ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40686 Posts in 5999 Topics- by 5758 Members - Latest Member: Pichamon
mPEC Forumฟิสิกส์โอลิมปิก วิทยาศาสตร์โอลิมปิก ข้อสอบแข่งขัน ข้อสอบชิงทุนฟิสิกส์โอลิมปิก ระหว่างประเทศการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกเอเซีย ครั้งที่ 8 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8   Go Down
Print
Author Topic: การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกเอเซีย ครั้งที่ 8 ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน  (Read 72511 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #105 on: June 23, 2007, 09:53:52 PM »


26 เมษายน (ตั้งแต่วันนี้เราจะเล่าแบบไม่ค่ยอละเอียด เพราะหลังจากสอบแล็บก็แทบไม่มีอารมณ์จะเขียนอะไรแล้ว)

มี morning call มาปลุกเราตอนเช้า ซึ่งเราก็ทำเหมือนๆเดิมคือนอนต่อ และพอพี่แชมป์มาเรียก เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน และก็เหมือนๆเดิมก็คือ โพกับพี่ซูลู เพิ่งตื่น... หลังจากกินข้าวเสร็จพวกเราก็นั่งรถไปสวนสัตว์เซี่ยงไฮ้ โดยรถคันเดิม ที่แปรสภาพเหมือนห้องนอนของพวกเราไปแล้ว วันนี้ เราเพิ่งจะได้นั่งใกล้กับเด็กอินเดีย เรื่องรายละเอียดของตัวแทนอินเดียคนนี้ ต้องถามกันนอกรอบ ไม่งั้นอาจจะเปนประเด็นพิพาทระหว่างประเทศได้
ระยะระหว่างที่พักของพวกเรากับสวนสัตย์ท่าทางจะอยู่ไกลกันมาก หลับไปสองตื่นก็ยังไม่ถึง สวนสัตว์ที่นี่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะเค้าให้รถบัสวิ่งไปเรื่อยๆ แล้วผ่านตรงที่มีเสือ สิงโต หมี รถก็ไม่จอดให้พวกเราเห็นกันใกล้ๆ แล้วที่เซ็งที่สุดก็คือ รถคันข้างหลังคันที่พวกเรานั่งสองคัน มันเป็นรถให้อาหารสัตว์ - - เพราะงั้นรถคันหลังๆก็จะได้เห็นน้องสิงโต น้องหมี วิ่งไล่ตามรถให้อาหารอย่างใกล้ชิด ขณะที่พวกเราก็ได้แต่มองตาปริบๆ หลังจากดูตรงนี้เสร็จแล้ว
พวกเราก็ลงจากรถบัส แล้วก็มาดูที่คล้ายๆกับละครสัตว์ เป็นการแสดงของน้องหมา น้องหมี และน้องเสือ อย่างเช่นให้น้องหมา กระโดดข้ามรั้ว ให้น้องหมีควงหอก ให้น้องเสือโดดลอดห่วงไฟ หลังจากตรงนี้แล้วเราก็ไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านยอาหารในสวนสัตว์ที่หรูกว่าร้านอาหารในโรงแรมซะอีก(ลองเปรียบเทียบกับสวนสัตว์ที่ไทยดู)หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วพวกเราก็ เดินเพื่อไปดูโชว์อื่นๆในสวยสัตว์ต่อ ระหว่างทางพวกเราเจอร้านขายตุ๊กตาหมีแพนด้า (ลืมบอกไปว่า ที่นี่
มีหมีแพนด้าแค่สองตัวเหมือนที่เชียงใหม่- - แถมดูเผินๆแล้วที่อยู่ของหมีแพนด้าที่ไทยจะดูสะอาดกว่าที่นี่ซะอีก)พวกเราหลายๆคนที่บ้าหมีแพนด้ากันอยู่แล้วก็เลยกรูกันเข้าไปซื้อ ขณะที่คนอื่นไปกันหมดแล้ว ทีนี้ก็เลยเหลือแค่พวกเรากับเจ้าหน้าที่และพี่เลี้ยงของเราซึ่งกลุ่มหลังนี้ก็คงจะคติดเหมือนกันว่า พวกแกจะบ้าแพนด้าอะไรกันนักหนา(วะ)อืมๆหลังจากที่ผ่านไปซักพัก ตุ๊กตาหมีแพนด้าที่ราคาถูกที่สุด(18หยวน)ก็ถูกพวกเราเหมาหมดร้าน แล้วเจ้าหน้าที่
ก็คงหมดความอดทนก็เลยมาบอกให้พวกเราไปได้แล้ว ตอนนาทีวิกฤตนี้เอง พี่เอมเห็นตุ๊กตาหมีแพนด้าคาบใบไผ่แล้วก็อยากได้ขึ้นมาทันที แค่ทุกคนไปหมดแล้วพี่เอมก็เลยต้องกัดฟันจากไปอย่างเสียไม่ได้
ที่ต่อไปที่พวกเราไปดูก็เป็นการแสดงของสัตว์หลายๆชนิด มีทั้งการแสดงกายกรรมบนหลังม้า(เว่อไปรึเปล่าไม่รู้) ให้ดูลิงแข่งกันปีนเสา ให้ดูหมีสองตัวต่อยกัน อะไรพวกนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือตรงนี้มีเด็กจากโรงเรียนที่ฮ่องกงมาดูด้วย เพราะฉะนั้นเป้าหมายของสายตาเราก็จะเป็น..อิอิอิ
จบจากตรงนั้น เราก็ไปดูการแข่งวิ่งของ "หมา"ที่เลียนแบบสนามของการแข่งม้า นอกจากหมาแล้วก็มี อูฐ แล้วก้นกกระจอกเทศด้วย แข่งหมาเสร็จแล้ว เราก็ไปดูการแสดงของสิงโตทะเล อันนี้เป็นอันที่เราประทับใจสุดๆ เลย สิงโตทะเลจะมีสามตัว ตัวแรกไม่ค่อยทำอะไรแค่เล่นบอลไปๆมาๆบนพื้น ส่วนตัวที่สองนี่เราชอบที่สุด เค้าให้มันเล่นรับห่วงในน้ำ แล้วก็โยนลูกบอลลงน้ำ ให้สิงโตทะเลไปเอากลับมา แล้วก็อีกหลายๆอย่างที่เราชอบอะ ส่วนตัวที่สาม ท่าทางจะแก่ที่สุด
แต่ก็แสดงได้เจ๋งมาก ที่เราชอบที่สุดก็คือตอนมันยกตัวด้วยครีบข้างเดียว
หลังจากไปเที่ยวสวนสัตว์แล้ว เค้าก็พาพวกเรานั่งรถ ไปกินข้าวที่ราน Seagull Place ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับ Shanghai Oriental Pearl TV Tower ทำให้เราตั้งความหวังว่าเด๋วเดี๋ยวเราจาได้เข้าไปข้างในตึกนี้แล้วๆๆๆๆ แต่ก็ต้องเซ็งอีกรอบเพราะรถของเราแค่ขับผ่านแบบเฉียดๆ ที่ร้านนี้ เราได้เจอกับอาจารย์ปิยพงษ์ อาจารย์สุวรรณ อาจารย์รัชภาค์ พี่แอ๋ว และเฉินๆ (ลืมบอกไปว่า พี่แอ๋วได้ชื่อใหม่ ว่าแอ๋ว แอ๋ว จะได้เหมือนกับเฉินๆ)
ในวันนี้อาจารย์ตรวจข้อสอบทฤษฎีเสร็จแล้ว และเห็นข้อสอบแล็บมาแล้ว คำพูดแรกที่อาจารย์พูดก็คือ "ข้อสอบทฤษฎี mod ง่ายมากเลย" ลองไปคิดดูแล้วกันว่าหมายถึงอะไร ที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือ ที่นี่จัดว่าเป็นภัตตาคารหรูทำเลดี แต่ว่า ที่ฉี่ของผู้ชาย มันเปนรางฉี่โล่งๆเลย เล่นเอาพวกเราหลายคนต้องต่อคิวเข้าห้องที่ปิดมิดชิดไม่อย่างนั้นก็รอตอนคนน้อยๆแล้วมาฉี่คนเดียว -*- ระหว่างกินข้าว อาจารย์ก็แวะเวียนมาให้กำลังใจ(มั้ง)เป็นระยะๆ กับข้าวมื้อนี้ยังคงเป็น
โต๊ะจีนเหมือนมื้อก่อนๆ  แต่ไม่ค่อยประทับใจมื้อนี้เท่าไหร่ ระหว่างกินข้าว โพกับพี่แอ๋วก็ออกไปถ่ายรูปตึก Shanghai Oriental Pearl TV Towerกันด้วย
กินข้าวเสร็จแล้วเค้ก็พาพวกเราไปขึ้นรถ เพื่อไปนั่งเรือล่องแม่น้ำ Huangpu ซึ่งก็คือแม่น้ำที่เราไปดูวิวอีกฝั่งนึงของเมืองนั่นเอง
พวกเรานั่งรถไปซักพัก ก็ถึงท่าเรือ ซึ่งเพิ่งจะทาสีใหม่ แล้วก็เล็กมาก ๆ พวกเราต้องเข้าแถวกันไป แล้วพอเข้าไปก็ไม่ใช่ว่าจะได้ขึนเรือเลย พวกเราก็ต่อแถวดมกลิ่นสีกันขณะที่พวกเจ้าหน้าที่ของเราไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของเรือ ระหว่างนั้น พี่เอมก็บอกให้พี่หมี เป่ามือเป็นเพลง ตอนแรกพี่หมีก็อิดออดไม่ยอมเป่า เสดแล้วทุกคนก็เลยรุมไซโคพี่หมี จนพี่หมียอมเป่าจนได้ พี่เลี้ยงของเราเห็นพี่หมีเป่าเป็นเพลงได้ ก็ตกใจมาก รีบขอให้พี่หมีสอน พี่หมีก้อเลยต้องสอน แล้วพี่เลี้ยงของเราก็
พยามจะเป่าให้ได้ จนขึ้นเรือแล้วก็ยังไม่หมดความพยายาม ทีนี้พอพี่เลี้ยงคนอื่นเห็นพี่เลี้ยงของเราเป่า ก็เริ่มเป่ากันบ้าง พอตัวแทนประเทศอื่นเห็นพี่เลี้ยงของตัวเองเป่ากันก็เลยเป่ากันด้วย เป่ากันไปเป่ากันมาก็เหมือนกับโรคระบาด กระจายไปทั่วเรือ เดินไปทางไหน ก็เห็นแค่คนเป่ามือ แบบนี้ต้องเรียกว่า พี่หมีเป็นผู้นำ fashion นี้นะนี่ จบเรื่องเป่ามือไว้ชั่วคราวก่อน มาเล่าเกี่ยวกับเรือแล้วก็วิวที่เห็นจากเรือมั่งดีกว่า ก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่า ริมฝั่งแม่น้ำ Huangpu
ว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเซี่ยงไฮ้ แล้วตอนนี้ก็เป็นตอนกลางคืน ตึกแต่ละตึกเปิดไฟสวยมากๆ โดยเฉพาะตึก Shanghai Oriental Pearl TV Tower (ตึกนี้อีกแล้ว)ที่ยังดูโดดเด่นกว่าตึกอื่นแม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืน ส่วนพวกเราบ้างก็คุยกับอาจารย์ บ้างก็ถ่ายรูป แล้วก็แลกอีเมลล์กับพี่เลี้ยง ประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็กลับมาถึงท่า แล้วพวกเรากับพวกอาจารย์ก็แยกย้ายกันกลับไปที่พัก

Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #106 on: June 23, 2007, 09:54:34 PM »


27 เมษายน
วันนี้ ตอนเช้าพวกเราออกไปเล่นเครื่องเล่น ที่คล้ายๆกับแบบทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ไม่ใช่แบบที่เราคุ้นเคยกัน มันเป็นเครื่องเล่นหลายๆชนิด เค้าจะแจกสายรัดข้อมือให้พวกเราคนละอัน เวลาเริ่มเล่นเครื่องเล่นแต่ละอัน ก็เอาแถบแม่เหล็กตรงสายรัดข้อมือไปแตะที่เครื่องอ่านสัญญาณ จากนั้นก็ไปเล่น แล้วที่เส้นชัยของเครื่องเล่นแต่ละอัน ก็มีเครื่องอ่านสัญญาณอีกตัวอยู่ เมื่อเราไปถึงแล้วก็ให้เอาไปแตะ มันก็จะทำการบันทึกเวลาของเราไว้ให้ พอเล่นเสร็จครบทุกอย่างแล้ว
Kyle ก็เอาผลของแต่ละอันมาให้พวกเราดูกัน เรียกว่าวันนี้เป็นวันที่เรียกเหงื่อได้พอๆกันวันสอบทฤษฎีเลย (ถ้าไม่นับเหงื่อที่ไหลพรากตอนสอบด้วยนะ) พอเล่นเสร็จแล้วพวกเราก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารหน้าโรงแรม และแล้วก็มาถึงเวลาที่ผมรอคอย คือเวลาที่เราจะไปโรงเรียน senior High school 5555+ (ประทับใจจากตอนที่ไปเที่ยว SSTM ในวันที่ 24)แล้วยิ่ง Kyle บอกว่า ที่นี่นักเรียนหญิงจะมากกว่านักเรียนชาย เราก็ยิ่งดีใจ
บางคนก็รีบไปเปลี่ยนถ่าน บางคนก็เพิ่ม memory card (จริงๆแล้วก็มีแค่เรากับพี่แชมป์สองคน)ส่วนโพกำลังเซ็งถึงที่สุด เพราะว่าเมื่อวานตอนไปถ่ายรูปกับพี่แอ๋วที่ตอนไปกินข้าวเย็น memory ของพี่แอ๋วหมด ก็เลยยึดของโพไปใช้ และ..ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คืน ถ้าเป็นอย่างงั้นแสดงว่าโพจะพลาดการถ่ายรูปสิ่งสวยงามที่โรงเรียนที่กำลังจะไปมากมาย 
พอเตรียมตัวเสร็จแล้ว พวกเราก็ขึ้นรถบัสเพื่อจะไปโรงเรียนนี้ จริงๆเรากะว่าจะหลับซักงีบ แต่มีอุปสรรค จากบุคคลที่เรียกตัวเองว่า The guy from Noise Land (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย) ดูจากชื่อก็คงรู้แล้วว่าเค้าทำอะไรได้บ้าง เวลาที่คนๆนี้หลับไปเมื่อไหร่ จะเป็นเวลาที่ทุกคนจะรีบนอนทันที เพราะไม่อย่างงั้นจะไม่ได้นอนตลอดทาง
เมื่อเรามาถึงโรงเรียนSenior High School ก็พบว่า ที่นี่สวยมากๆๆๆๆๆ(หมายถึงสถานที่นะ)หลังกจาทกที่พวกเราห้องน้ำกันเสร็จเรียบร้อยเค้าก็พาพวกเราไปดูโรงเรียน (นี่แหละที่เรารออยู่)โดยห้องแรกที่เราเข้าไป เป็นห้องแสดงหุ่นยนต์ ตัวที่เราชอบมากที่สุด คือตัวที่ พอเปิดเครื่องแล้วจะเต้นไปเต้นมา วิดพื้น ตีลังกา แล้วก็โค้งคำนับก่อนปิดตัวเอง  ห้องต่อไปที่เราไปดู เป็นห้องที่คล้ายๆกับห้องสตูดิโอรายการทีวี เพราะว่าที่นี่แต่ละห้องจะมีทีวีห้องละเครื่องและเวลามีใครมาพูด
ก็จะฉายภาพออกมาด้วยไม่ได้มีแค่เสียงเหมือนที่โรงเรียนของพวกเรา เราถาม Kyle ว่าทุกโรงเรียนเป็นแบบนี้หมดเลยหรอ เค้าก็บอกว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนพิเศษที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์ และรัฐบาลก็ให้งบประมาณมาเป็นพิเศษ (มิน่าล่ะ) พอเสร็จห้องนี้แล้วเราก็มาต่อที่ห้องscience show ของที่นี่ ซึ่งมีของเยอะมากๆ น้อยกว่าห้องจัดแสดงใน SSTM ไม่เท่าไหร่ เสียอยู่สองอย่างก็คือ อย่างแรก เค้าเอาอุปกรณ์มาตั้งให้ดูเฉยๆ ไม่มีใครมาบรรยาย และอย่างที่สอง
ไม่ มี ผู้ หญิง ฮือๆ T T พอออกจากห้องนี้ไป เราก็ไปห้องเรียนชีวะของโรงเรียนนี้ เราจำไม่ได้ห้องนี้ราคาเท่าไหร่ (รู้ว่าราคาพอจะซื้อคอนโดดีๆได้เลยแหละ) โต๊ะเรียนแต่ละโต๊ะที่นี่จะมีคอมพิวเตอร์และกล้องจุลทรรศน์ หนึ่งตัว ซึ่งกล่อองจุลทรรศน์จะต่อเข้ากับคอมได้ นั่นก็คือ จอคอมพิวเตอร์จะแสดงภาพจากกล้องจุลทรรศน์นั่นเอง ภาพจากจอภาพของแต่ละเครื่องจะไปปรากฎบน จอที่อยู่หน้าห้อง และอาจารย์สามารถเห็นได้ว่า นักเรียนทำอะไรอยู่ และทำผิดตรงไหน รวมทั้งสามารถให้นักเรียน
คนอื่นๆดูได้ว่าผลงานที่ถูกต้องเป็นยังไง (ในทำนองกลับกันก็ประจานคนที่ทำไม่ได้ด้วย แต่เค้าคงไม่ทำยังงั้นหรอก)พอจบจากห้องนี้แล้วเราก็ออกจากตึกนี้ไป ก่อนจะออกไปเราผ่านห้องโถงด้านหน้าของตึก ที่มีเปียโนวางไว้ เด็กออสเตรเลียที่เดินอยู่ข้างหน้าเราก็เลยไปเล่นเปียโน พวกเราไม่อยากจะน้อยหน้า และในกลุ่มพวกเราคนที่เล่นเปียโนเป็นก็มีแต่ พี่หมี จริงๆแล้ว นอกจากเป่าปากกับเล่นเปียโน พี่หมียัง เล่นพิณแก้ว ไวโอลิน ฟลุต ขลุย และเครื่องเป่าได้อีกหลายชนิด ถ้าสนใจให้ไปออกงาน
ไหน กรุณาติดต่อเพื่อนในค่าย เพื่อจะได้ช่วยกันจับพี่หมีไปใช้งาน กลับมาต่อเรื่องที่จีน ตอนแรกพี่หมีก็วางฟอร์มด้วยการปฏิเสธด้วยคำพูดเดิมๆว่า เราอ่อนจะตาย ไม่ได้เล่นมาสองเดือนแล้วนี่ อยากให้ไปขายหน้าหรอ อะไรประมาณนี้ แต่สุดท้ายก็ทนเสียงรบเร้า ของคนอื่นไม่ไหว ต้องออกไปเล่นจนได้ หลังจากพี่หมีเล่นเสร็จ พวกเราก็ออกไปเดินข้างนอก ตอนนี้เราเริ่มเดาได้แล้วว่า มันจะไม่พาไปดูห้องเรียนแน่ๆ และสุดท้ายควาฝันก็พังทลาย เพราะเจ้าหน้าที่มาเรียกไปขึ้นรถ และทำให้พวกเรา
ต้องไปเผชิญกับ the guy from Noise Land อีกรอบ สรุปแล้ว เป้าหมายที่ตั้งไว้ในวันนี้ล้มเหลวหมด T T
ตอนเย็นวันนี้ เราไปกินอาหารเย็นกันที่ ร้าน Mei Yuancun เราจะได้เจอกับอาจารย์อีกครั้งนึง และตอนนี้ อาจารย์รู้ผลแล้ว พอเจออาจารย์ปุ๊ป ผมกับพี่ซูลูก็รีบถามอาจารย์เรื่องผล ซึ่ง..ก็ออกมาตามคาด ตัวแทน 5 คนมี พี่เบนซ์ พี่แชมป์ พี่หมี โพ พี่ซูลู ยังดีที่ตอนเจออาจารย์ เรากินข้าวไปบ้างแล้ว ไม่งั้นคงไม่ได้กินมื้อเย็นแน่ๆ หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เค้าก็พาพวกเราและพวกอาจารย์ไปดู acrobatic show แปลเป็นไทยก็คือ แสดงกายกรรมนั่นแหละ
ก็จะมี คนเอาไหวางบนหัว แล้วก็เล่นกะไห(ขนาดประมาณโอ่งเล็กๆ)อย่างเช่นโยนไหแล้วเราหัวรับตรงขอบไหไว้ไม่ให้ตก โดดลอดห่วง ต่อตัว(สูงมากๆๆๆ ตกลงมาทีถึงตาย) ที่เราชอบมากที่สุดไม่ใช่กายกรรมพวกนี้ แต่เป็นมายากลที่เค้าแสดงให้ดูตอนพักครึ่ง จะเป็นนักมายากลกับลูกกระจ๊อกคนนึง ตอนแรกก็จะให้ลูกกระจ๊อก ยืนอยู่หน้าฉาก แล้วนักมายากลปามีดใส่ ปาไปได้เล่มนึง ลูกกระจ๊อกก็ส่ายหน้าบอกไม่เอาแล้ว แล้วก็บอกให้ไปเอาคนข้างล่างขึ้นมา เค้าก็คว้าฝรั่งมาคนนึง
แล้วก็ทำท่าจะปา (คือก่อนปามีด เค้าจะนับ 1 2 3 แล้วก้อฉึก)ครั้งแรกพอนับ 1 2 3 ลูกกระจ๊อกก็ยกมือห้ามแล้วก็ไปคุยๆๆทำนองว่าเดี๋ยวเค้าขยับจะโดนมีด ก็เลยไปมัดเค้าไว้ ครั้งที่สองนับ 1 2 3 ลูกกระจ๊อกก็ยกมือห้ามอีกครั้งนี้ทำอะไรเราจำไม่ได้ (ฝรั่งที่ขึ้นมาน่าจะเหงื่อกระจายแล้ว ไม่ต้องเห็นก็พอจะเดาออก)ครั้งที่สามเค้าก็บอกให้เอาเสื้อคลุมมาปิดตาจะได้มองไม่เห็น พอปิดตาปุ๊ป นักมายากลก็โยนมีดให้ลูกกระจ๊อก แล้วพอนับ 1 2 3 ลูกกระจ๊อกก็ปามีดฉึกกกก แล้วก็เปิดตาฝรั่งให้ดู ฝรั่งเห็นมีดก็ตกใจ แล้วก็ลูบอก
(ตอนนี้เราหัวเราะจนน้ำตาร่วงไปแล้ว)แล้วครั้งที่สองครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ก็เล่นแบบนี้อีก แล้วก็แก้มัดฝรั่ง แล้วก็โค้ง จับมือแล้วก็บ๊ายบาย (ท่านักมายากล กับ ลูกกระจ๊อกกวนมากๆ น่าได้มาเห็นเอง ตอนนี้เราขำจนปวดท้องเลย)
จบจากการแสดงนักเรียนกับอาจารย์ก็แยกกัน เพื่อกลับที่พักและเตรียมตัวสำหรับพิธีปิดพรุ่งนี้

Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #107 on: June 23, 2007, 09:55:27 PM »


28 เมษายน
จริงๆแล้วตามโปรแกรม เราต้องไปซื้อของที่ ห้าง Outlet แต่เพราะอะไรไม่ทราบ เค้าก็เลยยกเลิกไป มองในแง่ดีก็คือพวกเราได้ตื่นสาย แต่มองในแง่ไม่ค่อยดีก็คือ เงินหยวนที่แลกมาเหลืออีกเพียบเลย (ส่วนพี่เอม ตอนนี้ก็ยังคงไม่ละความพยายามในการหาตุ๊กตาแพนด้าคาบใบไผ่ แม้ว่าความหวังจะริบหรี่แล้วก็ตาม)ดังนั้นตอนเช้าพวกเราก็ไม่มีอะไรทำกัน ก็นั่งจั่วไพ่ เดินไปเดินมา พอถึงตอนเที่ยง เราก็ใส่สูทเต็มยศออกมากินข้าว แล้วก็เจอ Kyle กำลังนั่งเล่นไพ่กับพี่เลี้ยงคนอื่นอยู่ตรงหน้าบ้านพัก (หมดมาดของพี่เลี้ยงผู้รับผิดชอบในงานไปแล้ว)
ประเทศอื่นก็แต่งตัวกันพร้อมแล้วเช่นกัน ช่วงเวลาว่างๆนี้ เราก็เอาของที่ระลึกจากไทย ไปแลกกับพวกประเทศอื่นๆ จากนั้นพอเรากินข้าวกับเสร็จ ก็นั่งรถบัสไปยังมหาวิทยาลัย Fudan เข้ามาในตัวเมืองครั้งนี้ยิ่งทำใครเราตระหนักกว่า พวกเราเป็นตัวทำให้การจราจรเมืองเค้าปั่นป่วนจริงๆ แล้วถ้าสมมติ APhO อีกสองปีหน้าจัดที่กรุงเทพจริงๆ(ซึ่งตอนนั้นเราคงไม่มีโอกาสเห็น)มันจะเกิดอะไรขึ้น... เราลงเดินกันก่อนถึงมหาวิทยาลัยนิดหน่อย คงเพราะว่ารถติดแล้วเค้าเกิดสำนึกขึ้นได้ว่า ไม่ควรจะป่วนการจราจรไปมากกว่านี้ หลังจากเราเดินเข้าไปใน
มหาวิทยาลัยซักพัก เราก็เจอกับอาจารย์ ซึ่ง อาจารย์ก็บอกว่าใครได้รางวัลอะไรบ้าง แล้วก็ยืนคุยกันนิดๆหน่อยๆบางคนก็ถ่ายรูปเล่น (พูดจริงๆนะว่าไม่เหนมีไรน่าถ่ายเลย -*-) ก่อนจะโดนต้อนไปยังห้องที่ใช้ทำพิธีปิด เวทีสำหรับทำพิธีปิดห้องนี้ ดูอลังการมากๆ ตอนเริ่มพิธีปิด ก็มีเลเซอร์สีเขียวยิงไปยิงมา รางวัลที่เริ่มต้นรับก็คือ เข้าร่วมการแข่งขันก่อน ซึ่งพวกเราตื่นเต้นกันมากๆ เพราะเค้าแจก mp4 มาให้คนละเครื่อง จากนั้นก็เป็นรอบของเกียรติคุณประกาศ เหรียญทองแดง เหรียญเงิน เหรียญทองตามลำดับ (มีคนบ่นว่า เหรียญทองแดงเหมือนเอาดีบุก
มาทุบ ส่วนเหรียญเงินแวววาวระยิบระยับ) พอรับเหรียญ +ถ่ายรูปอะไรกันตามพิธี แล้วก็ขึ้นรถบัส เพื่อไปกินเลี้ยง Farewell Banquet ที่ร้าน Lv Bo Lang โดยพวกเราจอดรถตรงด้านหน้าย่านนั้น ซึ่งเคยเป็นที่วัดมาก่อน แต่ตอนนี้มันดูคล้ายๆสยามสแควร์ ร้านนี้ดูหรูหราอลังการมาก มีเวทีมาให้ เหมือนกับว่าจะจองไว้เพื่อพวกเราโดยเฉพาะ อาหารโต๊ะจีน มื้อสุดท้ายในแผ่นดินจีนของพวกเราก็เริ่มทยอยมา ขณะที่ ตัวแทนประเทศต่างๆ ก็ทยอยกันออกมาแสดงวัฒนธรรมของประเทศตัวเอง จริงๆแล้วเราก็ตั้งใจว่าจะแสดงเหมือนกัน แต่ที่พวกเรา
คิดจะแสดงมันคือเต้นไก่ย่าง แล้วการแสดงมันดูเปนพิธีการมากๆเลย เราก็เลยยกเลิกไป เพราะพี่เอมไม่ยอมไปรำไทย แล้วพี่หมี ก็ไม่ยอมไปเป่ามือ ที่เราชอบ ก็เป็นเด็กอินโดเล่นกีต้า เด็กจีนร้องเพลงชาติจีนประสานเสียง เด็กลาวออกมารำ เด็กออกสเตรเลียเล่านิทาน (จริงๆแล้วตอนโต๊ะจีนเค้าแจกเบียร์มาให้โต๊ะละสองขวดด้วย แต่เรายังไม่ทันได้เท ก็มีอดีที่ตู่ของชาวบ้านเปนประจำ มาตู่เบียร์ของเราไปแล้วก็กินเองจนหน้าแดงพูดไม่รู้เรื่อง)ระหว่างทางกลับ พี่เอม กับพี่เบนซ์สร้างวีรกรรมครั้งสุดท้าย เพราะว่าของฝากของพี่เบนซ์เยอะมาก เลยจะซื้อกระเป๋าอีกใบนึง ส่วนพี่เอมก็ตั้งใจว่า ยังไงๆ วันนี้จะต้องซื้อตุ๊กตาแพนด้าคาบใบไผ่ให้ได้ แต่ยังไงก็ตาม สุดท้ายแล้ว พี่ๆสองคนนี้ รวมทั้งพี่แอ๋วที่เปนตัวต้นคิด ก็โดนเจ้าหน้าที่ต้อนไปขึ้นรถตามระเบียบ โดยที่ยังไม่ได้ซื้อของอะไรเลย มาขึ้นรถมาปุ้ป พี่เอมก็โวยเรื่องเจ้าหน้าที่คนนั้นกระจาย เฮ้อ ไม่น่าเชื่อ แค่เรื่องตุ๊กตาแพนด้าคาบใบไผ่

Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #108 on: June 23, 2007, 09:57:41 PM »


29 เมษายน
วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะเดินทางกลับแล้ว กำหนดการณ์ต่างๆก็ไม่มี บางประเทศก็กลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนพวกเราจริงๆแล้ว อาจารย์จองตั๋วตอนเย็นๆ เพื่อให้พวกเรามีเวลาไปซื้อของกัน แต่ว่า พวกเรากลับต้องไปเจออาจารย์ตั้งแต่เที่ยง กับตัวแทนประเทศอื่น ที่จะกลับวันนี้เช่นกัน โดยมีเจ้าหน้าที่คนที่ห้ามไม่ให้พวกเราซื้อของระหว่างทางคุมไปด้วย (ถ้าจะพูดให้ชัดจริงๆ คือคนที่ห้ามพี่เอม ไม่ให้ซื้อตุ๊กตา หมีแพนด้าคาบใบไผ่) พอเราไปถึง Crowne Plaza พวกอาจารย์ก็ไม่อยู่ ไม่แน่ใจว่าออกไปกินข้าวหรือไปซื้อของ พวกเราเองก็ลงจากรถ
ไปเข้าห้องน้ำ ไม่ก็เดินไปเดินมารอบๆโรงแรม พี่เอม เดินไปเดินมา ก็เจอกับตุ๊กตาแพนด้าคาบใบไผ่ ในร้านขายของที่ระลึกในโรงแรม ซึ่งก้อแน่นอนว่า ราคาโรงแรม พี่เอมก็เลยตัดสินใจ ไปหวังน้ำบ่อหน้าที่สนามบิน (ถ้าเป็นเราคงจะทำใจไปแล้วแหละ) ซักพักพวกอาจารย์ก็กลับมาถึงโรงแรม หลังจากนั้น ก็ร่ำลาพี่เลี้ยงของอาจารย์ ซึ่งจะหมดหน้าที่หลังจากส่งเราขึ้นรถ แต่ปรากฎว่า เฉินเฉิน กับพี่เลี้ยงอาจารย์คนอื่นขอตามไปส่งที่สนามบินด้วย (คิดว่าน่าจะเพราะโดนเฉินเฉินบังคับ) ระหว่างทางที่นั่งรถไปอาจารย์ก็แจก เกณฑ์การให้คะแนน แล้วก็ข้อสอบคืน
ให้พวกเราได้ชื่นชมเล่น แล้วก็ให้ดูคะแนนของพวกเรา คะแนนแล็บเราได้ 7.7 จาก 20 หลังจากที่ทำในฟิสิกส์แห่งชาติที่เชียงใหม่ได้ 7.5/20 พัฒนาการดีเยี่ยมจริงๆ  เราก็นั่งดูคะแนนไป นอนไป จนถึงสนามบิน Pudong พวกเราก็เข้าไปฝากสัมภาระ กันตามขั้นตอนปกติ มีแค่อุปกรณ์แล็บของอาจารย์สุวรรณที่จะขนกลับไทย ที่โดนเอาเข้าไปในห้องตรวจ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี จากนั้นเราก็เข้าไปในช่องเช็คอิน ตรงนี้ เราก็ลาเฉินเฉิน กับพี่เลี้ยงคนอื่น รายละเอียดการร่ำลา ขอเก็บไว้เป็นความลับ เพราะเป็นอันตรายต่อชีวิตของผมเองมากๆ
ตอนนี้พวกเราก็เข้าไปเช็คอิน จากนั้นก็เดินเข้าไปตามขั้นตอนเรื่อยๆ พอมาถึงตอนตรวจคนออกเมือง เราก็เช็คของๆเรา แล้วก็พบว่า ตั๋วเรา... หาย ซวยแว้ววววๆๆๆๆๆๆ เราก็เลยรีบวิ่งออกจากแถวออกไปหาข้างนอก แล้วก็ใช้ภาษามือบอกอาจารย์ว่า ตั๋วเราหาย พี่แอ๋วก็เลยเดินย้อนกลับมา ช่วยเราหา ถ้าใครอยากเห็นเราขาว(ซีด) คงจะเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ดู ก้อด้วยความช่วยเหลือจากพี่แอ๋ว สุดท้ายเราก้อหาเจอ เราก็เลยเจอตั๋วในที่สุด เฮ้ออออ รอดตัวไป นึกว่า...จะไม่ได้กลับบ้าน ..ซะแล้ว
หลังจากเที่ยวบินอันยาวนาน(คงจะเดาได้ว่า ที่สนามบินพี่เอมก็หาตุ๊กตาแพนด้าคาบใบไผ่ไม่เจอ 555555555+) พวกเราก็กลับมาถึงไทย ลงจากเครื่องบินแล้ว พวกเราก็แยกกับเป็นสองกลุ่ม นั่งรถบัส เข้าไปในตัวตึก แล้วก็ หลงกับอาจารย์อีกจนได้ พวกเรารอ ร๊อ รอ กันก็ไม่เห็นพวกอาจารย์ เลยตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในตัวตึก แล้วก็เจอ พ่อกับแม่ของโพ ซึ่งก็บอกว่า ยังไม่เห็นพวกอาจารย์เลย เราก็เลยตัดสินใจโทรหาอาจารย์สุวรรณ ก็ปรากฎว่า กลุ่มนั้นรออยู่ข้างในแล้ว พวกเราก็เลยเดินเข้าไปเจอ แล้วก็ไปรับสัมภาระด้วยกัน ตรงนี้ เราก็เจอ กลุ่ม อาจารย์ที่โรงเรียน (ไม่รู้เหมือนกันว่าเข้ามาได้ยังไง) ตรงนี้เราก็ทักทาย พูดคุยกันนิดหน่อย
แล้วก็เดินออกไปด้านหน้า ที่มีพวกนักข่าวรอถาคำถาม "พี่เบนซ์"อยู่ ส่วนคนอื่นทำหน้าที่เป็นตัวประกอบเฉยๆ พวกอาจารย์ และพี่แอ๋ว ก็ชิ่งกลับบ้านไปก่อน จริงๆแล้วพวกเราตั้งใจว่า หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จ จะขอบคุณอาจารย์ เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราเลยใช้วิธีโทรไปขอบคุณ แล้วเปิด speaker ให้ทุกคนได้คุยพร้อมๆกัน แล้วก็ค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน


สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ

 พ่อผู้ล่วงลับและแม่ที่รัก มีอะไรอยากจะขอบคุณมากเหลือเกิน
 อาจารย์ ปิยพงษ์ อาจารย์สุวรรณ อาจารย์รัชภาคย์ พี่แอ๋ว ที่ไปจีนด้วยกัน และต้องทำงานหนักมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
 อาจารย์ วุทธิพันธุ์ อาจารย์ปิยพงษ์ อาจารย์สุวรรณ อาจาร์ย์อนันตสิน อาจารย์สุจินต์ อาจารย์กุลพันธุ์ อาจารย์วิจิตร อาจารย์รัชภาคย์ ที่มาสอนและให้ความรู้พวกเรา
พี่แอ๋ว พี่เลี้ยงที่แสนดี ขอบคุณเรื่องตี๋วเป็นพิเศษ และขอบคุณที่ช่วยดูและพวกเรา ตั้งแต่ในค่าย 25 คน จนถึงค่าย 8 คน
 อาจารย์สมชัย พี่นพดล พี่ชาคริต ถ้าไม่มีทั้งสามคน ผมคงจะไม่ได้แม้แต่จะเข้าค่าย สอวน
 Prof. Yohanes Surya (President of the APhO)ที่ทำให้มีการแข่งขันดีๆแบบนี้ขึ้น
เฉินเฉิน Kyle พี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่ของ APhO ทุกคน ที่ทำให้งานออกมาได้ดีเหลือเกิน
 ตัวแทนฟิสิกส์เอเชีย 7 คน และเด็กค่ายรอบ 15คน ทุกคน ที่ทำให้วันเวลา 1 ปีนี้มีคุณค่า
ผู้อ่านทุกท่าน รวมถึงขอโทษคนที่รออ่านด้วย ที่เอาลงมาให้อ่านช้า

ขอแสดงความยินดี กับ พี่เบนซ์ พี่แชมป์ พี่หมี โพ พี่ซูลู คนเก่งทั้ง 5 คน great ขอให้ได้เหรีญทองที่อิหร่านนะคับ
(ยกเว้นโพ ขอให้ได้เงิน คงจะรู้เหตุผลนะ 555)
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6123


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #109 on: June 23, 2007, 10:27:55 PM »

^^^  อย่างนี้ปีหน้าน่าจะให้ไปอีกนะ แต่มีเงื่อนไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขอไว้ ...  Grin
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
joyza54
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 1


« Reply #110 on: February 18, 2012, 04:08:02 PM »

แล้วไทยเมื่อไหร่จะมีบ้างครับ Grin
Logged
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น