ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39634 Posts in 5815 Topics- by 4422 Members - Latest Member: chanvit.ch
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7   Go Down
Print
Author Topic: สสวท ค่าย 2 ปีการศึกษา 2550  (Read 39441 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #90 on: May 15, 2008, 06:20:49 PM »

ลอง (\dfrac{d}{dt} \lambda)_{t=0}=0 ดูสิครับ  coolsmiley

คำตอบของเกรทข้างบนนั้นถูกแล้วครับ แต่ว่าเกรทยังไม่ได้คิดอีก 1 กรณีนะครับ คือในกรณีที่เป็น Resonance ครับ (ตรงจุดนี้ Mwitstu. บอกมา ผมก็เลยพยายามแก้สมการดู)  คำตอบของเกรทนั้นถูกในกรณีที่ \omega^2\neq \dfrac{k}{m} แต่ถ้ากรณีที่  \omega^2=\dfrac{k}{m} ก็จะมีพจน์หนึ่งที่มันติดส่วนเป็นศูนย์อยู่ ซึ่งไม่ถูกครับ ต้องใช้วิธีการแก้สมการที่ผมได้แสดงมาก่อนหน้านี้ครับ

......เนื่องจากว่า \omega ของพจน์หลังสุด คงจะไม่เท่ากับ k/m เพราะแอมพลิจูดพจน์หลังจะเป็นอนันต์ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ (สปริงไม่ทำตามกฎของฮุคกันพอดี  Shocked) แสดงว่าพจน์ที่สองและพจน์ที่สามเฟสไม่ตรงกัน นั่นคือมันจะสั่นแบบค่อนข้างมั่ว (หรือผมเข้าใจผิดไปเอง buck2) แต่ว่าจะมีบางจังหวะที่มันเสริมกันพอดี อะไรทำนองนั้น ถ้าหากผมมาถึงตรงนี้ได้ในห้องสอบ ผมจะให้เหตุผลไปว่า ด้วยความซับซ้อนของมันทำให้ผมไม่สามารถหาค่า \lambda_o ออกมาได้  uglystupid2 คงต้องมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ผมนึกไม่ออก อาจจะเป็นเงื่อนไขขอบก็ได้เพราะเงื่อนไขตั้งต้นผมใช้ไปแล้ว  buck2
ความถี่เชิงมุมของแรงที่มาเสริมสามารถเท่ากับความถี่ธรรมชาติของระบบได้ครับ แอมพลิจูดจะไม่เท่ากับอนันต์ทันทีแต่จะค่อยๆเพิ่มขึ้นแบบเชิงเส้น เข้าสู่อนันต์ครับ (จากผลที่ผมได้แสดงให้ดูมา) และตรงนี้เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการสั่นพ้อง(Resonance) คือถ้าแรงที่กระทำมีความถี่เท่ากับความถี่ธรรมชาติของระบบพอดี ก็จะทำให้ระบบสั่นอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา แม้ว่าแรงที่มากระทำนั้นจะมีแอมพลิจูดเล็กก็ตาม

คงจะเคยเห็นเหคุการณ์การสั่นพ้องของเสียงใช่ไหมครับ ก็คือเมื่อนำส้อมเสียงที่ให้กำเนิดเสียงความถี่เท่ากันมาสองอัน ตีอันหนึ่ง จะเห็นอีกอันหนึ่งสั่นไปด้วย เหตุการณ์นี้เกิดเพราะว่าเสียงมีความถี่สูงมาก(สูงจริงๆนะ Aznอย่างน้อยสุดๆก็ 15 Hz แล้ว แต่มาตรฐาน ที่ตรงกับตัว A หรือตัวลา บนคีย์เปียโนเท่ากับ 440 Hz ครับซึ่งสูงมาก)  ทำให้เกิดการสั่นพ้องอย่างรวดเร็ว แต่ว่าในกรณีของส้อมเสียงนั้นมีพจน์การ Damp มาก ทำให้แอมพลิจูดไม่ได้โตอะไรมากมายนัก แต่ถ้าหากส้อมเสียงทั้งสองอันมีความถี่ไม่เท่ากันแล้วล่ะก็จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้เลยครับ แม้ว่าความถี่จะค่างกันเพียง 1 Hz เท่านั้น


ปล. ถูกผิดอย่างไรหรือไม่เข้าใจอะไรชี้แนะด้วยครับ
« Last Edit: May 15, 2008, 06:25:20 PM by Mwit_Psycoror » Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #91 on: May 15, 2008, 06:38:27 PM »

...
คำตอบของเกรทข้างบนนั้นถูกแล้วครับ แต่ว่าเกรทยังไม่ได้คิดอีก 1 กรณีนะครับ คือในกรณีที่เป็น Resonance ครับ (ตรงจุดนี้ Mwitstu. บอกมา ผมก็เลยพยายามแก้สมการดู)  คำตอบของเกรทนั้นถูกในกรณีที่ \omega^2\neq \dfrac{k}{m} แต่ถ้ากรณีที่  \omega^2=\dfrac{k}{m} ก็จะมีพจน์หนึ่งที่มันติดส่วนเป็นศูนย์อยู่ ซึ่งไม่ถูกครับ ต้องใช้วิธีการแก้สมการที่ผมได้แสดงมาก่อนหน้านี้ครับ
...
ถ้าหากที่ผมทำไว้ผิดจริง ช่วยแสดงจุดที่ผิดที่ผมทำไว้ด้วยครับ ว่าที่ Psychoror บอกว่าคำตอบผมผิด มันเริ่มผิดตั้งแต่ผมทำอะไร  Huh วันหลังผมจะได้ไม่ทำผิดอีก
Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #92 on: May 15, 2008, 11:08:52 PM »

ถ้าหากที่ผมทำไว้ผิดจริง ช่วยแสดงจุดที่ผิดที่ผมทำไว้ด้วยครับ ว่าที่ Psychoror บอกว่าคำตอบผมผิด มันเริ่มผิดตั้งแต่ผมทำอะไร  Huh วันหลังผมจะได้ไม่ทำผิดอีก

คือ ไม่ได้บอกว่าเกรททำผิดหรอกคับ(ขอโทษด้วยครับที่พูดกำกวม) icon adore icon adore แต่ว่าเกรททำไม่ครบครับ ก็คือ ไล่ไม่ครบทุกกรณีครับ เหมือนตอนที่เราคิด Damp Harmonic motion ครับ เราต้องไล่ทั้ง 3 กรณี ที่เป็น Critical,over,under damp อะไรพวกนี้ครับ จึงจะได้คำตอบที่สมบูรณ์ แต่คำตอบของเกรทควรจะมีอีกกรณี(ที่ผมได้พูดมาให้ฟังครับ) คือกรณีที่แรงกระตุ้นมีความถี่เชิงมุมเท่ากับวามถี่เชิงมุมธรรมชาติของระบบ \omega^2=\dfrac{k}{m}

ปล. ผมอธิบายไม่เข้าใจเหรอครับ Cry Cry
Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #93 on: May 15, 2008, 11:24:04 PM »

ถ้าหากที่ผมทำไว้ผิดจริง ช่วยแสดงจุดที่ผิดที่ผมทำไว้ด้วยครับ ว่าที่ Psychoror บอกว่าคำตอบผมผิด มันเริ่มผิดตั้งแต่ผมทำอะไร  Huh วันหลังผมจะได้ไม่ทำผิดอีก

คือ ไม่ได้บอกว่าเกรททำผิดหรอกคับ(ขอโทษด้วยครับที่พูดกำกวม) icon adore icon adore แต่ว่าเกรททำไม่ครบครับ ก็คือ ไล่ไม่ครบทุกกรณีครับ เหมือนตอนที่เราคิด Damp Harmonic motion ครับ เราต้องไล่ทั้ง 3 กรณี ที่เป็น Critical,over,under damp อะไรพวกนี้ครับ จึงจะได้คำตอบที่สมบูรณ์ แต่คำตอบของเกรทควรจะมีอีกกรณี(ที่ผมได้พูดมาให้ฟังครับ) คือกรณีที่แรงกระตุ้นมีความถี่เชิงมุมเท่ากับวามถี่เชิงมุมธรรมชาติของระบบ \omega^2=\dfrac{k}{m}

ปล. ผมอธิบายไม่เข้าใจเหรอครับ Cry Cry
ปล่าวไม่เข้าใจครับ แต่ผมรู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่ผมเคยได้เรียนรู้มา
ที่เคยเรียนมาเวลาทำพวก Dif Equa จะมี Sol. แบบนี้
1.Particular Sol.
2.Complementart Sol.
สองอันนี้เท่านั้นเอง อันแรกคือผลเฉลยที่ได้มาโดยบังเอิญ(ผมใช้การสมมติคำตอบ) ส่วนอันหลังได้โดยจับทางขวาเป็น 0

แสดงว่า ที่ผมเรียนและอ่านมา ไม่ครบ? ใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องอินทิเกรตเอาตรงๆแบบที่คุณไซโคเร่อร์ทำ? แล้วหากวิธีเดียวที่ทำได้คือแบบที่ไซโคเร่อร์ทำ แสดงว่าการสอบข้อสอบนี้ จำเป็นต้องอ่านหนังสือเลขก่อนเข้าห้องสอบใช่ไหมครับ?  Smiley เพราะด้วยเวลาทำสอบที่จำกัด ผมคงไม่ทำวิธีนั้นแน่ (ความจริงคือผมยังทำไม่เป็นครับ  uglystupid2) แล้วทำไมตอนทำ DE ในโจทย์วงจรไฟฟ้ากระแสทั่วๆไป ทั้งๆที่มี Resonance แต่กลับไม่เห็นจำเป็นต้องหา Solution เพิ่มเลยนอกจากสองอย่างที่ผมบอก ... คำถามสุดท้ายครับ แล้วในโจทย์ทั่วๆไปในอนาคตข้างหน้า ควรจะทำอย่างไรดีครับ? จึงจะได้คำตอบครบ (ตอนนี้ผมยังหาข้อสรุปด้วยตนเองไม่ได้ครับ ตอนนี้กำลังทำแต่ฟิสิกส์และวิชา"มาณ"  buck2)

ถามเยอะไปหน่อย ขออภัย และขอบคุณครับ  Smiley
Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #94 on: May 16, 2008, 09:43:56 AM »

ปล่าวไม่เข้าใจครับ แต่ผมรู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่ผมเคยได้เรียนรู้มา
ที่เคยเรียนมาเวลาทำพวก Dif Equa จะมี Sol. แบบนี้
1.Particular Sol.
2.Complementart Sol.
สองอันนี้เท่านั้นเอง อันแรกคือผลเฉลยที่ได้มาโดยบังเอิญ(ผมใช้การสมมติคำตอบ) ส่วนอันหลังได้โดยจับทางขวาเป็น 0

แสดงว่า ที่ผมเรียนและอ่านมา ไม่ครบ? ใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องอินทิเกรตเอาตรงๆแบบที่คุณไซโคเร่อร์ทำ? แล้วหากวิธีเดียวที่ทำได้คือแบบที่ไซโคเร่อร์ทำ แสดงว่าการสอบข้อสอบนี้ จำเป็นต้องอ่านหนังสือเลขก่อนเข้าห้องสอบใช่ไหมครับ?  Smiley เพราะด้วยเวลาทำสอบที่จำกัด ผมคงไม่ทำวิธีนั้นแน่ (ความจริงคือผมยังทำไม่เป็นครับ  uglystupid2) แล้วทำไมตอนทำ DE ในโจทย์วงจรไฟฟ้ากระแสทั่วๆไป ทั้งๆที่มี Resonance แต่กลับไม่เห็นจำเป็นต้องหา Solution เพิ่มเลยนอกจากสองอย่างที่ผมบอก ... คำถามสุดท้ายครับ แล้วในโจทย์ทั่วๆไปในอนาคตข้างหน้า ควรจะทำอย่างไรดีครับ? จึงจะได้คำตอบครบ (ตอนนี้ผมยังหาข้อสรุปด้วยตนเองไม่ได้ครับ ตอนนี้กำลังทำแต่ฟิสิกส์และวิชา"มาณ"  buck2)

ถามเยอะไปหน่อย ขออภัย และขอบคุณครับ  Smiley

ตอบคำถามครับ 
1. คำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์มี 2 คำตอบแบบที่เกรทบอกแหละครับ เพียงแต่ว่า มันอาจจะมีได้หลายกรณี เหมือนกับคิด Damping  ถ้าเกรทตอบมาแค่คำตอบที่เป็น sinusoidal wave (Under Damping) จะเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ไหมครับ ก็ไม่ จริงไหมครับ มันต้องตอบทั้ง 3 กรณี คือ Over damping, under damping และ Critical Damping จึงจะครบกรณีครับ

2. ก็ควรจะอ่านหนังสือเลขก่อนเข้าห้องสอบนะครับ  2funny 2funny (เรื่องผมคิดว่าอาจารย์ก็คิดแบบผม)

3. ที่ไม่ต้องคิดแยกกรณีเพราะว่า Resonance ที่เรียนๆกันทั่วๆไปนั้น มีติดพจน์ Damping ด้วยครับ ถ้าไม่มีพจน์ Damping แล้ว ก็ต้องคิดแบบที่ผมว่ามาครับ

4. ตอบคำถามสุดท้าย ก็ทำแบบที่เกรททำอยู่ทุกวันนี้แหละครับ คณิตศาสตร์ควรจะปล่อยเป็นหน้าที่ของนักคณิตศาสตร์เขาไป ตามความคิดของผม บางทีคณิตศาสตร์ในฟิสิกส์ก็อาจจะบังความเป็นฟิสิกส์ไปได้ ทำให้สิ่งที่เรามองอยู่นั้น ไม่ใช่ฟิสิกส์ แต่เป็นคณิตศาสตร์ซะเอง

ปล. อยากได้คนที่จะสนับสนุนคำพูดว่าที่ผมทำมานั้นถูกต้องด้วยครับ (ผมก็ยังไม่มั่นใจตัวเองเท่าไร แต่ผมเชื่อว่ามันถูกครับ bang head bang head bang head)
ปปล. ขอโทษที่ทำให้เกรทสับสนครับ  icon adore icon adore
Logged
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #95 on: June 25, 2008, 06:08:18 AM »

ปล่าวไม่เข้าใจครับ แต่ผมรู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่ผมเคยได้เรียนรู้มา
ที่เคยเรียนมาเวลาทำพวก Dif Equa จะมี Sol. แบบนี้
1.Particular Sol.
2.Complementart Sol.
สองอันนี้เท่านั้นเอง อันแรกคือผลเฉลยที่ได้มาโดยบังเอิญ(ผมใช้การสมมติคำตอบ) ส่วนอันหลังได้โดยจับทางขวาเป็น 0

แสดงว่า ที่ผมเรียนและอ่านมา ไม่ครบ? ใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องอินทิเกรตเอาตรงๆแบบที่คุณไซโคเร่อร์ทำ? แล้วหากวิธีเดียวที่ทำได้คือแบบที่ไซโคเร่อร์ทำ แสดงว่าการสอบข้อสอบนี้ จำเป็นต้องอ่านหนังสือเลขก่อนเข้าห้องสอบใช่ไหมครับ?  Smiley เพราะด้วยเวลาทำสอบที่จำกัด ผมคงไม่ทำวิธีนั้นแน่ (ความจริงคือผมยังทำไม่เป็นครับ  uglystupid2) แล้วทำไมตอนทำ DE ในโจทย์วงจรไฟฟ้ากระแสทั่วๆไป ทั้งๆที่มี Resonance แต่กลับไม่เห็นจำเป็นต้องหา Solution เพิ่มเลยนอกจากสองอย่างที่ผมบอก ... คำถามสุดท้ายครับ แล้วในโจทย์ทั่วๆไปในอนาคตข้างหน้า ควรจะทำอย่างไรดีครับ? จึงจะได้คำตอบครบ (ตอนนี้ผมยังหาข้อสรุปด้วยตนเองไม่ได้ครับ ตอนนี้กำลังทำแต่ฟิสิกส์และวิชา"มาณ"  buck2)

ถามเยอะไปหน่อย ขออภัย และขอบคุณครับ  Smiley

ตอบคำถามครับ 
1. คำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์มี 2 คำตอบแบบที่เกรทบอกแหละครับ เพียงแต่ว่า มันอาจจะมีได้หลายกรณี เหมือนกับคิด Damping  ถ้าเกรทตอบมาแค่คำตอบที่เป็น sinusoidal wave (Under Damping) จะเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ไหมครับ ก็ไม่ จริงไหมครับ มันต้องตอบทั้ง 3 กรณี คือ Over damping, under damping และ Critical Damping จึงจะครบกรณีครับ

2. ก็ควรจะอ่านหนังสือเลขก่อนเข้าห้องสอบนะครับ  2funny 2funny (เรื่องผมคิดว่าอาจารย์ก็คิดแบบผม)

3. ที่ไม่ต้องคิดแยกกรณีเพราะว่า Resonance ที่เรียนๆกันทั่วๆไปนั้น มีติดพจน์ Damping ด้วยครับ ถ้าไม่มีพจน์ Damping แล้ว ก็ต้องคิดแบบที่ผมว่ามาครับ

4. ตอบคำถามสุดท้าย ก็ทำแบบที่เกรททำอยู่ทุกวันนี้แหละครับ คณิตศาสตร์ควรจะปล่อยเป็นหน้าที่ของนักคณิตศาสตร์เขาไป ตามความคิดของผม บางทีคณิตศาสตร์ในฟิสิกส์ก็อาจจะบังความเป็นฟิสิกส์ไปได้ ทำให้สิ่งที่เรามองอยู่นั้น ไม่ใช่ฟิสิกส์ แต่เป็นคณิตศาสตร์ซะเอง

ปล. อยากได้คนที่จะสนับสนุนคำพูดว่าที่ผมทำมานั้นถูกต้องด้วยครับ (ผมก็ยังไม่มั่นใจตัวเองเท่าไร แต่ผมเชื่อว่ามันถูกครับ bang head bang head bang head)
ปปล. ขอโทษที่ทำให้เกรทสับสนครับ  icon adore icon adore

มาสนับสนุนครับ 555 คำพูดของไซโคเลอร์ เจ๋งสุดยอดด -*-

ป.ล.เรื่องคณิตศาสตร์ยากๆ บางทีมันก็จำเป็นนะครับ เพราะมันจะทำให้เราวิเคราพห์ปัญหายากๆได้ละเอียดขึ้น เหมือนอย่างแคลคูลัส ตอนยังเด็กก็มองว่ายาก เห็นฟิสิกส์ที่โรงเรียนไม่ต้องใช้ พอโตขึ้นหน่อยก็มาใช้ ทีแรกๆก็ยาก พอคล่องก็รู้สึกว่ามันช่วยให้ทำอะไรหลายๆอย่างง่ายขึ้น แต่ที่ผมคิดว่าที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแนวคิดฟิสิกส์ ที่จะบอกว่าคำตอบควรเป็นอย่างไรคร่าวๆก่อน เช่นเวลาสมการข้างต้น เราควรจะเดาได้ก่อนว่าคำตอบควรเป็นยังไง หรือเวลาแก้โจทย์ที่มีmathยากๆ เราก็ควรมองก่อนในฐานะนักฟิสิกส์ว่า ปัญหานี้ มันควรจะมีคำตอบสุดท้ายอย่างไร แล้วพยายามแก้ไปตามแนวของคำตอบที่เราเดาไว้แล้ว มันจะทำให้แก้ได้ง่ายขึ้นครับ เหมือนอย่างข้อปลายค่ายใหญ่ ที่ตั้วมันเดาว่าความเร็วคงที่ แล้วก็เหมือนeistienที่คิดว่าความเร็วแสงคงที่
ป.ล.2ความหมายผมก็คือ เราไม่ควรจมอยู่กับคณิตศาสตร์ เพราะคณิตศาสตร์อย่างเดียวมันไม่สามารถทำให้เราเข้าใจธรรมชาติได้เลย เราควรจะยืนอยู่บนจุดยืนของนักฟิสิกส์ มองธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น อย่างมีเหตุผล แล้วจากนั้นถ้าต้องการวิเคราะห์รายละเอียดมัน ก็จึงใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือมาวิเคราะห์ครับ
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น