ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

38180 Posts in 5640 Topics- by 4116 Members - Latest Member: krittanai
Pages: « 1 2 3 4   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบฟิสิกส์สอวน. ศูนย์ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ปลายค่ายสอง 2551-52 ทฤษฎี  (Read 37188 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
tee_noi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 19


« Reply #45 on: March 31, 2009, 02:40:55 PM »

ผมเคยอ่านเจอว่าหู"คนปกติ" ห่างกันประมาณ 15 cm ครับ great
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #46 on: May 30, 2009, 08:56:00 AM »

ช่วยแนะข้อ 6 ให้ทีครับ(ทำให้เลยก็ดี  2funny)
ทำมาตั้งแต่จบค่าย จนถึงตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย  buck2
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #47 on: March 02, 2010, 12:50:06 AM »

เวลาผ่านไปเกือบปีแล้ว ก็ยังไม่มีคนมาเฉลยนะครับ
ฉะนั้นผมจะทำการเฉลยบางข้อ ณ บัดเดี๋ยวนี้
มีที่ผิดก็ร่วมด้วยช่วยกันตรวจสอบนะครับ
ข้อ 6
เนื่องจากแสงจะต้องสะท้อนกลับหมดภายใน เราจะได้ว่า มุมตกกระทบภายทุกๆมุมมีค่ามากกว่า \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
จากรูปที่ 6.1 เราจะได้ว่า มุมตกกระทบภายใน และมุมตกกระทบด้านล่างควรมีค่ารวมกันได้ 90 องศาเสมอ
ดังนั้น ถ้ามุมตกกระทบด้านล่างมีค่า \theta_2 > \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
\therefore \theta_1 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
ซึ่ง มุมตกกระทบด้านข้างต้องมีค่า \therefore \theta_1 > \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
\therefore \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) < \theta_1 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) (1)
จากรูปเราเห็นได้ว่า \theta_0 + \theta_1 = 90^{\circ} (2)
แทนค่าของมุมหักเห \theta_0 ไปในสมการด้านบน (2)
เราก็จะได้อีกว่า \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) < \theta_0 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) = \cos ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
นั่นคือ \dfrac{n_3}{n_2} < \sin \theta_0 < \sqrt{1-(\dfrac{n_3}{n_2})^2}
นั่นคือ n_3 < n_2 \sin \theta_0 < \sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
จากกฎของสเนลล์ เราจะได้ว่า n_1 \sin \theta = n_2 \sin \theta_0
นั่นคือ n_3 < n_1 \sin \theta < \sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
\dfrac{n_3}{n_1} < \sin \theta < \dfrac{1}{n_1}\sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
จากสิ่งที่กำหนดให้จะได้ว่า  \sin \theta_{min} = \sin \alpha = \dfrac{n_3}{n_1} (*)
และ  \sin \theta_{max} = \sin \beta = \dfrac{1}{n_1}\sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2} (**)
เราจะได้ว่า จาก (*) จะได้  n_1 = \dfrac{n_3}{\sin \alpha}
เราจะได้ว่านำ (*)^2 + (**)^2 :  \sin^2 \alpha + \sin^2 \beta = (\dfrac{n_2}{n_1})^2
\therefore n_2 ^2 = n_1 ^2 (\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta)
\therefore n_2 = n_1 \sqrt{\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta} =  \dfrac{n_3 \sqrt{\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta}}{\sin \alpha}
นั่นคือ \therefore n_2 =n_3 \sqrt{1 + (\dfrac{\sin \beta}{\sin \alpha})^2}
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #48 on: March 02, 2010, 01:08:25 AM »

ข้อ 8
จาก สมการการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก-ไฟฟ้า
V=-\dfrac{d\Phi_B}{dt}
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กจะเป็นไปตามสมการ
\Delta{\Phi_B}=-\displaystyle \int Vdt
เนื่องจากความต้านทางในวงจรมีค่า R คงที่เป็นไปตามสมการ V=IR
\Delta{\Phi_B}=-\displaystyle \int IRdt = -R\displaystyle \int Idt
\because \displaystyle \int Idt = Q
เราจะได้ว่า \Delta{\Phi_B}=-RQ
ฟลักซ์แม่เหล็กในตอนแรกจะมีค่า NBA = \pi NBr^2
เมื่อพลิกกลับด้านจะมีค่าเป็น -\pi NBr^2
ดังนั้น \Delta \Phi_B =-2\pi NBr^2
B=\dfrac{\Delta \Phi_B}{-2\pi Nr^2}
แต่ \Delta{\Phi_B}=-RQ
\therefore B=\dfrac{RQ}{2\pi Nr^2}
Logged
Polar_Ice
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 40


« Reply #49 on: March 02, 2010, 01:52:27 PM »

ขอบคุณครับ คุณ Amber    Smiley Smiley


PS : ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม  2funny  2funny
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #50 on: March 02, 2010, 01:58:42 PM »

ข้อ 10.  Smiley
ก.)
ให้ความต่างของแหล่งกำเนิดมีค่า V_0 \cos \omega t และ กระแสที่ไหลผ่าน L มีค่า I_L=I_{L0} \cos \omega t + \phi
พิจารณา phasor diagram ซึ่งความต่างศักย์คร่อม L ควรมีเฟสนำหน้า I_L อยู่ 90 องศา
เราจะได้ว่าจากรูป V=V_L + V_{R1}
แอมปลิจูดของความต่างศักย์คร่อม L และ R_1 จึงมีค่า V_0=I_{L0}\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}
นั่นคือ I_{L0}=\dfrac{V_0}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}
จาก V_{L0} = I_{L0}\omega R
จะได้ว่า V_{L0} = \dfrac{V_0 \omega L}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}
พิจารณา phasor diagram ซึ่งความต่างศักย์คร่อม C ควรมีเฟสตามหลัง I_C อยู่ 90 องศา
เราจะได้ว่าจากรูป V=V_C + V_{R2}
แอมปลิจูดของความต่างศักย์คร่อม C และ R_2 จึงมีค่า V_0=I_{C0}\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}
นั่นคือ I_{C0}=\dfrac{V_0}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}
ดังนั้นความต่างศักย์คร่อม R_2 จึงมีค่า \dfrac{V_0 R_2}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}
เนื่องจากไม่มีกระแสไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ เราจะได้ว่าศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลาย 2 ด้านต้องมีค่าเท่ากันเสมอ

 V_L0 = V_{R_{2}0}

\therefore \dfrac{V_0 R_2}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}=\dfrac{V_0 \omega L}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}

\therefore R_2 \sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}= \omega L \sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}

\therefore R_2 ^2 (R_1 ^2+(\omega L)^2)= \omega^2 L^2 (R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2)

\therefore R_2 ^2 R_1 ^2= \omega^2 L^2 (\dfrac{1}{\omega C})^2

\therefore R_1 R_2 = \dfrac{L}{C}

« Last Edit: March 02, 2010, 02:05:06 PM by Amber » Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #51 on: March 02, 2010, 02:05:18 PM »

ข.)
พิจารณา Phasor diagram
จากรูปที่ 1 จะพบว่า เฟสของความต่างศักย์คร่อม L จะนำเฟสของ ความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดอยู่ 90^\circ - \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}
ค่า tangent ของมุมที่นำอยู่จะมีค่า \tan (90^\circ - \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}) = \dfrac{1}{\tan({ \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}})} = \dfrac{R_1}{\omega L}
จากรูปที่ 2 จะพบว่า เฟสของความต่างศักย์คร่อม L จะนำเฟสของความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดอยู่ \tan^{-1} \frac{1}{R_2 \omega C}
ค่า tangent ของมุมที่นำอยู่จะมีค่า \frac{1}{R_2 \omega C}
เนื่องจากไม่มีกระแสไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ เราจะได้ว่าศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลาย 2 ด้านต้องมีค่าเท่ากันเสมอ
ดังนั้นเฟสของความต่างศักย์ของปลายของกัลวานอมิเตอร์จึงต้องมีค่าเท่ากันตลอดอีกด้วย
\therefore \frac{1}{R_2 \omega C}= \dfrac{R_1}{\omega L}
\therefore \frac{\omega L}{\omega C}= R_1 R_2
เราจะได้ผลเหมือนข้างต้น คือ  R_1 R_2 = \frac{L}{C}

ขอบคุณครับ คุณ Amber    Smiley Smiley


PS : ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม  2funny  2funny
="=
Logged
alfa_44718
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 27


« Reply #52 on: March 19, 2010, 08:24:44 PM »

ผมขอความช่วยเหลือนิดหนึ่งนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ทำข้อ 14 ได้  idiot2
« Last Edit: March 19, 2010, 08:34:02 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Thanakorn
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 276


« Reply #53 on: March 19, 2010, 11:50:26 PM »

ผมขอความช่วยเหลือนิดหนึ่งนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ทำข้อ 14 ได้  idiot2
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าหูคนห่างกันประมาณ 0.15 \mbox{m}  Grin Grin
แล้วก็ v=\sqrt{\dfrac{\gamma RT}{M}} แทน
\gamma=1.4  
R=8.314 \mbox{Jmol/K}
T=298\mbox{K}
M=28.8 \mbox{g/mol}
ได้  v=347 \mbox{m/s}
ทีนี้ก็จะรู้ความยาวคลื่น \lambda \approx 0.50\mbox{m}
หนึ่งความยาวคลื่น เฟสต่างกัน 2\pi\mbox{rad}
ถ้า 0.15\mbox{m} ก็จะต่างกัน \approx 1.88 \mbox{rad}
« Last Edit: March 19, 2010, 11:53:17 PM by Thanakorn » Logged
alfa_44718
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 27


« Reply #54 on: March 24, 2010, 12:35:33 PM »

แล้วค่าต่างๆเราต้องจำเองหรอครับคุณ Thanakorn idiot2
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #55 on: March 24, 2010, 02:32:00 PM »

แล้วค่าต่างๆเราต้องจำเองหรอครับคุณ Thanakorn idiot2

หูคนวัดเอาเอง ส่วนอัตราเร็วเสียงปีที่แล้วอาจารย์ปิยพงษ์ บอกก่อนวันสอบให้จำไป  2funny
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #56 on: April 26, 2010, 01:48:15 PM »


13.1(ไม่ใช่ 12.1 Shocked) y_{2}(x,t) = (6.0 cm)\cos \frac{\pi }{2}\left[ (2.0 m^{-1})x-(8.0 s^{-1})t \right]

ข้อรวมคลื่นนิ่ง เวลามี Asin(kx-\omega t)  อีกอันต้องเป็น -Asin(kx+\omega t) รึเปล่าครับ เพราะมันกลับเฟส ที่เชือกขึงตึงแล้วมารวมกัน
Logged
dy
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 345


Every problem has its solution, and its time,too.


« Reply #57 on: March 21, 2011, 09:45:25 PM »

ข้อ 4 ครับ  จากทฤษฎีจลน์  พลังงานภายใน  U &=& \dfrac{3}{2} nRT  สำหรับ  ก๊าซอุดมคติอะตอมเดี่ยว

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หา  ความจุความร้อนต่อโมลในกรณีปริมาตรคงตัวและความดันคงตัวก่อน

จาก 1st law of Thermodynamics

Q &=& W + \Delta U

เราหา  c_p ได้ดังนี้

nc_p \Delta T &=& nR \Delta T &+& \dfrac{3}{2} nR \Delta T

c_p &=& \dfrac{5}{2} R

ทำนองเดียวกันจะได้  c_v &=& \dfrac{3}{2} R

4.1  

ช่วง  ab  ปริมาตรลด แสดงว่าความร้อนออกจากระบบ Q_{ab} &=& nc_p \Delta T  เพราะความดันคงที่

ได้ค่าของความร้อน Q_{ab} &=& \dfrac{5}{2} P_1 ( V_2 - V_1) เป็นความร้อนออก

ช่วง  bc  ความดันเพิ่ม  แสดงว่าความร้อนเข้าสู่ระบบ  Q_{bc} &=& nc_{V} \Delta T  เพราะปริมาตรคงที่

ได้ค่าของความร้อน  Q_{bc} &=& \dfrac{3}{2} ( P_2 - P_1) V_1  เป็นความร้อนเข้า

ช่วง  cd    ปริมาตรเพิ่ม  แสดงว่าความร้อนเข้าสู่ระบบ

Q_{cd} &=& nc_{p} \Delta T &=& \dfrac{5}{2} P_2 ( V_2 - V_1)  เป็นความร้อนเข้า

ช่วง da  ความดันลด แสดงว่าความร้อนออก  

Q_{da}  &=& nc_{v} \Delta T &= \dfrac{3}{2} (P_2 - P_1) V_2  เป็นความร้อนออก

งานที่ระบบทำแต่ละช่วงก็หาจาก  W &=&  \displaystyle \int  PdV

4.2

\eta &=& 1 &-& \dfrac{ \left| \displaystyle \sum_{i}Q_{out} \right| }{ \left| \displaystyle \sum_{i} Q_{in}\right| } &=&  1 - \dfrac{5P_1 (V_2 - V_1) + 3(P_2 - P_1)V_2}{5P_2 (V_2 - V_1) + 3(P_2 - P_1)V_1}    smitten  ตรวจสอบด้วยครับ
« Last Edit: March 21, 2011, 09:50:15 PM by dy » Logged

smitten   Cool  (\dfrac{ \mbox{PHYSICS}}{ \mbox{BIOLOGY}})^ { \mbox{CHEMISTRY}} &=& \mbox{SCIENCE}

Fight for 14th APhO
B.J.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 212



« Reply #58 on: April 28, 2011, 07:19:03 AM »

ข้อ 5ครับ
ใช้สูตรการหักเหที่ผิวโค้งนะครับ ให้ s แทนระยะที่ปลาห่างจากโถจริงๆตอนแรก ส่วน
\dfrac{1.33}{s}+\dfrac{1.00}{-3.00} = \dfrac{1.00-1.33}{-10.0}

ที่ R =-10.0 เนื่องจากว่าทิศที่วัดจากผิวโถ ไปยังจุดศูนย์กลางความโค้งของโถมีทิศตรงข้ามกับแสง
แก้สมการได้ s =\dfrac{40}{11}
ปลาว่ายไปอีกฝั่งของโถ แสดงว่า ปลาว่าโดยใช้ระยะทางจริงๆ เท่ากับ 20.0-\dfrac{40}{11}=\dfrac{180}{11.0}
ปลาว่ายด้วยอัตราเร็วจริงๆ \dfrac{180/11.0}{3.00} = \dfrac{60}{11}\approx 4.62 cm/s
เมื่อปลาอยู่อีกฝั่งของโถ คนจะเห็นปลาห่างจากโถเป็นระยะ s^{\prime}
จับยัดสมการหักเหที่ผิวโค้งอีก
\dfrac{1.33}{20.0}+\dfrac{1.00}{s^{\prime}} = \dfrac{1.00-1.33}{-10.0}

s^{\prime}=-30.0 cm แสดงว่าคนเห็นภาพปลาห่างจากคน \left|s^{\prime} +5.00  \right| = 35.0

คนเห็นภาพปลาว่ายด้วยอัตราเร็ว \dfrac{35.0-8.00}{3.00} = 9.00 cm/s  Ans
« Last Edit: April 28, 2011, 08:35:44 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Pages: « 1 2 3 4   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น