ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39985 Posts in 5859 Topics- by 4535 Members - Latest Member: Aguero
Pages: « 1 2 3 4   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบฟิสิกส์สอวน. ศูนย์ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ปลายค่ายสอง 2551-52 ทฤษฎี  (Read 49823 times)
0 Members and 2 Guests are viewing this topic.
tee_noi
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 19


« Reply #45 on: March 31, 2009, 02:40:55 PM »

ผมเคยอ่านเจอว่าหู"คนปกติ" ห่างกันประมาณ 15 cm ครับ great
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #46 on: May 30, 2009, 08:56:00 AM »

ช่วยแนะข้อ 6 ให้ทีครับ(ทำให้เลยก็ดี  2funny)
ทำมาตั้งแต่จบค่าย จนถึงตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย  buck2
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #47 on: March 02, 2010, 12:50:06 AM »

เวลาผ่านไปเกือบปีแล้ว ก็ยังไม่มีคนมาเฉลยนะครับ
ฉะนั้นผมจะทำการเฉลยบางข้อ ณ บัดเดี๋ยวนี้
มีที่ผิดก็ร่วมด้วยช่วยกันตรวจสอบนะครับ
ข้อ 6
เนื่องจากแสงจะต้องสะท้อนกลับหมดภายใน เราจะได้ว่า มุมตกกระทบภายทุกๆมุมมีค่ามากกว่า \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
จากรูปที่ 6.1 เราจะได้ว่า มุมตกกระทบภายใน และมุมตกกระทบด้านล่างควรมีค่ารวมกันได้ 90 องศาเสมอ
ดังนั้น ถ้ามุมตกกระทบด้านล่างมีค่า \theta_2 > \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
\therefore \theta_1 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
ซึ่ง มุมตกกระทบด้านข้างต้องมีค่า \therefore \theta_1 > \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
\therefore \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) < \theta_1 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) (1)
จากรูปเราเห็นได้ว่า \theta_0 + \theta_1 = 90^{\circ} (2)
แทนค่าของมุมหักเห \theta_0 ไปในสมการด้านบน (2)
เราก็จะได้อีกว่า \sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) < \theta_0 < 90^{\circ}-\sin ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2}) = \cos ^{-1} (\dfrac{n_3}{n_2})
นั่นคือ \dfrac{n_3}{n_2} < \sin \theta_0 < \sqrt{1-(\dfrac{n_3}{n_2})^2}
นั่นคือ n_3 < n_2 \sin \theta_0 < \sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
จากกฎของสเนลล์ เราจะได้ว่า n_1 \sin \theta = n_2 \sin \theta_0
นั่นคือ n_3 < n_1 \sin \theta < \sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
\dfrac{n_3}{n_1} < \sin \theta < \dfrac{1}{n_1}\sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2}
จากสิ่งที่กำหนดให้จะได้ว่า  \sin \theta_{min} = \sin \alpha = \dfrac{n_3}{n_1} (*)
และ  \sin \theta_{max} = \sin \beta = \dfrac{1}{n_1}\sqrt{n_2 ^2 - n_3 ^2} (**)
เราจะได้ว่า จาก (*) จะได้  n_1 = \dfrac{n_3}{\sin \alpha}
เราจะได้ว่านำ (*)^2 + (**)^2 :  \sin^2 \alpha + \sin^2 \beta = (\dfrac{n_2}{n_1})^2
\therefore n_2 ^2 = n_1 ^2 (\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta)
\therefore n_2 = n_1 \sqrt{\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta} =  \dfrac{n_3 \sqrt{\sin^2 \alpha + \sin^2 \beta}}{\sin \alpha}
นั่นคือ \therefore n_2 =n_3 \sqrt{1 + (\dfrac{\sin \beta}{\sin \alpha})^2}


* 1.PNG (8.53 KB, 297x397 - viewed 641 times.)
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #48 on: March 02, 2010, 01:08:25 AM »

ข้อ 8
จาก สมการการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก-ไฟฟ้า
V=-\dfrac{d\Phi_B}{dt}
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กจะเป็นไปตามสมการ
\Delta{\Phi_B}=-\displaystyle \int Vdt
เนื่องจากความต้านทางในวงจรมีค่า R คงที่เป็นไปตามสมการ V=IR
\Delta{\Phi_B}=-\displaystyle \int IRdt = -R\displaystyle \int Idt
\because \displaystyle \int Idt = Q
เราจะได้ว่า \Delta{\Phi_B}=-RQ
ฟลักซ์แม่เหล็กในตอนแรกจะมีค่า NBA = \pi NBr^2
เมื่อพลิกกลับด้านจะมีค่าเป็น -\pi NBr^2
ดังนั้น \Delta \Phi_B =-2\pi NBr^2
B=\dfrac{\Delta \Phi_B}{-2\pi Nr^2}
แต่ \Delta{\Phi_B}=-RQ
\therefore B=\dfrac{RQ}{2\pi Nr^2}
Logged
Polar_Ice
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 40


« Reply #49 on: March 02, 2010, 01:52:27 PM »

ขอบคุณครับ คุณ Amber    Smiley Smiley


PS : ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม  2funny  2funny
Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #50 on: March 02, 2010, 01:58:42 PM »

ข้อ 10.  Smiley
ก.)
ให้ความต่างของแหล่งกำเนิดมีค่า V_0 \cos \omega t และ กระแสที่ไหลผ่าน L มีค่า I_L=I_{L0} \cos \omega t + \phi
พิจารณา phasor diagram ซึ่งความต่างศักย์คร่อม L ควรมีเฟสนำหน้า I_L อยู่ 90 องศา
เราจะได้ว่าจากรูป V=V_L + V_{R1}
แอมปลิจูดของความต่างศักย์คร่อม L และ R_1 จึงมีค่า V_0=I_{L0}\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}
นั่นคือ I_{L0}=\dfrac{V_0}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}
จาก V_{L0} = I_{L0}\omega R
จะได้ว่า V_{L0} = \dfrac{V_0 \omega L}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}
พิจารณา phasor diagram ซึ่งความต่างศักย์คร่อม C ควรมีเฟสตามหลัง I_C อยู่ 90 องศา
เราจะได้ว่าจากรูป V=V_C + V_{R2}
แอมปลิจูดของความต่างศักย์คร่อม C และ R_2 จึงมีค่า V_0=I_{C0}\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}
นั่นคือ I_{C0}=\dfrac{V_0}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}
ดังนั้นความต่างศักย์คร่อม R_2 จึงมีค่า \dfrac{V_0 R_2}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}
เนื่องจากไม่มีกระแสไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ เราจะได้ว่าศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลาย 2 ด้านต้องมีค่าเท่ากันเสมอ

 V_L0 = V_{R_{2}0}

\therefore \dfrac{V_0 R_2}{\sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}}=\dfrac{V_0 \omega L}{\sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}}

\therefore R_2 \sqrt{R_1 ^2+(\omega L)^2}= \omega L \sqrt{R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2}

\therefore R_2 ^2 (R_1 ^2+(\omega L)^2)= \omega^2 L^2 (R_2 ^2+(\dfrac{1}{\omega C})^2)

\therefore R_2 ^2 R_1 ^2= \omega^2 L^2 (\dfrac{1}{\omega C})^2

\therefore R_1 R_2 = \dfrac{L}{C}



* 1.PNG (20.42 KB, 781x476 - viewed 618 times.)

* 2.PNG (22.09 KB, 818x547 - viewed 617 times.)
« Last Edit: March 02, 2010, 02:05:06 PM by Amber » Logged
S.S.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 166


« Reply #51 on: March 02, 2010, 02:05:18 PM »

ข.)
พิจารณา Phasor diagram
จากรูปที่ 1 จะพบว่า เฟสของความต่างศักย์คร่อม L จะนำเฟสของ ความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดอยู่ 90^\circ - \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}
ค่า tangent ของมุมที่นำอยู่จะมีค่า \tan (90^\circ - \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}) = \dfrac{1}{\tan({ \tan^{-1} \frac{\omega L}{R_1}})} = \dfrac{R_1}{\omega L}
จากรูปที่ 2 จะพบว่า เฟสของความต่างศักย์คร่อม L จะนำเฟสของความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดอยู่ \tan^{-1} \frac{1}{R_2 \omega C}
ค่า tangent ของมุมที่นำอยู่จะมีค่า \frac{1}{R_2 \omega C}
เนื่องจากไม่มีกระแสไหลผ่านกัลวานอมิเตอร์ เราจะได้ว่าศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลาย 2 ด้านต้องมีค่าเท่ากันเสมอ
ดังนั้นเฟสของความต่างศักย์ของปลายของกัลวานอมิเตอร์จึงต้องมีค่าเท่ากันตลอดอีกด้วย
\therefore \frac{1}{R_2 \omega C}= \dfrac{R_1}{\omega L}
\therefore \frac{\omega L}{\omega C}= R_1 R_2
เราจะได้ผลเหมือนข้างต้น คือ  R_1 R_2 = \frac{L}{C}

ขอบคุณครับ คุณ Amber    Smiley Smiley


PS : ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม  2funny  2funny
="=
Logged
alfa_44718
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 27


« Reply #52 on: March 19, 2010, 08:24:44 PM »

ผมขอความช่วยเหลือนิดหนึ่งนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ทำข้อ 14 ได้  idiot2
« Last Edit: March 19, 2010, 08:34:02 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Thanakorn
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 276


« Reply #53 on: March 19, 2010, 11:50:26 PM »

ผมขอความช่วยเหลือนิดหนึ่งนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ทำข้อ 14 ได้  idiot2
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าหูคนห่างกันประมาณ 0.15 \mbox{m}  Grin Grin
แล้วก็ v=\sqrt{\dfrac{\gamma RT}{M}} แทน
\gamma=1.4  
R=8.314 \mbox{Jmol/K}
T=298\mbox{K}
M=28.8 \mbox{g/mol}
ได้  v=347 \mbox{m/s}
ทีนี้ก็จะรู้ความยาวคลื่น \lambda \approx 0.50\mbox{m}
หนึ่งความยาวคลื่น เฟสต่างกัน 2\pi\mbox{rad}
ถ้า 0.15\mbox{m} ก็จะต่างกัน \approx 1.88 \mbox{rad}
« Last Edit: March 19, 2010, 11:53:17 PM by Thanakorn » Logged
alfa_44718
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 27


« Reply #54 on: March 24, 2010, 12:35:33 PM »

แล้วค่าต่างๆเราต้องจำเองหรอครับคุณ Thanakorn idiot2
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #55 on: March 24, 2010, 02:32:00 PM »

แล้วค่าต่างๆเราต้องจำเองหรอครับคุณ Thanakorn idiot2

หูคนวัดเอาเอง ส่วนอัตราเร็วเสียงปีที่แล้วอาจารย์ปิยพงษ์ บอกก่อนวันสอบให้จำไป  2funny
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 534



« Reply #56 on: April 26, 2010, 01:48:15 PM »


13.1(ไม่ใช่ 12.1 Shocked) y_{2}(x,t) = (6.0 cm)\cos \frac{\pi }{2}\left[ (2.0 m^{-1})x-(8.0 s^{-1})t \right]

ข้อรวมคลื่นนิ่ง เวลามี Asin(kx-\omega t)  อีกอันต้องเป็น -Asin(kx+\omega t) รึเปล่าครับ เพราะมันกลับเฟส ที่เชือกขึงตึงแล้วมารวมกัน
Logged
dy
neutrino
*
Online Online

Posts: 367


Every problem has its solution, and its time,too.


« Reply #57 on: March 21, 2011, 09:45:25 PM »

ข้อ 4 ครับ  จากทฤษฎีจลน์  พลังงานภายใน  U &=& \dfrac{3}{2} nRT  สำหรับ  ก๊าซอุดมคติอะตอมเดี่ยว

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หา  ความจุความร้อนต่อโมลในกรณีปริมาตรคงตัวและความดันคงตัวก่อน

จาก 1st law of Thermodynamics

Q &=& W + \Delta U

เราหา  c_p ได้ดังนี้

nc_p \Delta T &=& nR \Delta T &+& \dfrac{3}{2} nR \Delta T

c_p &=& \dfrac{5}{2} R

ทำนองเดียวกันจะได้  c_v &=& \dfrac{3}{2} R

4.1  

ช่วง  ab  ปริมาตรลด แสดงว่าความร้อนออกจากระบบ Q_{ab} &=& nc_p \Delta T  เพราะความดันคงที่

ได้ค่าของความร้อน Q_{ab} &=& \dfrac{5}{2} P_1 ( V_2 - V_1) เป็นความร้อนออก

ช่วง  bc  ความดันเพิ่ม  แสดงว่าความร้อนเข้าสู่ระบบ  Q_{bc} &=& nc_{V} \Delta T  เพราะปริมาตรคงที่

ได้ค่าของความร้อน  Q_{bc} &=& \dfrac{3}{2} ( P_2 - P_1) V_1  เป็นความร้อนเข้า

ช่วง  cd    ปริมาตรเพิ่ม  แสดงว่าความร้อนเข้าสู่ระบบ

Q_{cd} &=& nc_{p} \Delta T &=& \dfrac{5}{2} P_2 ( V_2 - V_1)  เป็นความร้อนเข้า

ช่วง da  ความดันลด แสดงว่าความร้อนออก  

Q_{da}  &=& nc_{v} \Delta T &= \dfrac{3}{2} (P_2 - P_1) V_2  เป็นความร้อนออก

งานที่ระบบทำแต่ละช่วงก็หาจาก  W &=&  \displaystyle \int  PdV

4.2

\eta &=& 1 &-& \dfrac{ \left| \displaystyle \sum_{i}Q_{out} \right| }{ \left| \displaystyle \sum_{i} Q_{in}\right| } &=&  1 - \dfrac{5P_1 (V_2 - V_1) + 3(P_2 - P_1)V_2}{5P_2 (V_2 - V_1) + 3(P_2 - P_1)V_1}    smitten  ตรวจสอบด้วยครับ
« Last Edit: March 21, 2011, 09:50:15 PM by dy » Logged

smitten   Cool  (\dfrac{ \mbox{PHYSICS}}{ \mbox{BIOLOGY}})^ { \mbox{CHEMISTRY}} &=& \mbox{SCIENCE}

Fight for MIT.

Silver medalist from 44th IPhO , 14th APhO
B.J.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 212



« Reply #58 on: April 28, 2011, 07:19:03 AM »

ข้อ 5ครับ
ใช้สูตรการหักเหที่ผิวโค้งนะครับ ให้ s แทนระยะที่ปลาห่างจากโถจริงๆตอนแรก ส่วน
\dfrac{1.33}{s}+\dfrac{1.00}{-3.00} = \dfrac{1.00-1.33}{-10.0}

ที่ R =-10.0 เนื่องจากว่าทิศที่วัดจากผิวโถ ไปยังจุดศูนย์กลางความโค้งของโถมีทิศตรงข้ามกับแสง
แก้สมการได้ s =\dfrac{40}{11}
ปลาว่ายไปอีกฝั่งของโถ แสดงว่า ปลาว่าโดยใช้ระยะทางจริงๆ เท่ากับ 20.0-\dfrac{40}{11}=\dfrac{180}{11.0}
ปลาว่ายด้วยอัตราเร็วจริงๆ \dfrac{180/11.0}{3.00} = \dfrac{60}{11}\approx 4.62 cm/s
เมื่อปลาอยู่อีกฝั่งของโถ คนจะเห็นปลาห่างจากโถเป็นระยะ s^{\prime}
จับยัดสมการหักเหที่ผิวโค้งอีก
\dfrac{1.33}{20.0}+\dfrac{1.00}{s^{\prime}} = \dfrac{1.00-1.33}{-10.0}

s^{\prime}=-30.0 cm แสดงว่าคนเห็นภาพปลาห่างจากคน \left|s^{\prime} +5.00  \right| = 35.0

คนเห็นภาพปลาว่ายด้วยอัตราเร็ว \dfrac{35.0-8.00}{3.00} = 9.00 cm/s  Ans
« Last Edit: April 28, 2011, 08:35:44 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Pages: « 1 2 3 4   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น