ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40017 Posts in 5865 Topics- by 4563 Members - Latest Member: katikim
Pages: 1 2 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบฟิสิกส์สอวนกทม.ค่ายสอง 2549-50 ระดับไม่เกิน ม.4 ภาคทฤษฎี  (Read 21820 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5863


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« on: March 29, 2007, 07:08:34 PM »

ข้อสอบฟิสิกส์สอวนกทม.ค่ายสอง 2549-50  ระดับไม่เกิน ม.4 ภาคทฤษฎี


* Final_ExamM4_49-50p1.jpg (59.85 KB, 750x1061 - viewed 1639 times.)

* FinalexamM4_49-50_corrected_p2.jpg (83.78 KB, 750x1061 - viewed 1641 times.)

* Final_ExamM4_49-50p3.jpg (95.52 KB, 750x1061 - viewed 1615 times.)

* FinalexamM4_49-50_corrected_p4.jpg (98.09 KB, 750x1061 - viewed 1593 times.)
« Last Edit: April 02, 2007, 09:33:42 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Hadez
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 32


« Reply #1 on: March 30, 2007, 12:06:06 AM »

ว่างๆมาทำข้อ 8.1 แก้เซ็งครับ ไหนๆก็คงไม่ได้ไปอุบลละ ^^ ถูกผิดไงก็ชี้แนะด้วยนะครับ  Smiley
8.1) วาดรูปกันเองแล้วกัน
     เงืื่่อนไขตั้งต้นของตัวเก็บประจุคือ มีประจุเท่ากับ 0 ?
     จากกฎของ Kirchhoff จะได้ \mathcal{E}- iR -\displaystyle \frac{q}{C} = 0
          i = \displaystyle \frac{1}{R}(\mathcal{E} - \displaystyle \frac{q}{C})
          \displaystyle \frac{dq}{dt} = \displaystyle -\frac{1}{RC}(q-\mathcal{E}C)
          ให้ A = (q-\mathcal{E}C) \Rightarrow \displaystyle \frac{dA}{dt} = \displaystyle \frac{dq}{dt}
          \therefore \displaystyle \frac{dA}{dt} = -\frac{1}{RC} A
          \displaystyle \frac{1}{A} dA = -\displaystyle \frac{1}{RC} dt
          \displaystyle \int_{A_0}^{A} \frac{1}{A} dA = -\displaystyle \frac{1}{RC} \int_{0}^{t}dt
          \ln (\frac{A}{A_0}) = -t/RC
          A(t) = A_0e^{-t/RC}
          แทนค่า A = (q-\mathcal{E}C) \Rightarrow q(t)-\mathcal{E}C = (q_0 - \mathcal{E}C)e^{\frac{-t}{RC}}
          จากเงื่อนไขตั้งต้น q_0 = 0
      \therefore q(t) = \mathcal{E}C(1-e^{-t/RC})
          ประจุบนตัวเก็บประจุเมื่อ t \to \infty \Rightarrow q(t) = \mathcal{E}C - 0 = \mathcal{E}C
\bullet    หา t เมื่อ q = \displaystyle \frac{1}{2}\mathcal{E}C
          จากสมการ q(t) = \mathcal{E}C(1-e^{-t/RC})
          \displaystyle \frac{1}{2}\mathcal{E}C = \mathcal{E}C(1-e^{-t/RC})
          t = -RC\ln (1/2)
          t = RC \ln 2      << ตรงนี้ในข้อสอบผมลืมจัดรูปครับ T-T

เสร็จแล้ว ^^ ถูกผิดยังไงบอกด้วยนะครับ ว่างๆเด๊ยวมาทำข้อที่ทำได้ต่อ = =
ปล. อาจารย์ครับ ประกาศผลวันไหนครับ มีหวังเล็กๆ เข้าสู่ศูนย์  embarassed หลังจากที่ อ.บอกว่าทำได้เยอะ ^^[สงสัย อ.จำผิดคน 5 5  Grinbang head
Logged
Gil-galad
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 35


« Reply #2 on: March 30, 2007, 12:34:38 AM »

-*-ยากกว่าม.5อีก
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5863


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #3 on: March 30, 2007, 07:10:19 AM »

ว่างๆมาทำข้อ 8.1 แก้เซ็งครับ ไหนๆก็คงไม่ได้ไปอุบลละ ^^ ถูกผิดไงก็ชี้แนะด้วยนะครับ  Smiley
...

ถูกแล้ว great  ข้อนี้ก็สอนในห้องเรียนแล้ว ยกเว้นตอนสุดท้ายเท่านั้นเอง ข้อนี้ใครทำไม่ได้ก็น่าจะถามตัวเองว่าทำไม  Wink
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
PPP
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 160


« Reply #4 on: March 30, 2007, 07:18:58 AM »

ข้อ 11 อ.ก็สอนแล้วครับ
แต่ผมใส่ลิมิตตอนอินทิเกรตผิด แย่จัง idiot2 idiot2 idiot2 idiot2
Logged
dd
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 35

Moral is better than Laws


« Reply #5 on: March 30, 2007, 08:53:25 AM »

ข้อ 3ตอบกันเท่าไรหรอครับ ผมถามแล้วไม่ตรงกันซักคน... ส่วนข้อ 4 ได้คำตอบติด R1กับR2 เปล่่าคับ
Logged

As a statesman thinks he is belong to the country ,the politician thinks the country is belong to him.
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #6 on: March 30, 2007, 01:32:07 PM »

ข้อ 1 ครับ

จาก V=\dfrac{nRT}{P}

ดังนั้น จากสูตร   \displaystyle {\kappa _T=-\frac{1}{V}\left\{ \frac{d}{dP}V \right\}_T 

ได้ \displaystyle{\kappa _T=-\frac{1}{V}\left\{ \frac{d}{dP}\frac{nRT}{P} \right\}_T}
จะได้ \displaystyle {\kappa _T=-\frac{nRT}{V}\left\{ -\frac{1}{P^2} \right\}= P\left\{ \frac{1}{P^2} \right\}=\frac{1}{P}_T
จบอย่าง สวยงาม (แต่ถูกรึเปล่าหว่านี่?Huh?)

« Last Edit: March 30, 2007, 02:26:35 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Tung
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 210

Labor Omnia Vincit


« Reply #7 on: March 30, 2007, 01:57:30 PM »

ขอลองทำด้วยนะครับ
ข้อ 2
2.1) \delta Q = n C_p \delta T \;\;\;\;\;\;\;\;\;\; \left( n = 1 \right)
\displaystlye{Q = \displaystyle{\int_{T_1}^{T_2} \left( a + 2 b T- c T^{-2} \right) d T}
Q = a \left( T_2 - T_1 \right) + b({T_2}^2 - {T_1}^2) + c \left( \dfrac{1}{T_2} - \dfrac{1}{T_1} \right) ตอบ
2.2) \bar{C_p} = \displaystyle \dfrac{1}{\Delta T} \int_{T_1}^{T_2} C_p d T
\bar{C_p} = \dfrac{1}{T_2 - T_1} \left[ a \left( T_2 - T_1 \right) + b({T_2}^2 - {T_1}^2) + c \left( \dfrac{1}{T_2} - \dfrac{1}{T_1} \right) \right]
\bar{C_p} = a + b(T_2 + T_1) - \dfrac{c}{T_1 T_2} ตอบ
2.3) a มีหน่วยเป็น \mathrm{J \; K^{-1} \; mol^{-1}}
      b มีหน่วยเป็น \mathrm{J \; K^{-2} \; mol^{-1}}
      c มีหน่วยเป็น \mathrm{J \; K \; mol^{-1}} ตอบ
« Last Edit: March 30, 2007, 08:54:01 PM by Tung » Logged

ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ
คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #8 on: March 30, 2007, 03:08:00 PM »

ข้อ 3
ข้อนี้ผมจะขอให้มุมทุกมุมเล็กมากๆหรือ \displaystyle \lim_{H\to 0}
ดูรูปประกอบด้วยนะครับ

จากกฎของ snell เมื่อมุมเล็กๆ จะได้ \displaystyle \alpha =\mu \beta ................(1)

จากสมบัติของวงกลม ก็จะได้ว่า \displaystyle \beta +\beta =\alpha +\alpha -\gamma .................(2)

(เรารู้ว่ามุมนั้นเป็น \alpha -\gamma  เพราะกฎมุมภายนอกของสามเหลี่ยม)

นำ \displaystyle \beta =\frac{\alpha  }{\mu } จาก(1) มาแทนลงใน (2)  จะได้;

\displaystyle 2\left( \frac{\alpha }{\mu } \right)=2\alpha -\gamma

เรานำค่า \displaystyle \gamma =\frac{h}{d} และ \displaystyle \alpha -\gamma =\frac{h}{R}

จะได้สมการ \displaystyle 2\left( \frac{\dfrac{h}{R}+\dfrac{r}{d}}{\mu } \right)=\frac{h}{R}+\frac{h}{d}+\frac{h}{R}

แก้สมการได้ \displaystyle d = \frac{\mu -2}{2-2\mu }R

โฟกัสจะอยู่ห่างจากศูนย์กลางวงกลมเป็น d+R

แทนค่าได้ d+R=1.5+3=4.5

จบอย่าง สวยงาม



\mathfrak{MwitPsychoror}



* Untitled.jpg (21.36 KB, 778x432 - viewed 1525 times.)
« Last Edit: February 28, 2010, 12:13:27 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Tung
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 210

Labor Omnia Vincit


« Reply #9 on: March 30, 2007, 03:16:51 PM »

ข้อ 7
ก) จากกราฟจะได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง \rho กับ y เป็นสมการเส้นตรง \rho = m y + C เมื่อหาความชันและจุดตัดแกนแล้วแทนลงไปจะได้ \rho(y) = \left( \dfrac{\rho_0 - \rho_H}{H} \right) y + \rho_H ตอบ
ข) พิจารณาแผ่นทรงกระบอกบาง หนา dy ซึ่งอยู่สูงจากก้นทรงกระบอกเป็นระยะ y ซึ่งแผ่นนั้นสมดุลจะได้สมการคือ (P+d P)a + \rho(y) g a d y = Pa
\dfrac{dP}{dy} = - \rho(y) g
\displaystyle \int_0^{p} dP = \displaystyle \int_H^{H-h} \left( \left( \dfrac{\rho_H - \rho_0}{H} \right) yg - \rho_H g \right) dy
p =  \left( \dfrac{\rho_H - \rho_0}{2H} \right) g \left[ H^2 - 2Hh +h^2 -H^2 \right] - \rho_H g \left[ H-h-H \right]
p = \left(\dfrac{\rho_H-\rho_0}{2H} \right) g h^2 + \rho_0 gh ตอบ
ค) แรงที่กระทำที่ก้นทรงกระบอกคือ pA ซึ่งควรจะมีค่าเท่ากับน้ำหนักของวัตถุนั้น เพราะวัตถุสมดุลจะได้สมการ
\rho_x g A \left( \dfrac{H}{4} \right) =  \left( \left(\dfrac{\rho_H-\rho_0}{2H} \right) g \left( \dfrac{H}{4} \right)^2 + \rho_0 g\left( \dfrac{H}{4} \right) \right) A
\rho_x = \dfrac{\rho_H + 7 \rho_0}{8} ตอบ
« Last Edit: December 20, 2009, 03:59:21 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ
คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 782


Reality is the average of all illusion


« Reply #10 on: March 30, 2007, 03:35:56 PM »

ข้อ 3 b

เนื่องจาก n= \dfrac{c}{v}
แต่ว่า ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวกลางเดียวกัน จะมีความเร็วเท่ากันเสมอ ดังนั้น ดัชนีหักเหเท่ากัน   จุดโฟคัสก็จะเท่ากันเช่นกัน    

จบแบบ ไม่ค่อยสวยงาม
 

« Last Edit: March 23, 2011, 07:17:06 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Hadez
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 32


« Reply #11 on: March 30, 2007, 04:00:44 PM »

ผมยังงงๆกับข้อ 3(a) อยู่ครับ คือว่าดันไปใช้สมการช่างทำเลนส์ แล้วได้คำตอบตรงเหมือนกันเลย ^^ ได้มาแบบฟลุคป่ะนี่ = =
เสียดายข้อ 7 มากมาย \rho รู้แท้ๆว่าไม่คงตัวดันไปแทนค่าในสมการไม่ได้อินติเกรต เมาจริงๆเลย  bang head bang head bang head
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5863


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #12 on: March 30, 2007, 04:08:11 PM »

ข้อ 3 b
เนื่องจาก n= \dfrac{c}{v}
แต่ว่า ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวกลางเดียวกัน จะมีความเร็วเท่ากันเสมอ ดังนั้น ดัชนีหักเหเท่ากัน   จุดโฟคัสก็จะเท่ากันเช่นกัน    

จบแบบ ไม่ค่อยสวยงาม



จบแบบไม่สวยงามจริง ๆ ด้วย  2funny

อัตราเร็วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวกลางทั่วไปขึ้นกับความถี่  เฉพาะในสุญญากาศเท่านั้นที่เท่ากันทุกความถี่  ที่จริงในโจทย์เขาก็ให้ค่าดัชนีหักเหที่ต่างกันมา แล้วมันไปสรุปว่าเท่ากันได้อย่างไร งงจริง ๆ  knuppel2  knuppel2
« Last Edit: March 23, 2011, 07:17:27 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Hadez
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 32


« Reply #13 on: March 30, 2007, 04:14:13 PM »

ข้อ 3 b
เนื่องจาก n= \dfrac{c}{v}
แต่ว่า ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวกลางเดียวกัน จะมีความเร็วเท่ากันเสมอ ดังนั้น ดัชนีหักเหเท่ากัน   จุดโฟคัสก็จะเท่ากันเช่นกัน    

จบแบบ ไม่ค่อยสวยงาม



จบแบบไม่สวยงามจริง ๆ ด้วย  2funny

อัตราเร็วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวกลางทั่วไปขึ้นกับความถี่  เฉพาะในสุญญากาศเท่านั้นที่เท่ากันทุกความถี่  ที่จริงในโจทย์เขาก็ให้ค่าดัชนีหักเหที่ต่างกันมา แล้วมันไปสรุปว่าเท่ากันได้อย่างไร งงจริง ๆ  knuppel2  knuppel2

ผมก็งงๆอยู่เหมือนกันว่าทำไมเป็นงั้น สำหรับผมลุยถึกกดเครื่องคิดเลขนิดหน่อย ได้จุดโฟกัสห่างจาก ศ.ก. \approx 4.44 \approx 4.4 นี่แหละมั้ง  laugh

อาจารย์ครับ ประกาศผลประมาณช่วงไหนครับ  uglystupid2
« Last Edit: March 23, 2011, 07:18:38 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Hadez
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 32


« Reply #14 on: March 30, 2007, 04:35:22 PM »

ข้อ 11 เหมือนในเอกสารเด๊ะเลยล่ะครับ แค่เปลี่ยนตัวแปรเป็นตัวใหม่
ขอทำข้อ 6 เล่นๆละกัน [ถึงแม้จะไม่ชอบ กอล์ฟ ไมค์ ก็ตาม = =]
ไม่มีรูปอีกเช่นเคยไม่ลงทุนเลย 5 5  Wink
          เกิดปรากฏการณ์ดอปเพลอร์เมื่อแหล่งกำเนิดเคลื่อนทเข้าหาผู้ฟัีงด้วยความเร็ว v_s = 1 m/s
          จะได้สมการความถี่ใหม่ที่ไมค์ได้ยิน \Rightarrow \displaystyle f^\prime_1 = f(\frac{v}{v-v_s}) , f คือความถี่เดิมของแหล่งกำเนิด
          แทนค่า \displaystyle v = 341 m/s , v_s = 1 m/s ,f = 680 Hz \Leftrightarrow f^\prime_1 = 680(\frac{341}{341-1})
          หลังจากนั้นก็คิดเลขไปซะ จะได้ f^\prime_1= 682 Hz
          \therefore ไมค์จะได้ยินเสียงความถี่ 682 Hz เมื่อไม่คำหนึ่งถึงการสะท้อน
เอาแค่นี้ก่อนเด๊ยวมาต่อแบบสะท้อนเน้อ ปวดหัวๆ พักก่อน
« Last Edit: February 28, 2010, 11:31:38 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Pages: 1 2 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น