ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37944 Posts in 5620 Topics- by 4050 Members - Latest Member: little vector
mPEC Forumฟิสิกส์โอลิมปิก วิทยาศาสตร์โอลิมปิก ข้อสอบแข่งขัน ข้อสอบชิงทุนฟิสิกส์โอลิมปิก ไทย Thai Physics Olympiadข้อสอบฟิสิกส์โอลิมปิก สสวท. รอบที่ 1 ปีการศึกษา 2551 วันที่ 29 มิถุนายน 2551
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบฟิสิกส์โอลิมปิก สสวท. รอบที่ 1 ปีการศึกษา 2551 วันที่ 29 มิถุนายน 2551  (Read 38916 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
MwitStu.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 365

รักแท้แพ้ใกล้ชิด อยู่ห่างคนละทิศหมดสิทธิ์ครอบครอง


« Reply #105 on: July 16, 2008, 02:11:46 PM »

ท่านอาจารย์เขาก็ตรวข้อสอบเสร็จ และส่งผลสอบไปแล้ว การตรวจขึ้นกับดุลพินิจของผู้ตรวจ ไม่จำเป็นต้องขอคะแนนความเมตตาใดๆ ทั้งนั้น เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาทั้งสิ้น อยากให้ทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับคำว่า "ไม่มีสสวท. รอบแรก" อีกแล้ว การด่วนสรุปใส่งที่ยังเข้าใจไม่ชัดเจนและเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องเสียหายได้
Logged
KJ KuB
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #106 on: July 23, 2008, 08:15:13 PM »

ผมอยากทราบว่า ข้อ11.ทำไมถึงต้องตอบติดในรูป sin ด้วยครับ  เพราะที่ผมคิดก็ได้คำตอบเดียวกัน แต่เป็นค่าบวกและติดในรูป cos สงสัยเรื่องนี้นานมากแล้ว  ใครทราบช่วยชี้แนะผมด้วยนะครับ   ขอบคุนครับ  smitten
Logged
KJ KuB
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #107 on: July 23, 2008, 08:32:29 PM »

อ่อใช่  ใครที่เข้าใจการคิดข้อ10.รบกวนช่วยอธิบายให้ด้วยนะครับ  คือผมอ่านที่พวกพี่ๆเฉลย แล้วรู้สึกไม่เข้าใจที่มาที่ไปจริงๆ 
ขอบคุณคร้าบบบ   Smiley
Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #108 on: July 23, 2008, 09:10:10 PM »

อ่อใช่  ใครที่เข้าใจการคิดข้อ10.รบกวนช่วยอธิบายให้ด้วยนะครับ  คือผมอ่านที่พวกพี่ๆเฉลย แล้วรู้สึกไม่เข้าใจที่มาที่ไปจริงๆ 
ขอบคุณคร้าบบบ   Smiley
ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอครับ ถ้าไม่เข้าใจตรงที่ทำไม \mbox{KE} = \dfrac{3}{2}kT ล่ะก็ ขอให้ไปอ่านเรื่องทฤษฎีจลน์ของแก๊สอะตอมเดียวดู (เราเสมือนว่าประจุในระบบทำตัวเหมือนอะตอม gas)
Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
KJ KuB
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #109 on: July 24, 2008, 03:06:27 PM »

ไม่เข้าใจสมการสุดท้ายที่อ้างจากกฏอนุรักษ์พลังงานครับคือผมอยากรู้ว่าทำไมถึงเป็น 3kT (แทนที่จะเป็น 3/2 kT และ 2Rมาได้อย่างไร)
        ในกฎของคูลอมบ์ที่ผมเคยเห็นไม่ใช่ตัวนี้ด้วยครับ  ที่ผมเคยเห็นคือกฎที่มีค่าkอยู่ด้วย  แต่ก็คิดว่าจากที่โจทย์กำหนดให้ใช้ก็คงจะเป็นตัวเดียวกัน เพียงแต่เขียนต่างกันเท่านั้น

ปล.ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เขียนสมการที่ผมสงสัยออกมาไม่ได้  เพราะผมไม่รู้วิธีเขียนจริงๆ  Cry  Cry Cry
และหากพี่เข้าใจข้อไฟฟ้า(ข้อ11.)นั้นก็ช่วยอธิบายด้วยนะครับ  ว่าทำไมต้องตอบในรูปของ sin ขอบคุณครับ  reading reading
Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #110 on: July 24, 2008, 04:22:03 PM »

ไม่เข้าใจสมการสุดท้ายที่อ้างจากกฏอนุรักษ์พลังงานครับคือผมอยากรู้ว่าทำไมถึงเป็น 3kT (แทนที่จะเป็น 3/2 kT และ 2Rมาได้อย่างไร)
        ในกฎของคูลอมบ์ที่ผมเคยเห็นไม่ใช่ตัวนี้ด้วยครับ  ที่ผมเคยเห็นคือกฎที่มีค่าkอยู่ด้วย  แต่ก็คิดว่าจากที่โจทย์กำหนดให้ใช้ก็คงจะเป็นตัวเดียวกัน เพียงแต่เขียนต่างกันเท่านั้น

ปล.ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เขียนสมการที่ผมสงสัยออกมาไม่ได้  เพราะผมไม่รู้วิธีเขียนจริงๆ  Cry  Cry Cry
และหากพี่เข้าใจข้อไฟฟ้า(ข้อ11.)นั้นก็ช่วยอธิบายด้วยนะครับ  ว่าทำไมต้องตอบในรูปของ sin ขอบคุณครับ  reading reading
ตอบคำถามแรก

คือว่าที่ nklohit ทำนั้นถูกแล้ว เพียงแต่ว่าคุณคงดูไม่ออกเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นเพราะผมคิดว่าคุณคงตาม nklohit ไม่ทัน
จากกฎของคูลอมบ์นั้นทำให้เราทราบว่าพลังงานศักย์ของระบบจุดประจุสองตัว q และ Q เขียนได้ว่า
U = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} \dfrac{qQ}{r} เมื่อ r เป็นระยะห่างระหว่าง"จุด"ประจุ
โดยเนื่องจากว่า ผู้จัดหลักสูตรและการสอนฟิสิกส์นักเรียนม.ปลายนั้น ไม่อยากให้นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาเจอสัญลักษณ์แปลกๆจนกลัวฟิสิกส์ เลยสั่งให้
k = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} ซึ่งเรียกว่าค่าคงตัวของคูลอมบ์ <---นี่คงเป็นที่คุณพูดถึง
แต่ว่าถ้าคุณสังเกตโจทย์ให้ดีๆ โจทย์ให้พารามิเตอร์ \epsilon_o มาให้ซึ่งเรียกว่า สภาพยอมได้ของฟรีสเปซ (permittivity of free space)ซึ่งเป็นค่าคงที่ที่สำคัญมากในเรื่องของไฟฟ้า นั่นคือ k ในโจทย์คงไม่ใช่ ค่าคงที่ของคูลอมบ์ ซะแล้ว

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องอุณหพลศาสตร์ ถ้าหากลองไปหาหนังสือเรื่องทฤษฎีจลน์อ่านดูจะรู้ว่า พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของ"กลุ่ม"ก๊าซนั้น (ซึ่งเราสมมติให้มันมีอัตราเร็วเท่ากันหมดทุกตัวเป็น v_{\mbox{rms}}) นั้น มีค่าเป็น
\mbox{KE} = \dfrac{1}{2} Nm{v_{{}_{\mbox{rms}}}}^2 = \dfrac{3}{2} NkT เมื่อ N เป็นจำนวนอนุภาคทั้งหมดในระบบ
คงจะสงสัยว่าทำไมถึงมี k โผล่มาอีกแล้ว? นี่ไม่ใช่ตัวเดียวกับของในกฎของคูลอมบ์! นี่เป็น ค่าคงที่ของโบลต์ซมันน์ หรือที่นักเรียนม.ปลายรู้จักในนามของ k_B นั่นเอง แต่ในหนังสือเทกซ์บุคบางเล่ม(ส่วนใหญ่)นั้นจะเขียนให้ k = k_B โดยที่เข้าใจกันว่าเป็นค่าคงที่ของโบลต์ซมันน์

ทีนี้มาเข้าเรื่องของโจทย์ ในโจทย์นั้นเป็นระบบประจุหลายตัวมากมาย แต่เขาให้เราพิจารณาประจุสองตัวที่มีค่าประจุไฟฟ้า q เหมือนกัน วิ่งเข้าหากันและแตะกันพอดี ด้วยความรู้ที่ว่า เราประมาณให้อันตรกิริยากับประจุตัวอื่นนนอกจากสองตัวนี้ละทิ้งได้อย่างที่เราเข้าใจกันดีว่าอะตอมของระบบแก๊สอุดมคตินั้นอยู่ห่างกันมากและประมาณได้ว่าไม่มีแรงกระทำต่อกัน(ม.ปลายทั้งฟิสิกส์และเคมีต้องสอนเรื่องนี้แล้ว) เอาหละทีนี้ ประจุสองตัวนี้ตอนแรกก็อยู่ห่างกันระยะหนึ่งซึ่งไกลจนเราอาจคิดว่าได้พลังงานศักย์ของระบบเริ่มต้นเป็น 0 แต่ว่ามันมีพลังงานจลน์เพราะว่าประจุเคลื่อนที่อยู่ และของแต่ละตัวมีค่าเป็น \mbox{KE} = \dfrac{1}{2} mv^2 แต่ว่ามันมีในระบบสองตัว จึงได้ว่า
พลังงานตอนแรก E_i = {\mbox{PE}}_i + {\mbox{KE}}_i = 0 + 2(\dfrac{1}{2} mv^2)
แต่ว่า \mbox{KE} = \dfrac{1}{2} m{v_{\mbox{rms}}}^2 = \dfrac{1}{2} mv^2 = \dfrac{3}{2} kT
นั่นคือ
พลังงานตอนแรก E_i = {\mbox{PE}}_i + {\mbox{KE}}_i = 0 + 2(\dfrac{3}{2} kT) = 3kT

ทีนี้เขาบอกว่า ประจุสองตัวนี้มันวิ่งเข้าหากันจน "แตะกันพอดี" นั่นคือ ประจุสองตัวมันอยู่ห่างกัน 2R เมื่อ R เป็นรัศมีของตัวประจุแต่ละตัว จึงมีพลังงานศักย์ของระบบในตอนนี้เป็น U = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} \dfrac{(q)(q)}{r} = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} \dfrac{q^2}{2R} อย่างที่ nklohit ทำเอาไว้ และเนื่องจากประจุทั้งคู่อยู่นิ่งตอนนี้ ทำให้พลังงานจลน์ของระบบเป็น 0 ดังนั้น
พลังงานตอนหลัง E_f = {\mbox{PE}}_f + {\mbox{KE}}_f = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} \dfrac{q^2}{2R} + 0

แต่เนื่องจากกว่ากระบวนการนี้ไม่สูญเสียพลังงาน นั่นคือพลังงานตอนแรกเท่ากับพลังงานตอนหลัง จึงได้ว่า
3kT = \dfrac{1}{4\pi \epsilon_o} \dfrac{q^2}{2R} ย้ายข้าง ได้คำตอบแบบที่ nklohit ทำไว้

ทีนี้ตอบข้อสอง ที่ว่าทำไมถึงตอบในรูป sin ก็เพราะว่า คำตอบที่ถูกนั้นตอบในรูปของ sin นั่นเอง! จะตอบในรูปของ cos ก็ได้ ถ้าใช้ \sin \theta = \cos (\frac{\pi}{2} - \theta) แล้วแต่สะดวก

ทีนี้ยังสงสัยอะไรอีกหรือปล่าวครับ  coolsmiley
« Last Edit: July 24, 2008, 05:28:14 PM by Great » Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
KJ KuB
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 56


« Reply #111 on: July 24, 2008, 08:26:07 PM »

 icon adore icon adore icon adore อธิบายได้กระจ่างมากครับ   ขอบคุณจริงๆ  Smiley

พี่ครับถ้าอย่างนั้น ข้อ11. หากตอบว่า V_{ab}= \omega C V_{0} R \cos (\omega  t)   อย่างนี้ถูกหรือผิดครับ
ข้อนี้ตอนที่ผมคิดผมใช้ความรู้เรื่องไฟฟ้ากระแสตรง + การคิดค่าความต้านทานเชิงความจุเท่านั้น จึงได้คำตอบนี้ออกมาครับ
ซึ่งอยากให้พี่ช่วยอธิบายหน่อยครับว่า  เพราะอะไร ในเฉลยที่ผมดูมันเหมือนกับว่า สามารถเปลี่ยนจาก \cos (\omega  t) = -\sin (\omega  t) ได้ หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับความรู้ที่ว่า กระแสที่ผ่านC จะมีเฟสนำ V อยู่90องศาครับ โดยหากเกี่ยวข้องกันแล้วผมอยากทราบว่าเราจะมีหลักการคิดได้อย่างไรครับ     
ขอบคุณอีกครั้งครับ   smitten
Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #112 on: July 24, 2008, 08:51:38 PM »

...
ข้อนี้ตอนที่ผมคิดผมใช้ความรู้เรื่องไฟฟ้ากระแสตรง + การคิดค่าความต้านทานเชิงความจุเท่านั้น จึงได้คำตอบนี้ออกมาครับ
...
แต่ข้อนี้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับนะ  Huh

...
ซึ่งอยากให้พี่ช่วยอธิบายหน่อยครับว่า  เพราะอะไร ในเฉลยที่ผมดูมันเหมือนกับว่า สามารถเปลี่ยนจาก \cos (\omega  t) = -\sin (\omega  t) ได้
...
คณิตศาสตร์ผิดหรือปล่าวครับ รู้ได้อย่างไรว่า \cos (\omega  t) = -\sin (\omega  t) ?? มันแปลกๆอยู่นะ

...
มันเกี่ยวข้องกับความรู้ที่ว่า กระแสที่ผ่านC จะมีเฟสนำ V อยู่90องศาครับ โดยหากเกี่ยวข้องกันแล้วผมอยากทราบว่าเราจะมีหลักการคิดได้อย่างไรครับ     
ขอบคุณอีกครั้งครับ   smitten
มันไม่เกี่ยวข้องกับที่คุณ KJ KuB พูดมาตั้งแต่ต้นเลย หลักการนี้นั้นพิสูจน์มาจากการที่เราลองเอาแหล่งกระแส"สลับ"ไปต่อคร่อมกับตัวเก็บประจุไฟฟ้าแล้วเขียนสมการเหล่านี้ (สถานการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับโจทย์นะ แค่อธิบายเฉยๆว่าทำไมกระแสที่ไหลผ่าน C ถึงมีเฟสนำความต่างศักย์คร่อมมันเป็น 90 องศา)
v(t) = V_o \sin(\omega t) นี่คือความต่างศักย์คร่อมตัวเก็บประจุ
i(t) = \dfrac{dq(t)}{dt} นี่คือกระแสที่ไหลผ่านตัวเก็บประจุ
q(t) = Cv(t) นี่คือประจุในตัวเก็บประจุ ณ เวลา t ใดๆ
แก้ระบบสมการนี้ จะได้ว่า
i(t) = \dfrac{V_o}{\frac{1}{\omega C}} \sin(\omega t + \frac{\pi}{2}) = V_o \omega C \cos (\omega t )

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม i มีเฟสนำ v อยู่ 90 องศาสำหรับ C ซึ่งมันไม่เกียวกับที่คุณ KJ KuB พูดมาเลย  coolsmiley

พี่ครับถ้าอย่างนั้น ข้อ11. หากตอบว่า V_{ab}= \omega C V_{0} R \cos (\omega  t)   อย่างนี้ถูกหรือผิดครับ
...

คิดว่าผิดครับ  coolsmiley
« Last Edit: July 24, 2008, 08:55:58 PM by Great » Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
B.J.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 212



« Reply #113 on: February 23, 2011, 10:44:06 PM »

ข้อ.4 วาดรูปไม่เป็นอีกตามเคยครับ ขออภัยด้วยครับ
ถ้าต้องการให้ถ้วยคว่ำอยู่ที่ก้นถังได้พอดี
จากกฎข้อที่1ของนิวตัน \sum F_{y}=0(ให้ทิศชี้ขึ้นเป็นบวก)
B+(-F)=0\to B=F
B=\rho V_{G}g \cdots (1)V_{G}เป็นปริมาตรที่ก้นถังนะครับ
จากสมการสถานะ pV=nRTผมได้โมเมว่า T คงที่
ดังนั้น P_{a}V=p_{G}V_{G}และ p_{G}=P_{a}+\rho gh
ดังนั้น V_{G}=\dfrac{P_{a}V}{P_{a}+\rho gh}
แทนค่าใน (1)
จะได้ว่า B=\rho \left (\dfrac{P_{a}}{P_{a}+\rho gh}\right )Vg
ผิดถูกช่วยชี้แนะด้วยนะครับ
ค่าปริมาตรที่เปลี่ยนไปนี่คือปริมาตรของของไหลน้ำ หรือของ อากาศครับ เพราะตอนแรกถ้วยอยู่เหนือผิวน้ำ V คือปริมาตรอากาศ ส่วน ถ้าใต้น้ำ V_{G} ก็เป็นปริมาตรของน้ำ ถ้าผมเข้าใจผิดตรงไหน ช่วยชี้แนะด้วยครับ buck2
« Last Edit: February 23, 2011, 11:03:52 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
gob11007
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 34


« Reply #114 on: February 28, 2012, 11:59:52 AM »

ค่าปริมาตรที่เปลี่ยนไปนี่คือปริมาตรของของไหลน้ำ หรือของ อากาศครับ เพราะตอนแรกถ้วยอยู่เหนือผิวน้ำ V คือปริมาตรอากาศ ส่วน ถ้าใต้น้ำ V_{G} ก็เป็นปริมาตรของน้ำ ถ้าผมเข้าใจผิดตรงไหน ช่วยชี้แนะด้วยครับ buck2


ค่าปริมาตรที่เปลี่ยนไปเป็นของอากาศที่อยู่ภายในหลอดแก้วนะครับ
เพราะตอนแรกถ้วยอยู่เหนือผิวน้ำจะมีปริมาตรของอากาศในหลอดแก้ว  = V 
ส่วน ถ้าใต้น้ำจะมีปริมาตรของอากาศในหลอดแก้ว = V_{G} ซึ่งปริมาตรของอากาศในหลอดแก้วที่อยู่ใต้น้ำจะลดลงเพราะว่าจะมีปริมาตรของน้ำเข้ามาแทนที่เนื่องจากความดันของน้ำที่ก้นถังครับ
Logged
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น