มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41135 Posts in 6132 Topics- by 7727 Members - Latest Member: Mind
Pages: « 1 2 3 4 »   Go Down
Print
Author Topic: การสอบคัดเลือกผู้แทน IJSO 2008 รอบสุดท้าย  (Read 48736 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #30 on: May 12, 2009, 01:42:27 PM »

buck2 พิมพ์ตั้งนานดันพิมพ์ตกตัว m ซะงั้น  embarassed จะกลับไปแก้ได้หรือเปล่าครับ

แก้ให้แล้ว  มีที่อื่นอีกหรือเปล่า  Grin

 icon adore ขอบคุณครับอาจารย์  icon adore
หวังว่าจะไม่มีที่อื่นอีกคับ แหะๆๆ laugh
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #31 on: May 12, 2009, 08:07:05 PM »

ข้อ 3 ครับ

กำหนดให้
\vec{x} แทนเวกเตอร์บอกตำแหน่งของกล่องจากตำแหน่งที่รถเริ่มเบรก
\vec{X} แทนเวกเตอร์บอกตำแหน่งของรถจากตำแหน่งที่รถเริ่มเบรก
ขณะที่รถเบรก แรงเสียดทานระหว่างกล่องกับกระบะรถที่กระทำต่อกล่อง จะทำให้กล่องเคลื่อนที่ด้วยความหน่วง

3.ก)
ก่อนที่รถจะเบรกกล่องมีความเร็วเท่ากับรถ (v_{0x}=72 km/h=20m/s) เนื่องจากกล่องไม่เลื่อน ดังนั้นเมื่อรถเบรก
1) กล่องจะต้องมีความหน่วงเท่ากับรถเพื่อให้ความเร็วเท่ากันเสมอจนกระทั่งรถหยุด
2) แรงเสียดทานระหว่างกล่องกับกระบะรถจึงเป็นแรงเสียดทานสถิต
3) \Delta \vec{x}=\Delta \vec{X}

เนื่องจาก แรงเสียดทานสถิตที่จะทำให้กล่องเคลื่อนที่ด้วยความหน่วงมีขีดจำกัด
ดังนั้นความหน่วงที่จะเกิดกับกล่องได้จะต้องไม่เกินค่าความหน่วงที่เกิดจากแรงเสียดทานสถิตสูงสุด

จากกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน
\begin{array}{rcl} \sum \vec{F} &=& m\vec{a} \cr -f_{s max}\hat{i}+N\hat{j}-W\hat{j} &=& m(a_{x}\hat{i}+\cancelto{0}{a_{y}}\hat{j}) \cr -\mu_{s}N\hat{i}+N\hat{j}-mg\hat{j} &=& ma_{x}\hat{i} \end{array}
จะได้ N=mg
และได้ความหน่วงสูงสุดที่จะเกิดกับกล่องเป็น a_{x}=-\mu_{s}g

โจทย์ถามหาระยะทางน้อยสุด ที่รถจะเบรกได้โดยกล่องไม่เลื่อน
ยิ่งรถใช้ระยะทางในการเบรกน้อยเท่าใด รถก็จะต้องมีความหน่วงมากขึ้นตามไปด้วย (ซึ่งความหน่วงของกล่องต้องเท่ากัน)
ดังนั้นระยะทางน้อยสุดที่เป็นไปได้ก็คือระยะทางที่เบรกด้วยความหน่วงเท่ากับความหน่วงที่เกิดจากแรงเสียดทานสถิตย์สูงสุดกระทำต่อกล่อง

เนื่องจากโจทย์กำหนดให้แรงและความเร่งมีค่าคงตัว
\begin{array}{rcl} v_{x}^{2} &=& v_{0x}^2+2a_{x}\Delta x \cr 0 &=& v_{0x}^2-2\mu_{s}g\Delta X_{min} \cr \Delta X_{min} &=& \dfrac{v_{0x}^2}{2\mu_{s}g} \cr &=& \dfrac{(20 m/s)^2}{2(0.40)(9.8 m/s^{2})} \cr &=& 51.02 ... m  \end{array}

ตอบ  51 m ครับ

3.ข)
รถเบรกในระยะ 50 m น้อยกว่าระยะ \Delta X_{min}=51 m ดังนั้นกล่องจะเกิดการเลื่อน
ดังนั้น แรงเสียดทานที่ทำให้กล่องเกิดความหน่วงจนกระทั่งหยุดจึงเป็นแรงเสียดทานจลน์

จากกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน
\begin{array}{rcl} \sum \vec{F} &=& m\vec{a} \cr -f_{k}\hat{i}+N\hat{j}-W\hat{j} &=& m(a_{x}\hat{i}+\cancelto{0}{a_{y}}\hat{j}) \cr -\mu_{k}N\hat{i}+N\hat{j}-mg\hat{j} &=& ma_{x}\hat{i} \end{array}
จะได้ N=mg
และได้ความหน่วงที่เกิดกับกล่องเป็น  a_{x}=-\mu_{k}g

เนื่องจากโจทย์กำหนดให้แรงและความเร่งมีค่าคงตัว
\begin{array}{rcl} v_{x}^{2} &=& v_{0x}^2+2a_{x}\Delta x \cr 0 &=& v_{0x}^2-2\mu_{k}g\Delta x_{min} \cr \Delta x_{min} &=& \dfrac{v_{0x}^2}{2\mu_{k}g} \cr &=& \dfrac{(20 m/s)^2}{2(0.38)(9.8 m/s^{2})} \cr &=& 53.705 ... m  \end{array}

ระยะที่กล่องเลื่อนไปบนกระบะเท่ากับ \Delta x - \Delta X=53.705 m - 50 m = 3.705 ... m

ตอบ  3.7 \mbox{ m} ครับ
« Last Edit: May 11, 2010, 04:04:53 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #32 on: May 12, 2009, 09:16:03 PM »

ข้อ 4 ครับ

จากกฎอนุรักษ์โมเมนตัม
\begin{array}{rcl} \sum \vec{P}_{i} &=& \sum \vec{P}_{f} \cr mv_{0m}\hat{i}+M\cancelto{0}{v_{0M}}\hat_{i} &=& mv_{m}\hat{i}+Mv_{M}\hat{i} \cr mu &=& mv_{m}+Mv_{M}  \end{array}

โจทยกำหนดให้แท่งไม้มวล m เคลื่อนที่ช้าลงในทิศเดิม
ดังนั้นจึงกำหนดให้ v_{m}=\alpha u โดยที่ 0<\alpha <1
ดังนั้นจะได้

\begin{array}{rcl} mu &=& \alpha mu+Mv_{M} \cr v_{M} &=& (1-\alpha)\dfrac{m}{M}u ... (1)  \end{array}

โจทย์กำหนดให้เป็นการชนแบบยืดหยุ่น จากกฎอนุรักษ์พลังงาน

\begin{array}{rcl} \sum K_{i} &=& \sum K_{f} \cr \frac{1}{2}mv_{0m}^{2}+\frac{1}{2}M\cancelto{0}{v_{0M}^2} &=& \frac{1}{2}mv_{m}^{2}+\frac{1}{2}Mv_{M}^{2} \cr mu^{2} &=& m(\alpha u)^{2}+M((1-\alpha)\dfrac{m}{M}u)^2 \cr M &=& \alpha^{2} M+(1-\alpha)^2m \cr \alpha &=& -\dfrac{M-m}{M+m}  \end{array}

ตรงนี้รู้สึกแปลกๆครับ เพราะถ้าคิดว่า M>m จะได้ค่า \alpha ติดลบ
นั่นคือ มวล m จะต้องเคลื่อนที่ในทิศตรงข้ามกับทิศเดิม แปลว่าโจทย์ผิด?
แต่ถ้าคิดว่าโจทย์ไม่ผิดก็จะแปลว่า M<m!!! จะได้ \alpha = \dfrac{m-M}{m+M}

นำ \alpha ที่ได้ไปแทนกลับลงในสมการที่ (1)
1) ถ้าคิดว่าโจทย์ไม่ผิดจะได้ (M<m)
มวล m เคลื่อนที่ไปทางขวา(ทิศเดิม)ด้วยอัตราเร็ว v_{m}=\dfrac{m-M}{m+M}u
มวล M เคลื่อนที่ไปทางขวาด้วยอัตราเร็ว v_{M}=\dfrac{2m}{m+M}u
2) ถ้าคิดว่าโจทย์ผิดจะได้ (M>m)
มวล m เคลื่อนที่ไปทางซ้าย(ตรงข้ามทิศเดิม)ด้วยอัตราเร็ว v_{m}=\dfrac{M-m}{M+m}u

มวล M เคลื่อนที่ไปทางขวาด้วยอัตราเร็ว v_{M}=\dfrac{2m}{M+m}u
« Last Edit: May 11, 2010, 04:12:13 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #33 on: May 12, 2009, 10:06:46 PM »

กำหนดให้
d เป็นระยะทางที่รังสีของแสงที่ผ่านแก้วขยับไปจากแนวเดิม
\phi เป็นมุมที่รังสีของแสงในแผ่นแก้วทำกับแนวตั้งฉากกับผิวรอยต่อ
(มุมหักเหในการหักเหจากของเหลวเข้าไปยังแผ่นแก้ว และมุมตกกระทบในการหักเหจากแผ่นแก้วออกไปยังของเหลว)

\begin{array}{rcl} d &=& L\dfrac{\sin (\theta - \phi)}{\cos \phi} \cr &=& L\dfrac{\sin \theta \cos \phi-\cos \theta \sin \phi}{\cos \phi} \cr &=& L(\sin \theta - \cos \theta \tan \phi) ... (1)  \end{array}

จากกฎการหักเห
\begin{array}{rcl} n_{1} \sin \theta &=& n_2 \sin \phi \cr \phi &=& \arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)  \end{array}

แทนลงในสมการที่ (1) จะได้
d=L(\sin \theta - \cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)))

จะเกิดเหตุการณ์ตามโจทย์ได้ก็ต่อเมื่องแสงมีการหักเหผ่านจากของเหลวเข้าสู่แผ่นแก้วก่อน
แต่เนื่องจากของเหลวมีค่าดรรชนีหักเหมากกว่าดรรชนีหักเหของแผ่นแก้ว ทำให้สามารถเกิดการสะท้อนกลับหมดได้ ซึ่งแสงจะไม่เข้าไปยังแผ่นแก้ว
ดังนั้นมุมตกกระทบ \theta จะต้องมีค่าน้อยกว่ามุมวิกฤต \theta_{c}

จากกฎการหักเห
\begin{array}{rcl} n_{1}\sin \theta_{c} &=& n_{2}\sin 90^\circ  \cr \theta_{c} &=& \arcsin (\dfrac{n_{2}}{n_{1}})  \end{array}

นั่นคือ 0\leq \theta < \arcsin (\dfrac{n_{2}}{n_{1}})
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #34 on: May 12, 2009, 10:31:56 PM »

เอ่อ.. เริ่มงงกะตัวเองละครับ
รู้ทั้งรู้ว่าของเหลวมีดรรชนีหักเหมากกว่าแต่ตอนเขียนรูปคำนวณ d กลับเขียนเป็นแบบของเหลวมีดรรชนีหักเหน้อยกว่า  uglystupid2 embarassed
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #35 on: May 12, 2009, 11:02:06 PM »

...
\begin{array}{rcl} d &=& L\dfrac{\sin (\theta - \phi)}{\cos \phi} \cr &=& L\dfrac{\sin \theta \cos \phi-\cos \theta \sin \phi}{\cos \phi} \cr &=& L(\sin \theta - \cos \theta \tan \phi) ... (1)  \end{array}
...แทนลงในสมการที่ (1) จะได้
d=L(\sin \theta - \cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)))
...

แก้ไขนะครับ
\begin{array}{rcl} d &=& L(\tan \phi - \tan \theta)\cos \theta \cr &=& L(\cos \theta \tan \phi - \sin \theta) ... (1)  \end{array}

แทนค่า \phi ได้
d=L\left[\cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)) - \sin \theta\right]

มีที่สงสัยครับว่า  Huh
ข้อจำกัดของมุมตกกระทบ \theta นี่คือเรื่องมุมวิกฤต หรือว่าเป็นความยาวของแผ่นแก้วครับ
เพราะถ้าตำแหน่งที่ลำแสงออกจากแผ่นแก้วไปเลยตำแหน่งขอบของแผ่น คือไม่ได้ออกด้านตรงข้ามที่ขนานกับฝั่งที่ตกกระทบเข้าไปในแผ่นแก้วแล้ว
ลำแสงที่ออกไปก็จะไม่ขนานกับแนวเดิม ก็จะไม่เป็นไปตามที่โจทย์กำหนด
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #36 on: May 12, 2009, 11:57:54 PM »

ข้อ 6 ครับ

จากโจทย์
C_{2}=2C_{1}

ตัวเก็บประจุทั้งสองถูกอัดประจุจนเต็มด้วยการต่อกับแหล่งอีเอ็มเอฟ \varepsilon ทำให้มีประจุสะสมเป็น
\begin{array}{rcl} Q_{1} &=& C_{1}\varepsilon  \cr Q_{2} &=& C_{2}\varepsilon \cr &=& 2C_{1}\varepsilon \cr Q_{2} &=& 2Q_{1}  \end{array}

เมื่อนำตัวเก็บประจุทั้งสองมาต่อกัน (ตามแบบที่โจทย์สั่ง) จะเกิดการถ่ายเทประจุจนกระทั่งมีความต่างศักย์คร่อมตัวเก็บประจุทั้งสองค่าใหม่ที่เท่ากัน
โดยประจุรวมที่สะสมอยู่ในตัวเก็บประจุทั้งสองมีค่าเป็น
\tilde{Q}_{2}+\tilde{Q}_{1}=Q_{2}-Q_{1}=Q_{1} = C_{1}\varepsilon
โดยที่ \tilde{Q}_{1} และ \tilde{Q}_{2} คือประจุค่าใหม่ที่สะสมอยู่ในตัวเก็บประจุที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

\begin{array}{rcl} \Delta V_{1} &=& \Delta V_{2} \cr \dfrac{\tilde{Q}_{1}}{C_{1}} &=& \dfrac{\tilde{Q}_{2}}{C_{2}} \cr 2\tide{Q}_{1} &=& \tide{Q}_{2}  \end{array}

ทำให้ได้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรเป็น
\begin{array}{rcl} \tilde{Q}_{1}+\tilde{Q}_{2} &=& C_{1}\varepsilon \cr 2\tilde{Q}_{1}-\tilde{Q}_{2} &=& 0  \end{array}
ได้
\begin{array}{rcl} \tilde{Q}_{1} &=& \frac{1}{3}C_{1}\varepsilon \cr \tilde{Q}_{2} &=& \frac{2}{3}C_{1}\varepsilon  \end{array}
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #37 on: May 13, 2009, 07:24:30 PM »

ข้อ 7.ก) ครับ

จากกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน
\begin{array}{rcl} \sum \vec{F} &=& m\vec{a} \cr -W\hat{j}+B\hat{j}+\left| \vec{f} \right| \hat{j} &=& \cr (-mg+\rho_{oil}Vg+\left| \vec{f} \right|)\hat{j} &=& m\vec{a}  \end{array}

อัตราเร็วสุดท้ายเกิดเมื่อ \vec{a}\to 0 จะได้ว่า

\begin{array}{rcl} -\rho_{iron}Vg+\rho_{oil}Vg+3\pi\eta Dv_{terminal} &=& 0 \cr v_{terminal} &=& \dfrac{\cancelto{\frac{1}{6}\pi D^3}{V}g}{3\pi\eta D}(\rho_{iron}-\rho_{oil}) \cr &=& \dfrac{g}{18\eta}(\rho_{iron}-\rho_{oil})D^2  \end{array}
Logged
pokemonfunny
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 121


« Reply #38 on: May 13, 2009, 10:11:52 PM »

...
\begin{array}{rcl} d &=& L\dfrac{\sin (\theta - \phi)}{\cos \phi} \cr &=& L\dfrac{\sin \theta \cos \phi-\cos \theta \sin \phi}{\cos \phi} \cr &=& L(\sin \theta - \cos \theta \tan \phi) ... (1)  \end{array}
...แทนลงในสมการที่ (1) จะได้
d=L(\sin \theta - \cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)))
...

แก้ไขนะครับ
\begin{array}{rcl} d &=& L(\tan \phi - \tan \theta)\cos \theta \cr &=& L(\cos \theta \tan \phi - \sin \theta) ... (1)  \end{array}

แทนค่า \phi ได้
d=L\left[\cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)) - \sin \theta\right]

มีที่สงสัยครับว่า  Huh
ข้อจำกัดของมุมตกกระทบ \theta นี่คือเรื่องมุมวิกฤต หรือว่าเป็นความยาวของแผ่นแก้วครับ
เพราะถ้าตำแหน่งที่ลำแสงออกจากแผ่นแก้วไปเลยตำแหน่งขอบของแผ่น คือไม่ได้ออกด้านตรงข้ามที่ขนานกับฝั่งที่ตกกระทบเข้าไปในแผ่นแก้วแล้ว
ลำแสงที่ออกไปก็จะไม่ขนานกับแนวเดิม ก็จะไม่เป็นไปตามที่โจทย์กำหนด
คงไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นละมั้งครับ
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #39 on: May 14, 2009, 02:28:05 AM »

...
\begin{array}{rcl} d &=& L\dfrac{\sin (\theta - \phi)}{\cos \phi} \cr &=& L\dfrac{\sin \theta \cos \phi-\cos \theta \sin \phi}{\cos \phi} \cr &=& L(\sin \theta - \cos \theta \tan \phi) ... (1)  \end{array}
...แทนลงในสมการที่ (1) จะได้
d=L(\sin \theta - \cos \theta \tan (\arcsin (\dfrac{n_{1}}{n_{2}} \sin \theta)))
...

...
มีที่สงสัยครับว่า  Huh
ข้อจำกัดของมุมตกกระทบ \theta นี่คือเรื่องมุมวิกฤต หรือว่าเป็นความยาวของแผ่นแก้วครับ
เพราะถ้าตำแหน่งที่ลำแสงออกจากแผ่นแก้วไปเลยตำแหน่งขอบของแผ่น คือไม่ได้ออกด้านตรงข้ามที่ขนานกับฝั่งที่ตกกระทบเข้าไปในแผ่นแก้วแล้ว
ลำแสงที่ออกไปก็จะไม่ขนานกับแนวเดิม ก็จะไม่เป็นไปตามที่โจทย์กำหนด

ไปลองคิดมาครับ

กำหนดให้แก้วมีความยาว R (หนา L ตามโจทย์เหมือนเดิม) จะได้ว่า
\begin{array}{rcl} L\tan \phi &<& R \cr \phi &<& \arctan\left(\dfrac{R}{L}\right) \cr \sin \phi &<& \sin (\arctan\left(\dfrac{R}{L}\right)) \cr \dfrac{n_1}{n_2}\sin \theta &<& \cr \theta &<& \arcsin (\dfrac{n_2}{n_1}\sin (\arctan\left(\dfrac{R}{L}\right)))  \end{array}

เมื่อพิจารณาผลลัพธ์จากเงื่อนไขดังกล่าวทำให้ได้ค่าขอบบนของมุม \theta ลดลง
ซึ่งค่าขอบบนดังกล่าวจะใกล้ค่ามุมวิกฤตเมื่อ แก้วยาวมากๆ D\to \infty

หมายเหตุ  ในการแก้อสมการเครื่องหมายไม่เปลี่ยนเพราะมุม \phi และ \theta มีค่าไม่เกิน 90^\circ ฟังก์ชัน \sin และ \tan เป็นฟังก์ชันเพิ่ม

ผิดถูกอย่างไรช่วยแนะนำด้วยนะครับ icon adore reading
Logged
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #40 on: May 14, 2009, 02:55:05 AM »

ข้อ 7.ข) ครับ

ขอใช้ Microsoft Excel นะครับ
ทำการเขียนกราฟระหว่าง D^2 กับ v_{terminal}
แล้วให้โปรแกรมคำนวณ โดยเลือก Regression Type เป็น Linear แล้ว set intercept = 0
จะได้ความชันเป็น 0.039

คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ความหนืดของน้ำมัน
\begin{array}{rcl} slope &=& \dfrac{g}{18\eta}(\rho_{iron}-\rho_{oil}) \cr 0.039\;\; 1/m\cdot s &=& \dfrac{9.8\;\; m/s^2}{18\eta}\left[(7.80-0.80)\times 10^3\;\; kg/m^3\right] \cr \eta &=& 98\;\; kPa\cdot s  \end{array}
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Online Online

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #41 on: May 14, 2009, 08:46:09 AM »

ข้อ 7.ข) ครับ

ขอใช้ Microsoft Excel นะครับ
ทำการเขียนกราฟระหว่าง D^2 กับ v_{terminal}
แล้วให้โปรแกรมคำนวณ โดยเลือก Regression Type เป็น Linear แล้ว set intercept = 0
จะได้ความชันเป็น 0.039

คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ความหนืดของน้ำมัน
\begin{array}{rcl} slope &=& \dfrac{g}{18\eta}(\rho_{iron}-\rho_{oil}) \cr 0.039\;\; 1/m\cdot s &=& \dfrac{9.8\;\; m/s^2}{18\eta}\left[(7.80-0.80)\times 10^3\;\; kg/m^3\right] \cr \eta &=& 98\;\; kPa\cdot s  \end{array}

อย่าใช้ Excel ให้ทำเองด้วยกราฟ  สิ่งที่สำคัญไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นกระบวนการทำ    ในห้องสอบห้ามใช้ Excel หรือ เครื่องคำนวณหรูหราด้วย  coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
WoNDeR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 45


« Reply #42 on: May 14, 2009, 09:56:05 AM »

ข้อ 7.ข) ครับ

ขอใช้ Microsoft Excel นะครับ
ทำการเขียนกราฟระหว่าง D^2 กับ v_{terminal}
แล้วให้โปรแกรมคำนวณ โดยเลือก Regression Type เป็น Linear แล้ว set intercept = 0
จะได้ความชันเป็น 0.039

คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ความหนืดของน้ำมัน
\begin{array}{rcl} slope &=& \dfrac{g}{18\eta}(\rho_{iron}-\rho_{oil}) \cr 0.039\;\; 1/m\cdot s &=& \dfrac{9.8\;\; m/s^2}{18\eta}\left[(7.80-0.80)\times 10^3\;\; kg/m^3\right] \cr \eta &=& 98\;\; kPa\cdot s  \end{array}

อย่าใช้ Excel ให้ทำเองด้วยกราฟ  สิ่งที่สำคัญไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นกระบวนการทำ    ในห้องสอบห้ามใช้ Excel หรือ เครื่องคำนวณหรูหราด้วย  coolsmiley

ครับอาจารย์ icon adore icon adore icon adore
ว่าแต่ ข้อ5 เงื่อนไขของมุมตกกระทบที่ทำให้ลำแสงหักเหผ่านแท่งแก้วออกมาขนาน ยังไงดีครับอาจารย์? idiot2
Logged
Thanakorn
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 276


« Reply #43 on: May 14, 2009, 11:20:53 AM »

 คือข้อ7. ตอนที่ผมลองหาความชันจากกราฟที่วาดดูผมได้ความชันแค่ 2.4\times 10^{-4}\mbox{m\cdot s}
ซึ่งพอนำไปคำนวณหาความหนืดจะได้ออกมาเป็น 0.91\mbox{kg\cdot  m^{-1}\cdot s^{-1}}
แต่ว่ามันน้อยกว่าที่คุณWoNDeR ทำมาถึงประมาณแสนเท่า เลยสงสัยว่าความชันเท่าไหร่ถึงถูกครับ
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Online Online

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #44 on: May 14, 2009, 11:35:55 AM »

คือข้อ7. ตอนที่ผมลองหาความชันจากกราฟที่วาดดูผมได้ความชันแค่ 2.4\times 10^{-4}\mbox{m\cdot s}
ซึ่งพอนำไปคำนวณหาความหนืดจะได้ออกมาเป็น 0.91\mbox{kg\cdot  m^{-1}\cdot s^{-1}}
แต่ว่ามันน้อยกว่าที่คุณWoNDeR ทำมาถึงประมาณแสนเท่า เลยสงสัยว่าความชันเท่าไหร่ถึงถูกครับ

น้ำมีสัมประสิทธิ์ความหนืดประมาณ 1.0 \times 10^{-3} \mbox{ Pa} \cdot \mbox{s} ส่วนของน้ำมันรถยนต์มีค่าประมาณ 250 \times 10^{-3} \mbox{ Pa} \cdot \mbox{s}  coolsmiley
« Last Edit: May 14, 2009, 11:37:27 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Pages: « 1 2 3 4 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น