ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40704 Posts in 6002 Topics- by 5778 Members - Latest Member: tuek
Pages: « 1 2 3 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบฟิสิกส์ค่าย สสวท.ปลายค่าย1 ประจำปี 2547-2548 ภาคทฤษฎี  (Read 26122 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #15 on: October 09, 2007, 10:49:29 AM »

เปิดไฟล์ไม่ได้  idiot2

ปล.พี่ก็เคยลองฝึกทำแบบจับเวลาแล้ว  มันวุ่นๆมั่วๆมากเลย  แล้วก็ยังทำผิดอีก  bang head 
พี่คงต้องปรับปรุงตัวอีกเยอะ   reading
« Last Edit: October 09, 2007, 10:55:54 AM by Peeravit » Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #16 on: October 09, 2007, 11:32:22 AM »

Heat & Thermodynamics
ผมชอบโจทย์ part นี้มากครับ  เพราะถ้าใครมองไม่ออกก็จะทำยาวไปเลย
แต่ถ้ามองเห็น trick เล็กๆน้อยๆ จะทำได้เร็วมาก

1. ก) ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ด้วยความดันคงที่ 1 atm ความร้อนที่เข้าออกระบบหาได้จาก
\displaystyle Q=\int nc_P dT=nc_P (T_2 -T_1)
ระลึก \displaystyle n=\frac{P_o V_o}{R T_o},T_2=T_o,T_1 = (\frac{P_o}{P_1})^{\frac{\gamma - 1 }{\gamma}}T_o \text{(adiabatic process)}, .......
\displaystyle Q=\frac{7}{2}P_o V_o \left(1-(\frac{P_o}{P_1})^{\frac{\gamma - 1 }{\gamma}}\right)=91.1 \; \text{J} ตอบ
จากกฎข้อ 1 \displaystyle Q=\Delta U + W
พิจารณาทั้งกระบวนการ  อุณหภูมิตั้งต้นและสุดท้ายเท่ากัน ดังนั้น \displaystyle \Delta U=0 และได้ว่า
\displaystyle W=Q=91.1 \; \text{J} ตอบ

ข) อุณภูมิคงที่จึงได้ว่า
\displaystyle W=\int PdV= nRT\ln (\frac{V_1}{V_o})=P_o V_o\ln (\frac{P_o}{P_1})
แทนค่าได้ \displaystyle W=100.3 \; \text{J} ตอบ
ทำนองเดียวกับข้อ ก) นั่นคือ  \displaystyle \Delta U=0 จึงได้ \displaystyle Q=W=100.3 \; \text{J} ตอบ

ค) การหาเอนโทรปีที่เปลี่ยนสำหรับข้อ ข
ใช้สมการ \displaystyle \Delta S=\int \frac{dQ}{T},dQ=dW=PdV,PV=nRTจะได้
เอนโทรปีเพิ่มขึ้ตอบ
เนื่องจากเอนโทรปีที่เปลี่ยนไป  ไม่ขึ้นกับเส้นทาง
ในข้อ ก และ ข สภาวะตั้งต้นและสุดท้ายเหมือนกันทุกประการ
เอนโทรปีที่เปลี่ยนไปในข้อ ก และ ข ต้องเท่ากัน
ดังนั้น สำหรับข้อ ก เอนโทรปีที่เพิ่มขึ้นคื ตอบ
Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #17 on: October 09, 2007, 12:35:03 PM »

Heat & Thermodynamics
สำหรับแก๊ส แวน เดอร์ วาลส์ ความสัมพันธ์ของ P,V,n,R,T และพลังงานภายในต้องเปลี่ยนเป็น
\displaystyle P=\frac{nRT}{V-nb}-\frac{an^2}{V^2}
\displaystyle U=nc_VdT-\frac{an^2}{V}
ส่วน Law I ยังคงใช้ได้
dQ=dU+dW
ในข้อนี้ dQ=0
\displaystyle 0=dU+PdV
แทนค่าแล้วอินทิเกรต
\displaystyle T_2=\left(\frac{V_1 -nb}{V_2-nb}  \right)^{R/c_V}T_1 =753.61\; \text{K}\approx 754\; \text{K} ตอบ
จากสมการบนสุดจะได้ \displaystyle P_2=\frac{nRT_2}{V_2 -nb}-\frac{an^2}{V_{2}^{2}}=25.2\times 10^5 \; \frac{N}{m^2} ตอบ

แต่ถ้าคิดว่าเป็น ideal gas จะได้ \displaystyle T_2=(\frac{V_1}{V_2})^{\gamma -1}T_1=753.57\; \text{K}\approx 754\; \text{K}
\displaystyle P_2=\frac{nRT_2}{V_2}=25.4\times 10^5 \; \frac{N}{m^2}
พบว่าคำตอบใกล้เคียงกันมาก ตอบ
« Last Edit: October 09, 2007, 01:18:19 PM by Peeravit » Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #18 on: October 09, 2007, 01:16:59 PM »

การสอบรอบ 27 คน ฟิสิกส์โอลิมปิก
ข้อ 1
จากกฎของ Kirchhoff และ \displaystyle  i=\frac{d}{dt}qจะได้
\displaystyle  \frac{d}{dt}q+(\frac{1}{RC})q=V_o \sin (\omega t)
ใช้ solution และ initial condition ที่โจทย์ให้
\displaystyle q(t)=\frac{CV_o}{\sqrt{1+(\omega R C)^2}}\sin(\omega t - \tan^{-1}(\omega R C))+\frac{CV_o \omega R C}{1+(\omega R C)^2} e^{-t/RC}
\displaystyle i=\frac{d}{dt}q=\frac{\omega CV_o}{\sqrt{1+(\omega R C)^2}}\cos(\omega t - \tan^{-1}(\omega R C))-\frac{\omega CV_o }{1+(\omega R C)^2} e^{-t/RC}
\displaystyle i(\frac{2 \pi}{\omega})=\frac{V_o \omega C }{1+(\omega R C)^2} \left(1-e^{-2 \pi/\omega RC}\right) ตอบ

ข้อ 2
รูปซ้าย \displaystyle \mathbf{Z_1}=R_s-\frac{j}{\omega C_s}
รูปขวา  \displaystyle \frac{1}{\mathbf{Z_2}}=\frac{1}{R_p}+j\omega C_p
 \displaystyle\mathbf{Z_2}=\frac{R_p}{1+j \omega C_P R_p}\times \frac{1-j \omega C_P R_p}{1-j \omega C_P R_p}=\frac{R_p-j \omega C_P R_{p}^{2}}{1+(\omega C_P R_p)^2}
\displaystyle \mathbf{Z_1}=\mathbf{Z_2}\Rightarrow R_s-\frac{j}{\omega C_s}=\frac{R_p-j \omega C_P R_{p}^{2}}{1+(\omega C_P R_p)^2} ซึ่งให้ผลว่า
\displaystyle R_s=\frac{R_p}{1+(\omega C_P R_p)^2} ตอบ
\displaystyle C_s=\frac{1+(\omega C_P R_p)^2}{C_p \omega ^2 R_{p}^2}  ตอบ

ข้อ 3
เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ \displaystyle i_R =\frac{\varepsilon}{R},i_r =\frac{\varepsilon}{r}
แต่ทันทีที่สับ SW เป็น OFF , \displaystyle i_R =0 โดยทันที เพราะความต่างศักย์คร่อม R เป็น 0
ส่วน   \displaystyle i_r ค่อยๆลดลง ทั้งนี้เพราะขดลวด L ไม่ยอมให้กระแสเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จึงเหลือเพียงกระแส  \displaystyle i_r ที่ไหลวนใน loop ขวา
ความต่างศักย์ AB ทันทีที่สับสวิตช์จึงเป็น \displaystyle V_{AB}= i_r R=\frac{\varepsilon R}{r} ตอบ

« Last Edit: February 28, 2010, 05:47:15 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #19 on: October 09, 2007, 06:56:06 PM »

Optic
1.\displaystyle E(\overrightarrow{r})=E_0\sin(\overrightarrow{k}\cdot \overrightarrow{r}-\omega t)
ใช้พิกัดดังภาพในโจทย์
สนามไฟฟ้าสุทธิ \displaystyle E_{net}(\overrightarrow{r})=2E_0\sin(\frac{\overrightarrow{k}_1+\overrightarrow{k}_2}{2}\cdot \overrightarrow{r}-\omega t) \cos(\frac{\overrightarrow{k}_1-\overrightarrow{k}_2}{2}\cdot \overrightarrow{r})

เนื่องจาก \displaystyle I\propto \overline{E^2} และก้อน sine ข้างบนเฉลี่ยได้ค่าคงที่
\displaystyle \therefore I\propto 4E^2 _0\cos^2(\frac{\overrightarrow{k}_1-\overrightarrow{k}_2}{2}\cdot \overrightarrow{r})
\displaystyle \therefore I\propto 4E^2 _0\cos^2(\frac{2\pi}{\lambda}\frac{-\hat{i}(1-\cos\theta)+\hat{j}(\sin\theta)}{2}\cdot (x\hat{i}+y\hat{j}))
\displaystyle \therefore I(y)\propto 4E^2 _0\cos^2(\frac{\pi}{\lambda}y\sin\theta)
ที่ริ้วมืด \displaystyle I=0แสดงว่า \displaystyle \frac{\pi}{\lambda}y\sin\theta = (n+\frac{1}{2})\pi
ดังนั้นระยะห่างระหว่าง2แถบที่ติดกันคือ \displaystyle \frac{\lambda}{\sin\theta}
2.ให้แผ่นหนา d p.d.ของแสงที่ทะลุไปสะท้อนข้างล่างเป็น 2nd แสงนี้สะท้อนโดยไม่เปลี่ยนเฟส ในขณะที่แสงที่สะท้อนข้างบนเปลี่ยนเฟสไป \frac{\lambda}{2}
แสงที่สะท้อนออกมาดีที่สุดแสดงว่าแทรกสอดแบบเสริม และแผ่นหนาน้อยสุดแสดงว่า 2nd=\dfrac{\lambda}{2} \leftrightarrow d=100\mbox{nm}

เมื่อแสงตกกระทบทำมุม30องศา ให้มุมหักเหเป็น \theta จากกฎของเสนลล์ \sin 30^\circ=1.5\sin\theta \leftrightarrow \sin\theta=\dfrac{1}{3}
โดยใช้ความรู้ด้านตรีโกณมิติจะได้ว่า
p.d.ของแสงที่เดินทางไปสะท้อนในตัวกลางจะเป็น \dfrac{3\sqrt{2}}{2}nd=\dfrac{9\sqrt{2}}{4}d
และp.d.ของแสงที่เดินทางไปสะท้อนที่ผิวบนจะเป็น \dfrac{\sqrt{3}}{2\sqrt{2}}d=\dfrac{\sqrt{6}}{4}d
แสงทั้งสองแทรกสอดแบบเสริมก็ต่อเมื่อ \dfrac{9\sqrt{2}}{4}d-\dfrac{\sqrt{6}}{4}d=(m+\dfrac{1}{2})\lambda
แสงที่คนทองเห็นอยู่ในช่วงความยาวคลื่น 400-700\mbox{nm}ดังนั้น m=0
\lambda = 514\mbox{nm}เป็นแสงสีน้ำเงิน-เขียว
« Last Edit: March 12, 2011, 05:46:33 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #20 on: October 10, 2007, 08:26:25 AM »

.............
ดังนั้นระยะห่างระหว่าง2แถบที่ติดกันคือ \displaystyle \frac{\lambda}{\sin\theta}
.............

ดูที่
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,2197.0.html
« Last Edit: March 12, 2011, 05:47:13 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #21 on: October 10, 2007, 06:47:37 PM »

.............
ดังนั้นระยะห่างระหว่าง2แถบที่ติดกันคือ \displaystyle \frac{\lambda}{\sin\theta}
.............

ดูที่
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,2197.0.html

น่าตลก ตอนสอบก็ทำไปแล้วนะนี่ ยังเป็นอย่างนี้อีก ขอหาที่ผิดซักพักครับ...
เจอที่ผิดแล้วครับ ขอเวลาแก้...
แก้ไขครับ
ดังนั้นระยะห่างระหว่าง2แถบที่ติดกันคือตามแนวแกนyคือ \displaystyle \frac{\lambda}{\sin \theta} ตามรูปในโจทย์ ลากเส้นต่อแถบสว่าง(มืด)สองแถบ แล้วสังเกตว่าระยะห่างระหว่างแถบสองแถบจะเป็น \displaystyle y\cos\frac{\theta}{2}=\frac{\lambda}{2\sin \frac{\theta}{2}}
« Last Edit: March 12, 2011, 05:47:51 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
nuttawuts
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 47


« Reply #22 on: September 27, 2009, 12:28:51 PM »

.............
และp.d.ของแสงที่เดินทางไปสะท้อนที่ผิวบนจะเป็น \dfrac{\sqrt{3}}{2\sqrt{2}}d=\dfrac{\sqrt{6}}{4}d
............

บรรทัดนี้ผิดรึเปล่าครับ น่าจะเป็น \dfrac{\sqrt{2}}{4}d มากกว่านะครับ
ผมคาดว่า น่าจะใช้มุมผิด (ไม่ก็ผมผิดเอง)
« Last Edit: March 12, 2011, 05:48:25 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 533



« Reply #23 on: September 29, 2009, 06:02:33 PM »

สงสัย ไฟฟ้า ข้อ 1 ครับ

กระแสสลับ มีsteady state ได้ยังไงครับ มันไม่มีสภาวะคงตัวไม่ใช่หรือครับ

แล้ว transient-state แปลว่าอะไรครับ  idiot2
Logged
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 533



« Reply #24 on: October 08, 2009, 11:43:54 AM »

แล้วกระแสสลับข้อ 1 คิดแบบเฟเซอร์ธรรมดาไม่ได้หรือครับ  idiot2
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6133


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #25 on: October 08, 2009, 03:02:29 PM »

แล้วกระแสสลับข้อ 1 คิดแบบเฟเซอร์ธรรมดาไม่ได้หรือครับ  idiot2

ไม่ได้  Grin
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 533



« Reply #26 on: October 08, 2009, 05:09:39 PM »

แล้วกระแสสลับข้อ 1 คิดแบบเฟเซอร์ธรรมดาไม่ได้หรือครับ  idiot2

ไม่ได้  Grin

ทำไมถึงไม่ได้หรือครับ  idiot2
งั้นโจทย์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ทำโดยเฟเซอร์ในค่ายสอวน มันถูกหรือเปล่าครับ หรือมันคิดแบบเวลาผ่านไปนานแล้ว uglystupid2
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6133


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #27 on: October 08, 2009, 06:21:35 PM »

แล้วกระแสสลับข้อ 1 คิดแบบเฟเซอร์ธรรมดาไม่ได้หรือครับ  idiot2

ไม่ได้  Grin

ทำไมถึงไม่ได้หรือครับ  idiot2
งั้นโจทย์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ทำโดยเฟเซอร์ในค่ายสอวน มันถูกหรือเปล่าครับ หรือมันคิดแบบเวลาผ่านไปนานแล้ว uglystupid2

เรารู้หรือเปล่าว่าที่เราใช้แผนภาพเฟเซอร์นั้น เราทำอะไร เราคำนวณอะไร  coolsmiley
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
GunUltimateID
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 533



« Reply #28 on: October 08, 2009, 07:23:17 PM »

หาเฟสใช่ไหมครับ  idiot2
Logged
pataty
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 66


« Reply #29 on: October 08, 2009, 08:06:54 PM »

คือที่เราใช่จินตภาพหรือเฟเซอร์หาเราหาแค่ steady state คับ ซึ่งมันจะมีอยู่ตลอดเวลา

แต่จริงๆแล้วมันจะมีคำตอบที่เป็น transient-state ด้วยคับ แต่ไอ้พจน์นี้มันจะมีพจน์

e^{ct}(cเป็นค่าคงที่สักตัว)คูณอยู่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมันก็จะหายไป

โดยพจน์นี้เราจะได้เมื่อแก้ 2^{nd}order ออกมา ซึ่งเราจะได้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์จิงๆ ใช่เปล่่าคับ ชี้แนะด้วยคับ Smiley
Logged
Pages: « 1 2 3 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น