ้าพระเจ้าสร้างทุกสิ่งจริง ดังนั้นพระเจ้าก็สร้างปีศาจด้วย เพราะปีศาจมีตัวตนจริง และถ้าเราเชื่อตามหลักที่ว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ดังนั้นพระเจ้าก็คือปีศาจ" นักเรียนทุกคนเงียบหลังจากได้คำตอบจากศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ได้คุยโม้ให้นักเรียนฟังอีกว่าเขาเคยต่อต้านหลักความเชื่อทางศาสนาที่งมงายมาหลายครั้งแล้ว(ผมอาจจะแปลผิด ยังไงก็ช่วยๆแก้ด้วยนะครับ)

นักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นและกล่าวว่า "ผมขอถามสักคำถามหนึ่งได้ไหมครับ?"
"เชิญ"ศาสตราจารย์ตอบ

นักเรียนคนนั้นยืนขึ้นแล้วถามว่า "ศาสตราจารย์ครับ ความเย็นมีอยู่จริงรึเปล่า"
"คำถามอะไรนี่ แน่นอนว่ามันมีอยู่จริง คุณไม่เคยรู้สึกเย็นเลยหรือ"

นักเรียนคนอื่นๆก็หัวเราะคิกคักกำคำถามของนักเรียนคนนี้
นักเรียนคนนั้นตอบกลับไปว่า "ในความจริงแล้ว ความเย็นไม่มีครับ ตามหลักการทางฟิสิกส์ สิ่งที่เราเรียกว่าความเย็นที่จริงแล้วมันคือการไม่มีอยู่ของความร้อน วัตถุทุกๆอย่างสามารถศึกษาได้เมื่อมันถ่ายเทความร้อน และความร้อนเป็นสิ่งที่ทำให้วัตถุเกิดการถ่ายโอนความร้อน ที่ศูนย์สมบูรณ์ (-273.15 C) เป็นจุดๆที่ไม่มีความร้อนเลย สสารทุกๆสสารจะไม่เกิดอันตรกิริยาใดๆที่อุณหภูมินั้น ความเย็นไม่มีอยู่จริง มันเป็นแค่คำที่เราสร้างขึ้นมาเมื่อเรารู้สึกว่าไม่มีความร้อนอยู่

นักเรียนถามต่อ "ศาสตราจารย์ครับ ความืดมีอยู่จริงไหมครับ"
ศาสตราจารย์ตอบว่า "แน่นอน มันมีอยูจริงๆ"
นักเรียนตอบว่า "คุณตอบผิดอีกครั้งหนึ่งแล้่ว ความจริงแล้วความมืดไม่มีอยู่เช่นกัน ที่จริงแล้วความมืดคือการไม่มีอยู่ของแสง เราสามารถศึกษาเรื่องแสงได้ แต่ความมืดเราไม่สามารถศึกษาได้ ตามหลักแล้วเราสามารถใช้ปริซิมตามหลักการของนิวตันแยกแสงขาวเป็นหลายๆสีได้และศึกษาความยาวคลื่นของแสงในแต่ละสีได้ แต่เราไม่สามารถวัดอะไรเกี่ยวกับความมืดได้เลย แสงสามารถส่องเข้าไปในโลกแห่งความมืดและทำให้มันสว่าง เราจะวัดได้อย่างไรว่าที่ไหนมีความมืดอยู่ เราก็วัดความเข้มของแสงที่มีอยู่ในที่นั่นๆ จริงไหมครับ ความมืดคือเป็นเพียงสิ่งที่อธิบายว่าเมื่อไม่มีแสงสว่างแล้วจะเป็นอย่างไร"

สุดท้ายแล้วนักเรียนคนนั้นถามศาสตราจารย์ "แล้วปีศาจมีตัวตนจริงไหมครับ"
ศาสตราจารย์ตอบอย่างไม่แน่ใจ "ใช่ อย่างที่เคยพูดไป เราเจอมันอยู่ทุกๆวัน เช่นความไม่เป็นมนุษย์ของคนมันคือความรุนแรง ชั่วร้าย อาชญากรรมทุกๆที่ในโลก นี่เป็นการแสดงตัวให้เห็นอย่างเด่นชัดของปีศาจ

นักเรียนคนนั้นตอบว่า "ปีศาจไม่มีจริงครับ อย่างน้อยๆมันก็ไม่มีตัวตนจริงปีศาจก็คือการไม่มีอยู่ของพระเจ้า มันก็เหมือนกับความมืดกับความเย็นปีศาจก็คือคำที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายการที่ไม่มีพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้สร้างปีศาจ ปีศาจมันไม่เหมือนกัน ปีศาจไม่เหมือนความศรัทธา หรือความรักที่เป็นความรู้สึกที่มีอยู่จริงเหมือนกับความร้อนและแสงสว่าง ปีศาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนไม่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในหัวใจ เปรียบเทียบได้กับความเย็น ซึ่งจะมาเมื่อไม่มีความร้อน หรือความมืด ซึ่งจะมาเมื่อไม่มีแสงสว่าง"
ศาสตราจารย์คนนั้นนั่งลงอย่างศิโรราบ(555)


ชายหนุ่มคนนั้นชื่อ อัลเบริต ไอน์สไตน์ Shocked


คมจริงๆครับ   icon adore icon adore

ปล. ผมไม่มั่นใจอยู่หลายประโยค ยังไงก็ช่วยๆแก้ให้ผมด้วยนะครับ
« Last Edit: April 10, 2009, 09:19:27 PM by Mwit_Psychoror » Logged
shizu_kao
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 48


« Reply #2 on: April 10, 2009, 09:31:53 PM »

Quote
It is in the daily example of man’s inhumanity to man.

อันนี้ แปลว่ามนุษย์ขาดความกรุณาปราณี(มนุษยธรรม)ต่อเพื่อนมนุษย์หรือเปล่าคะ ?  ไม่แน่ใจ  Smiley

ปล. ไอน์สไตน์นี่เป็นคนที่มีความคิดหลากหลายมุมมากเลยนะ  อยากคิดได้แบบนั้นบ้างจัง   smitten smitten
« Last Edit: April 10, 2009, 09:38:01 PM by shizu_kao » Logged
Tung
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 210

Labor Omnia Vincit


« Reply #3 on: April 10, 2009, 10:02:17 PM »

เฮอะๆ

เจ๋งดี  great
Logged

ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ
คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #4 on: April 11, 2009, 08:13:45 AM »

สันติสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการไม่มีสงคราม
 
ความสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทะเลาะ หรือมีความขัดแย้งกับผู้อื่น


การหลอกลวงผู้อื่นวิธีหนึ่งทำโดยการยกตัวอย่างข้อความสองสามข้อความที่เป็นจริงในบางเรื่อง เพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นคิดว่ามันเป็นจริงในเรื่องอื่น ที่ดูอย่างผิวเผินแล้วน่าจะเป็นจริงเหมือนกัน แต่ที่จริงไม่ใช่   Shocked


http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,2974.msg19405.html#msg19405
กาลามสูตร ฉบับดัดแปลงนิดหน่อย  Grin

อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามที่ฟัง ๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามที่ทำต่อ ๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามคำเล่าลือ
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยอ้างตำรา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยนึกเดา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยคาดคะเนเอา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะถูก/ไม่ถูกกับทฤษฎีของตน
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อ/ไม่น่าเชื่อได้
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

อย่าเพิ่งไม่เชื่อเพราะผู้พูดเป็นคนที่เราไม่ชอบ   Grin

« Last Edit: April 11, 2009, 08:30:14 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #5 on: April 11, 2009, 05:53:50 PM »


ความสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทะเลาะ หรือมีความขัดแย้งกับผู้อื่น


ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วความสุขคือการไม่มีอยู่ของความทุกข์นะครับ (รึเปล่าหว๋า  uglystupid2)
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #6 on: April 11, 2009, 06:02:26 PM »


ความสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทะเลาะ หรือมีความขัดแย้งกับผู้อื่น


ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วความสุขคือการไม่มีอยู่ของความทุกข์นะครับ (รึเปล่าหว๋า  uglystupid2)

ยกมาอ้างแล้วจะทำให้มันถูกต้องหรือ  Shocked
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #7 on: April 11, 2009, 07:50:36 PM »


ความสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทะเลาะ หรือมีความขัดแย้งกับผู้อื่น


ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วความสุขคือการไม่มีอยู่ของความทุกข์นะครับ (รึเปล่าหว๋า  uglystupid2)

ยกมาอ้างแล้วจะทำให้มันถูกต้องหรือ  Shocked

ไม่ครับ Grin เพียงแต่ว่า

การหลอกลวงผู้อื่นวิธีหนึ่งทำโดยการยกตัวอย่างข้อความสองสามข้อความที่เป็นจริงในบางเรื่อง เพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นคิดว่ามันเป็นจริงในเรื่องอื่น ที่ดูอย่างผิวเผินแล้วน่าจะเป็นจริงเหมือนกัน แต่ที่จริงไม่ใช่   Shocked

อาจารย์หมายถึงใครเหรอครับ  Sad
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #8 on: April 11, 2009, 10:06:14 PM »



อาจารย์หมายถึงใครเหรอครับ  Sad

ก็คนนั้นไง  Grin  กลับไปอ่านข้อความแรกดู  Wink
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #9 on: April 11, 2009, 10:44:10 PM »



อาจารย์หมายถึงใครเหรอครับ  Sad

ก็คนนั้นไง  Grin  กลับไปอ่านข้อความแรกดู  Wink

ครับ

แต่ว่าเขาหลอกลวงคนอื่นหรือว่าเขาเข้าใจผิดกันแน่ครับ  idiot2
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #10 on: April 11, 2009, 10:53:30 PM »



อาจารย์หมายถึงใครเหรอครับ  Sad

ก็คนนั้นไง  Grin  กลับไปอ่านข้อความแรกดู  Wink

ครับ

แต่ว่าเขาหลอกลวงคนอื่นหรือว่าเขาเข้าใจผิดกันแน่ครับ  idiot2

ไอนส์ไตน์ไม่เชื่อในพระเจ้า  Wink


http://atheism.about.com/od/einsteingodreligion/tp/Was-Einstein-an-Atheist-.htm

1. Albert Einstein: From a Jesuit Viewpoint, I am an Atheist

    I received your letter of June 10th. I have never talked to a Jesuit priest in my life and I am astonished by the audacity to tell such lies about me. From the viewpoint of a Jesuit priest I am, of course, and have always been an atheist.

    - Albert Einstein, letter to Guy H. Raner Jr, July 2, 1945, responding to a rumor that a Jesuit priest had caused Einstein to convert from atheism; quoted by Michael R. Gilmore in Skeptic, Vol. 5, No. 2

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #11 on: April 11, 2009, 11:31:23 PM »



อาจารย์หมายถึงใครเหรอครับ  Sad

ก็คนนั้นไง  Grin  กลับไปอ่านข้อความแรกดู  Wink

ครับ

แต่ว่าเขาหลอกลวงคนอื่นหรือว่าเขาเข้าใจผิดกันแน่ครับ  idiot2

ไอนส์ไตน์ไม่เชื่อในพระเจ้า  Wink


http://atheism.about.com/od/einsteingodreligion/tp/Was-Einstein-an-Atheist-.htm

1. Albert Einstein: From a Jesuit Viewpoint, I am an Atheist

    I received your letter of June 10th. I have never talked to a Jesuit priest in my life and I am astonished by the audacity to tell such lies about me. From the viewpoint of a Jesuit priest I am, of course, and have always been an atheist.

    - Albert Einstein, letter to Guy H. Raner Jr, July 2, 1945, responding to a rumor that a Jesuit priest had caused Einstein to convert from atheism; quoted by Michael R. Gilmore in Skeptic, Vol. 5, No. 2


แต่นี่เป็นความคิดในตอนหนุ่มของเขาหรือเปล่าครับ ช่วงหลังๆนั้นเขาย่อมไม่เชื่อในพระเจ้าและเปลี่ยนไปนับถือศาสนาพุทธแล้ว(เท่าที่ศึกษามานะครับ) แต่ตอนหนุ่มเขาอาจจะเชื่อในพระเจ้าก็ได้ อีกอย่างถ้าเขาไม่เชื่อในพระเจ้า(ในตอนนั้น)ทำไมเขาถึงไม่ตอบไปว่า"ไม่ใช่"หละครับ (คำถามที่ถามว่าพระเจ้าเชื่อทุกอย่างหนะครับ)



หรือว่าอาจารย์หมายถึงผมหลอกลวงครับ  embarassed   ผมเอาบทความมาจาก http://urbanlegends.about.com/od/religion/a/einstein_god.htm แต่ก็ไม่แน่ใจว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน เห็นแล้วน่าสนใจดีครับก็เลยเอามาลงเฉยๆ
Logged
FogRit
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 899


มีอะไร ใช้อย่างนั้น


« Reply #12 on: April 12, 2009, 10:46:24 PM »

สันติสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการไม่มีสงคราม
 
ความสุขไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทะเลาะ หรือมีความขัดแย้งกับผู้อื่น


การหลอกลวงผู้อื่นวิธีหนึ่งทำโดยการยกตัวอย่างข้อความสองสามข้อความที่เป็นจริงในบางเรื่อง เพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นคิดว่ามันเป็นจริงในเรื่องอื่น ที่ดูอย่างผิวเผินแล้วน่าจะเป็นจริงเหมือนกัน แต่ที่จริงไม่ใช่   Shocked


http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,2974.msg19405.html#msg19405
กาลามสูตร ฉบับดัดแปลงนิดหน่อย  Grin

อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามที่ฟัง ๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามที่ทำต่อ ๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อตามคำเล่าลือ
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยอ้างตำรา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยนึกเดา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยคาดคะเนเอา
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะถูก/ไม่ถูกกับทฤษฎีของตน
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อ/ไม่น่าเชื่อได้
อย่าเพิ่งเชื่อ/ไม่เชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

อย่าเพิ่งไม่เชื่อเพราะผู้พูดเป็นคนที่เราไม่ชอบ   Grin



ขอบคุณมากครับ
Logged

อดทนและทำงานอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #13 on: May 29, 2009, 02:58:39 AM »

พอดีไปอ่านเจอมา เอามาเพิ่มเติมให้ครับ  smitten smitten smitten

The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend personal God and avoid dogma and theology.
Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of
all things natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion
that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism.

--- Albert Einstein
Logged
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 653


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #14 on: May 29, 2009, 02:39:07 PM »

เพิ่มเติม Quotes จาก Einstein ที่น่าจะเกี่ยวข้องนะครับ:
http://www.positiveatheism.org/hist/quotes/einstein.htm

และข่าวนี้ครับ:
http://www.guardian.co.uk/science/2008/may/12/peopleinscience.religion

แล้วที่บอกต่อๆกันว่า Einstein เป็นชาวพุทธหรือชอบศาสนาพุทธนั้น ต้องดูว่าเราเข้าใจความเป็นพุทธเหมือนกันไหม พุทธผสมพราหมณ์แบบเชื่อไม่มีหลักฐานไม่เข้ากันกับทางวิทยาศาสตร์ครับ  Smiley

Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น