ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37952 Posts in 5620 Topics- by 4052 Members - Latest Member: Skywalker
Pages: 1 2 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบปรนัย IJSO 2006 ที่เซา เปาโล บราซิล  (Read 9643 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« on: December 06, 2006, 01:02:01 AM »

ข้อสอบแบบปรนัยมีทั้งหมด 30 ข้อ เป็นข้อสอบฟิสิกส์ 10 ข้อ ชีววิทยา 10 ข้อ และเคมี 10 ข้อ
คะแนนข้อละ 1 คะแนน (ถ้าตอบถูก) แต่ถ้าตอบผิดจะได้คะแนนติดลบ 0.25 คะแนน และถ้าไม่ตอบก็ได้ 0 คะแนน

อาจารย์หลายประเทศที่พานักเรียนมาแข่งคิดว่าข้อสอบเคมีและชีววิทยาเป็นข้อสอบที่ไม่ค่อยดีเท่าไร ส่วนข้อสอบฟิสิกส์ค่อนข้างยาก  coolsmiley

« Last Edit: December 08, 2006, 12:30:15 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Peace
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 477


« Reply #1 on: December 06, 2006, 02:42:46 AM »

ยากเหมือนกันนะครับ ผมว่าตอนผมอยู่ม.ต้นผมทำได้ไม่ถึงครึ่งแน่ๆ
Logged

น้ำเงินขาว ดาวสวรรค์ ปัญญาชน เราทุกคนคือตราสถาบัน

P.S.P.2 สายวิทย์เฮฮา
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #2 on: December 06, 2006, 08:12:28 PM »

ข้อที่ 11-20 เป็นข้อสอบชีววิทยา

« Last Edit: December 08, 2006, 12:30:42 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #3 on: December 06, 2006, 08:22:10 PM »

ข้อสอบข้อที่ 21-30 เป็นข้อสอบเคมี

« Last Edit: December 08, 2006, 12:31:09 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #4 on: December 07, 2006, 09:52:12 PM »

อาจารย์ครับ หน้า3 หายไปครับ  coolsmiley
« Last Edit: December 08, 2006, 12:31:51 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #5 on: December 07, 2006, 10:08:54 PM »

อาจารย์ครับ หน้า3 หายไปครับ  coolsmiley

ขอบคุณ แก้ไขแล้ว  Grin
« Last Edit: December 08, 2006, 12:32:20 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
piangrawee.san
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 30



« Reply #6 on: November 08, 2011, 03:17:06 PM »

ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  idiot2
Logged

It is my signature!!!
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #7 on: November 08, 2011, 04:17:50 PM »

ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  idiot2

สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c - v_{ob}}{c - v_{so}} \right)

ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป  ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต  แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม

Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 648


« Reply #8 on: November 09, 2011, 12:00:32 PM »

ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  idiot2

สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c - v_{ob}}{c - v_{so}} \right)

ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป  ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต  แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม


อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ   idiot2
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #9 on: November 09, 2011, 12:52:19 PM »

ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  idiot2

สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c - v_{ob}}{c - v_{so}} \right)

ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป  ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต  แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม


อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ   idiot2

นี่ไม่ยอมคิดอะไรเองเลยหรือ

ถ้ามีลมพัด และความเร็วลมคือ v_m จะได้ว่า

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c+v_m - v_{ob}}{c+v_m - v_{so}} \right)

พิสูจน์เอาเองนะ  Shocked
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
piangrawee.san
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 30



« Reply #10 on: November 09, 2011, 07:10:46 PM »

ขอบคุณค่ะ Smiley
Logged

It is my signature!!!
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 648


« Reply #11 on: November 10, 2011, 09:52:22 AM »

ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  idiot2

สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c - v_{ob}}{c - v_{so}} \right)

ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป  ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต  แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม


อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ   idiot2

นี่ไม่ยอมคิดอะไรเองเลยหรือ

ถ้ามีลมพัด และความเร็วลมคือ v_m จะได้ว่า

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c+v_m - v_{ob}}{c+v_m - v_{so}} \right)

พิสูจน์เอาเองนะ  Shocked
ก็คือเรายึดหลักที่ว่าความยาวคลื่นที่observer ได้ยินต้องเท่ากับความยาวคลื่นที่ปล่อยออกมาแต่ความยาวคลื่นที่ปล่อยออกมาก็คือ
\left ( \frac{c+v_{m}-v_{so}}{f_{souce}} \right ) แต่ f_{observer}=f_{souce} \left ( \frac{c+v_{m}-v_{ob}}{{c+v_{m}-v_{so}}} \right ) โดยการแทนค่าความยาวคลื่นลงไป
โดยที่ fsouce ก็คือความถี่ที่เสียงยังไม่ถูกบ้ีหรือถูกขยาย
เอ่อแต่ว่าอ.ครับความถี่ที่คนขับรถไซเรนได้ยินมันไม่่น่าจะเท่ากันนะครับถ้าคนขับรถอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังแหล่งกำเนิดเสียง
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #12 on: November 10, 2011, 10:08:27 AM »

...
เอ่อแต่ว่าอ.ครับความถี่ที่คนขับรถไซเรนได้ยินมันไม่่น่าจะเท่ากันนะครับถ้าคนขับรถอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังแหล่งกำเนิดเสียง

หนูพูดเรื่องอะไรมิทราบ

คนขับรถไซเรนได้ยินเสียงอะไร อะไรคือแหล่งกำเนิดเสียง แล้วที่บอกว่าไม่น่าเท่ากัน หนูมีเหตุผลอะไรบอกมาให้โจ๋งครึ่มเลย ไม่อย่างนั้นเขาเรียกว่า "มั่ว"  Shocked
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
jali
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 648


« Reply #13 on: November 11, 2011, 11:58:50 AM »

ก็คือถ้ารถไซเรนมีแหล่งกำเนิดเสียงในตัว(สมมุติว่าเป็นลำโพง) แล้วรถกำลังเคลื่อนที่คลื่นเสียงที่เปล่งมาข้างหน้ารถ(ทิศที่รถเคลื่อนที่ไป)ก็จะถูกบี้ทำให้ความถี่มากขึ้น ความยาวคลื่นน้อยลง
ส่วนคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาข้างหลัง(ตรงข้ามกับทิศที่รถเคลื่อนที่)ก็จะถูกยืดทำให้ความถี่น้อยลง ความยาวคลื่นมากขึ้น
แต่ว่าคนขับรถเคลื่อนที่ไปด้วยกับรถทำให้ความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างเสียงกับคนขับรถมีค่าเท่ากันไม่ว่าลำโพงจะอยู่หน้าหรือหลังคนขับรถก็ตาม และ v= \nu \cdot \lambda
แต่ว่าv ที่ว่าคือความเร็วสัมพัทธ์ซึ่งมีค่าเท่ากัน แต่ความยาวคลื่นมีค่าไม่เท่ากันในข้างหน้าและข้างหลัง
ผมถึงบอกว่าความถี่มันไม่เท่ากัน
Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #14 on: November 11, 2011, 12:36:20 PM »

ก็คือถ้ารถไซเรนมีแหล่งกำเนิดเสียงในตัว(สมมุติว่าเป็นลำโพง) แล้วรถกำลังเคลื่อนที่คลื่นเสียงที่เปล่งมาข้างหน้ารถ(ทิศที่รถเคลื่อนที่ไป) ก็จะถูกบี้ทำให้ความถี่มากขึ้น ความยาวคลื่นน้อยลง
ส่วนคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาข้างหลัง(ตรงข้ามกับทิศที่รถเคลื่อนที่) ก็จะถูกยืดทำให้ความถี่น้อยลง ความยาวคลื่นมากขึ้น
...


ตรงที่ขีดเส้นใต้ ขอให้พูดให้ชัดเจน "บี้"แปลว่าอะไร ความถี่ที่ใครวัด แล้วรู้ได้อย่างไร   ให้ระวังในการใช้ v = f \lambda

ที่จริงถ้าดูจากสูตรดอปเพลอร์ที่ให้ไว้

f_{\mbox{observer}} = f_{\mbox{source}}\left( \dfrac{c+v_m - v_{ob}}{c+v_m - v_{so}} \right)

ก็จะเห็นทันทีว่าถ้าผู้สังเกตกับแหล่งมีความเร็วเท่ากัน ความถี่ที่ผู้สังเกตได้รับจะเท่ากับความถี่ของแหล่ง
« Last Edit: November 11, 2011, 12:38:22 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Pages: 1 2 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น