มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41135 Posts in 6132 Topics- by 7734 Members - Latest Member: bunyawee
mPEC Forumถามโจทย์ปัญหาถามโจทย์ปัญหาคลื่น แสง เสียงช่วยหน่อยครับด่วนมาก : แสงที่เกิดบนแผ่น cd
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ช่วยหน่อยครับด่วนมาก : แสงที่เกิดบนแผ่น cd  (Read 17273 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
winmaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« on: March 22, 2008, 02:09:45 PM »

อยากทราบครับว่าแสงสีต่าง ๆ ที่เกิดบนแผ่น cd เกิดได้อย่างไรครับ แล้วเกี่ยวกับหลุมของ cd หรือเปล่าครับ

 embarassed


ขอถามต่ออีกนิดนะครับว่าบนฟองสบู่ทำไม่จึงมีรุ้งและเกิดได้อย่างไรครับ
« Last Edit: March 22, 2008, 02:44:23 PM by winmaster » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #1 on: March 22, 2008, 02:50:42 PM »

อยากทราบครับว่าแสงสีต่าง ๆ ที่เกิดบนแผ่น cd เกิดได้อย่างไรครับ แล้วเกี่ยวกับหลุมของ cd หรือเปล่าครับ

 embarassed


ขอถามต่ออีกนิดนะครับว่าบนฟองสบู่ทำไม่จึงมีรุ้งและเกิดได้อย่างไรครับ

1. ร่องบนแผ่นซีดีทำตัวเป็นเกรตติงเลี้ยวเบน

2. สีรุ้งที่ฟองสบู่เกิดจากการแทรกสอดระหว่างแสงที่สะท้อนที่ผิวหน้ากับแสงที่สะท้อนกลับออกมาจากผิวในของเนื้อฟองสบู่ ฟองสบู่มีความหนาของผิวต่าง ๆ กัน ทำให้ตำแหน่งที่แทรกสอดแบบเสริมกันขึ้นอยู่กับตำแหน่งบนผิว แต่ละแห่งจึงเห็นแสงสีต่างกัน
 coolsmiley

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
winmaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« Reply #2 on: March 22, 2008, 05:01:37 PM »

ขอบคุณมากครับ เยี่ยมเลย


แต่ขอรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่น cd อีกนิดนึ่งครับ
แต่ผมยังสงสัยว่าเมือแสงมันตกเข้าไปในร่องแล้วมันจะสะท้อนออกกลับมาของแต่ละร่อง แสงที่สะท้อนกลับออกมาของแต่ละร่องจะเกิดการแทรกสอดต่อกันแล้วทำให้เกิดรุ้งบนแผ่น cd [ ถูกหรือเปล่าครับที่ผมอธิบาย ] คือว่ายัง งง? กับเรื่องนี่อยู่นะครับ
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #3 on: March 22, 2008, 06:14:07 PM »

...
แต่ขอรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่น cd อีกนิดนึ่งครับ
แต่ผมยังสงสัยว่าเมือแสงมันตกเข้าไปในร่องแล้วมันจะสะท้อนออกกลับมาของแต่ละร่อง แสงที่สะท้อนกลับออกมาของแต่ละร่องจะเกิดการแทรกสอดต่อกันแล้วทำให้เกิดรุ้งบนแผ่น cd [ ถูกหรือเปล่าครับที่ผมอธิบาย ] คือว่ายัง งง? กับเรื่องนี่อยู่นะครับ

1. แสงที่สะท้อนจากแต่ละร่องทำตัวเหมือนเป็นแสงจากแต่ละแหล่ง
2. แสงธรรมดาเป็นแสงขาวประกอบด้วยหลายสี
3. แสงแต่ละสีที่สะท้อนจากแผ่นซีดีแทรกสอดกัน บางมุมที่เรามองจะเสริมกันทำให้เห็นแสงเข้ม บางมุมหักล้างกัน ทำให้เห็นมืด  ถ้ามีแสงสีเดียวตกกระทบแผ่นซีดี จะเห็นเป็นแสงสว่างสีนั้นและสีดำสลับไป
4. แสงสีต่างกันให้ตำแหน่งมุมที่เห็นแสงสว่างต่างกัน
5. เมื่อมีหลายสีจึงเห็นเป็นสีต่าง ๆ แยกกันที่มุมต่างกัน จึงเห็นเป็นสีรุ้ง

เรียนอยู่ชั้นไหนล่ะ  coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
winmaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« Reply #4 on: March 23, 2008, 10:16:22 AM »

ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

ถามต่อเลยและกัน หลักการทำงานของเลเซอร์มันทำงานอย่างไรครับ





ป.ล.  ผมเรียนปี 1 แล้วครับ  วิศวะคอม คือผมพอรู้นะครับและผมใกล้จะสอบปลายภาคกลัวอาจารย์เค้าถามเกี่ยวเหตุผลทีมันเกิดขึ้นแล้วมันเกิดได้อย่างโดยการอ้างอิงหลักตามกฏของนักวิทยาศาสตร์อยากจะตอบแบบชั่ว ๆ ไปเลย ถึงแม้ข้ออย่างนนี้มันจะได้คะแนนน้อยแต่ก็อยากให้มันได้แต็มครับเผื่อมันจะช่วยได้บ้างเพราะข้อที่มันคำนวนมันยากอยู่แล้วครับก็เลยต้องเอาข้อพวกนี้มาช่วย เผื่อว่าอาจารย์อาจจะเอามาออกข้อสอบเลยต้องศึกษาให้ชั่วไปเลยครับ เพราะ 1 คะแนนมีค่ามากครับ
อยากได้เมล์ของพี่ครับจะได้ถามกันใน M ขอบคุณพี่มากเลยนะครับสำหรับคำแนะนำดี ๆ
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #5 on: March 23, 2008, 12:02:59 PM »


ถามต่อเลยและกัน หลักการทำงานของเลเซอร์มันทำงานอย่างไรครับ
...



หลักการพื้นฐานเป็นดังนี้:

1. อะตอมมีหลายสถานะที่มีพลังงานต่าง ๆ กัน
2. เมื่ออะตอมเปลี่ยนสถานะจากสถาะนะกระตุ้นที่มีพลังงานสูงไปยังสถานะพลังงานต่ำกว่าจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา
3. ถ้ามีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานเหมาะสมประมาณเท่ากับผลต่างพลังงานระหว่างสถานะ อะตอมอาจดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้น และกระโดดไปอยู่ในสถานะพลังงานสูงกว่าได้
4. อะตอมปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้สองแบบคือ ก) ด้วยตัวเอง คลื่นที่ออกมาจากแต่ละอะตอมจะไม่สัมพันธ์กัน เฟสไม่ตรงกัน ทิศทางสะเปะสะปะ ข) แบบกระตุ้น เมื่อแสงพลังงานที่เหมาะสมซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนสถานะด้วยตนเองจากอะตอมอื่น ผ่านไปยังอะตอมในสถานะกระตุ้นที่เหมาะสมจะเหนี่ยวนำให้อะตอมนั้นปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา คลื่นที่ออกมาจะมีความถี่ เฟส และทิศทางเดียวกัน
5. ถ้าต้องการให้ระบบปล่อยแสงออกมามากกว่าที่มันดูดกลืน จะต้องทำให้มีการผกผันประชากรอะตอม ให้อะตอมในสถานะพลังงานสูงมีจำนวนมากกว่าประชากรอะตอมพลังงานต่ำ เพราะโดยทั่วไปแล้วจำนวนอะตอมพลังงานต่ำมีน้อยกว่าอะตอมพลังงานสูงมาก
6. สถานะอะตอมพลังงานสูงต้องค่อนข้างเสถียร จะได้ไม่สลายด้วยตัวเองแบบสะเปะสะปะ แต่มีอายุนานพอให้เพื่อนมาชวนให้สลายตัวให้ปล่อยแสงที่มีเฟสตรงกัน

เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน  น่าจะหาหนังสือตำราอ่านเพิ่มเติมนะเพราะเรื่องมันยาว ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ ก็ลองค้นดูจาก Wikipedia

ป.ล. ถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้ว แนะนำให้ถามในฟอรัมจะดีที่สุด คนอื่นจะได้ช่วยได้ด้วย หรือไม่ก็ได้ประโยชน์ด้วย  coolsmiley

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
winmaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 5


« Reply #6 on: March 23, 2008, 02:30:46 PM »

ขอบคุณครับเข้าใจแล้ว   great
« Last Edit: March 23, 2008, 02:40:53 PM by winmaster » Logged
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #7 on: April 06, 2008, 01:11:22 AM »

ป.ล.  ผมเรียนปี 1 แล้วครับ  วิศวะคอม คือผมพอรู้นะครับและผมใกล้จะสอบปลายภาคกลัวอาจารย์เค้าถามเกี่ยวเหตุผลทีมันเกิดขึ้นแล้วมันเกิดได้อย่างโดยการอ้างอิงหลักตามกฏของนักวิทยาศาสตร์อยากจะตอบแบบชั่ว ๆ ไปเลย ถึงแม้ข้ออย่างนนี้มันจะได้คะแนนน้อยแต่ก็อยากให้มันได้แต็มครับเผื่อมันจะช่วยได้บ้างเพราะข้อที่มันคำนวนมันยากอยู่แล้วครับก็เลยต้องเอาข้อพวกนี้มาช่วย เผื่อว่าอาจารย์อาจจะเอามาออกข้อสอบเลยต้องศึกษาให้ชั่วไปเลยครับ เพราะ 1 คะแนนมีค่ามากครับ
อยากได้เมล์ของพี่ครับจะได้ถามกันใน M ขอบคุณพี่มากเลยนะครับสำหรับคำแนะนำดี ๆ

 2funny 2funny 2funny
Logged
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #8 on: April 06, 2008, 01:31:13 AM »


5. ถ้าต้องการให้ระบบปล่อยแสงออกมามากกว่าที่มันดูดกลืน จะต้องทำให้มีการผกผันประชากรอะตอม ให้อะตอมในสถานะพลังงานสูงมีจำนวนมากกว่าประชากรอะตอมพลังงานต่ำ เพราะโดยทั่วไปแล้วจำนวนอะตอมพลังงานต่ำมีน้อยกว่าอะตอมพลังงานสูงมาก
6. สถานะอะตอมพลังงานสูงต้องค่อนข้างเสถียร จะได้ไม่สลายด้วยตัวเองแบบสะเปะสะปะ แต่มีอายุนานพอให้เพื่อนมาชวนให้สลายตัวให้ปล่อยแสงที่มีเฟสตรงกัน


อาจารย์ครับ ผมไม่เข้าใจ 2 ข้อข้างบนนี้ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้หน่อยครับ  idiot2
ข้อ 5.
1. ถ้าต้องการให้ระบบปล่อยแสงออกมามากกว่าที่มันดูดกลืน   หมายความว่า ปล่อยออกมามากกว่าที่มันดูดเข้าไป หรือ ส่วนที่ปล่อยออกมามากกว่าส่วนที่ดูดกลืนไว้
2. การทำให้อะตอมในสถานะพลังงานสูงมีจำนวนมากกว่าประชากรอะตอมพลังงานต่ำ ที่กล่าวมา จะทำได้อย่างไร และ จะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีพลังงานถึงระดับไหนแล้ว
    (ช่วยอธิบายคร่าวๆ ให้รู้ถึงหลักการด้วยครับ)
ข้อ 6.
1. สถานะอะตอมพลังงานสูงต้องค่อนข้างเสถียร  เท่าที่ผมเรียนมา ถ้าอะตอมมีพลังงานสูงจะไม่เสถียร ซึ่งไม่สอดคล้องกับกรณีนี้ ไม่ทราบว่า ในกรณีนี้เราสามารถทำให้
    มันมีเสถียรภาพมากขึ้นได้หรือครับ

รบกวนอาจารย์ช่วยอธิบายด้วยครับ ขอบคุณครับ  icon adore icon adore icon adore
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6265


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #9 on: April 06, 2008, 11:02:25 AM »

...

อาจารย์ครับ ผมไม่เข้าใจ 2 ข้อข้างบนนี้ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้หน่อยครับ  idiot2
ข้อ 5.
1. ถ้าต้องการให้ระบบปล่อยแสงออกมามากกว่าที่มันดูดกลืน   หมายความว่า ปล่อยออกมามากกว่าที่มันดูดเข้าไป หรือ ส่วนที่ปล่อยออกมามากกว่าส่วนที่ดูดกลืนไว้
2. การทำให้อะตอมในสถานะพลังงานสูงมีจำนวนมากกว่าประชากรอะตอมพลังงานต่ำ ที่กล่าวมา จะทำได้อย่างไร และ จะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีพลังงานถึงระดับไหนแล้ว
    (ช่วยอธิบายคร่าวๆ ให้รู้ถึงหลักการด้วยครับ)
ข้อ 6.
1. สถานะอะตอมพลังงานสูงต้องค่อนข้างเสถียร  เท่าที่ผมเรียนมา ถ้าอะตอมมีพลังงานสูงจะไม่เสถียร ซึ่งไม่สอดคล้องกับกรณีนี้ ไม่ทราบว่า ในกรณีนี้เราสามารถทำให้
    มันมีเสถียรภาพมากขึ้นได้หรือครับ

รบกวนอาจารย์ช่วยอธิบายด้วยครับ ขอบคุณครับ  icon adore icon adore icon adore

ไปหาอ่านเองที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Population_inversion

และอ่านส่วนนี้
Quote
Stimulated Emission
Consider an atom which has an allowed state at energy E and another allowed state at a higher energy E Suppose the atom is in the lower energy state E If a photon of light having energy E - E is incident on this atom, the atom may absorb the photon and jump to the higher energy state E. This process is called stimulated absorption of light photon. The incident photon has stimulated the atom to absorb the energy. Now, suppose the atom is in the higher energy state E If we just leave the atom there, it will eventually come down to the lower state by emitting a photon having energy P2 - E. This process is called spontaneous emission. Typically, an atom stays for about 10 ns in an excited state. The average time for which an atom stays in an excited state is called the lifetime of that state. There are atoms which have certain excited states having a lifetime of the order of a millisecond, i.e., about 10 times longer than the usual lifetimes. Such states are called metastable states. Finally, suppose the atom is in the higher energy state E and a photon having energy (E - E is incident on it. The incident photon interacts with the atom and may cause the atom to come down to the lower energy state. A fresh photon is emitted in the process. This process is different from spontaneous emission in which the atom jumps to the lower energy state on its own. In the present case, the incident photon has ‘stimulated’ the atom to make the jump. When an atom emits a photon due to its interaction with a photon incident on it, the process is called stimulated emission. The emitted photon has exactly the same energy phase and direction as the incident photon.

ซึ่งเอามาจาก http://freepedia.in/What_is_LASER%3F


Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
pairat
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 75

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #10 on: April 06, 2008, 01:11:29 PM »

ขอบคุณครับ  Smiley  แล้วผมจะค่อยๆ อ่านดู
Logged
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น