|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« on: December 06, 2006, 01:02:01 AM » |
|
ข้อสอบแบบปรนัยมีทั้งหมด 30 ข้อ เป็นข้อสอบฟิสิกส์ 10 ข้อ ชีววิทยา 10 ข้อ และเคมี 10 ข้อ คะแนนข้อละ 1 คะแนน (ถ้าตอบถูก) แต่ถ้าตอบผิดจะได้คะแนนติดลบ 0.25 คะแนน และถ้าไม่ตอบก็ได้ 0 คะแนน อาจารย์หลายประเทศที่พานักเรียนมาแข่งคิดว่าข้อสอบเคมีและชีววิทยาเป็นข้อสอบที่ไม่ค่อยดีเท่าไร ส่วนข้อสอบฟิสิกส์ค่อนข้างยาก 
|
|
|
|
« Last Edit: December 08, 2006, 12:30:15 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
Peace
neutrino
Offline
Posts: 477
|
 |
« Reply #1 on: December 06, 2006, 02:42:46 AM » |
|
ยากเหมือนกันนะครับ ผมว่าตอนผมอยู่ม.ต้นผมทำได้ไม่ถึงครึ่งแน่ๆ
|
|
|
|
|
Logged
|
น้ำเงินขาว ดาวสวรรค์ ปัญญาชน เราทุกคนคือตราสถาบัน
P.S.P.2 สายวิทย์เฮฮา
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #2 on: December 06, 2006, 08:12:28 PM » |
|
ข้อที่ 11-20 เป็นข้อสอบชีววิทยา
|
|
|
|
« Last Edit: December 08, 2006, 12:30:42 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #3 on: December 06, 2006, 08:22:10 PM » |
|
ข้อสอบข้อที่ 21-30 เป็นข้อสอบเคมี
|
|
|
|
« Last Edit: December 08, 2006, 12:31:09 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
toaster
neutrino
Offline
Posts: 466
ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง
|
 |
« Reply #4 on: December 07, 2006, 09:52:12 PM » |
|
อาจารย์ครับ หน้า3 หายไปครับ 
|
|
|
|
« Last Edit: December 08, 2006, 12:31:51 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #5 on: December 07, 2006, 10:08:54 PM » |
|
อาจารย์ครับ หน้า3 หายไปครับ  ขอบคุณ แก้ไขแล้ว 
|
|
|
|
« Last Edit: December 08, 2006, 12:32:20 AM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
piangrawee.san
neutrino
Offline
Posts: 30
|
 |
« Reply #6 on: November 08, 2011, 03:17:06 PM » |
|
ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D 
|
|
|
|
|
Logged
|
It is my signature!!!
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #7 on: November 08, 2011, 04:17:50 PM » |
|
ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง  ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม
|
|
|
|
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
|
jali
|
 |
« Reply #8 on: November 09, 2011, 12:00:32 PM » |
|
ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง  ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ 
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #9 on: November 09, 2011, 12:52:19 PM » |
|
ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง  ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ  นี่ไม่ยอมคิดอะไรเองเลยหรือ ถ้ามีลมพัด และความเร็วลมคือ  จะได้ว่า  พิสูจน์เอาเองนะ 
|
|
|
|
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
piangrawee.san
neutrino
Offline
Posts: 30
|
 |
« Reply #10 on: November 09, 2011, 07:10:46 PM » |
|
ขอบคุณค่ะ 
|
|
|
|
|
Logged
|
It is my signature!!!
|
|
|
|
jali
|
 |
« Reply #11 on: November 10, 2011, 09:52:22 AM » |
|
ข้อ10 ตอบข้อไหนคะ C หรือ D  สำหรับตัวกลางอากาศที่อยู่นิ่ง  ให้คิดสองครั้ง ครั้งแรกตอนรถแล่นเข้าหา และครั้งที่สองตอนรถแล่นผ่านไป ทิศทางบวกคือทิศที่เสียงเดินทางเข้าหาผู้สังเกต แทนเครื่องหมายต่าง ๆ ในแต่ละครั้งให้เหมาะสม อาจารย์ครับแล้วถ้าอากาศมันเคลื่อนที่ไปด้วยหล่ะครับ  นี่ไม่ยอมคิดอะไรเองเลยหรือ ถ้ามีลมพัด และความเร็วลมคือ  จะได้ว่า  พิสูจน์เอาเองนะ  ก็คือเรายึดหลักที่ว่าความยาวคลื่นที่observer ได้ยินต้องเท่ากับความยาวคลื่นที่ปล่อยออกมาแต่ความยาวคลื่นที่ปล่อยออกมาก็คือ  แต่  โดยการแทนค่าความยาวคลื่นลงไป โดยที่ f souce ก็คือความถี่ที่เสียงยังไม่ถูกบ้ีหรือถูกขยาย เอ่อแต่ว่าอ.ครับความถี่ที่คนขับรถไซเรนได้ยินมันไม่่น่าจะเท่ากันนะครับถ้าคนขับรถอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังแหล่งกำเนิดเสียง
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #12 on: November 10, 2011, 10:08:27 AM » |
|
... เอ่อแต่ว่าอ.ครับความถี่ที่คนขับรถไซเรนได้ยินมันไม่่น่าจะเท่ากันนะครับถ้าคนขับรถอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังแหล่งกำเนิดเสียง
หนูพูดเรื่องอะไรมิทราบ คนขับรถไซเรนได้ยินเสียงอะไร อะไรคือแหล่งกำเนิดเสียง แล้วที่บอกว่าไม่น่าเท่ากัน หนูมีเหตุผลอะไรบอกมาให้โจ๋งครึ่มเลย ไม่อย่างนั้นเขาเรียกว่า "มั่ว" 
|
|
|
|
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
|
jali
|
 |
« Reply #13 on: November 11, 2011, 11:58:50 AM » |
|
ก็คือถ้ารถไซเรนมีแหล่งกำเนิดเสียงในตัว(สมมุติว่าเป็นลำโพง) แล้วรถกำลังเคลื่อนที่คลื่นเสียงที่เปล่งมาข้างหน้ารถ(ทิศที่รถเคลื่อนที่ไป)ก็จะถูกบี้ทำให้ความถี่มากขึ้น ความยาวคลื่นน้อยลง ส่วนคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาข้างหลัง(ตรงข้ามกับทิศที่รถเคลื่อนที่)ก็จะถูกยืดทำให้ความถี่น้อยลง ความยาวคลื่นมากขึ้น แต่ว่าคนขับรถเคลื่อนที่ไปด้วยกับรถทำให้ความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างเสียงกับคนขับรถมีค่าเท่ากันไม่ว่าลำโพงจะอยู่หน้าหรือหลังคนขับรถก็ตาม และ  แต่ว่าv ที่ว่าคือความเร็วสัมพัทธ์ซึ่งมีค่าเท่ากัน แต่ความยาวคลื่นมีค่าไม่เท่ากันในข้างหน้าและข้างหลัง ผมถึงบอกว่าความถี่มันไม่เท่ากัน
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ปิยพงษ์ - Head Admin
|
 |
« Reply #14 on: November 11, 2011, 12:36:20 PM » |
|
ก็คือถ้ารถไซเรนมีแหล่งกำเนิดเสียงในตัว(สมมุติว่าเป็นลำโพง) แล้วรถกำลังเคลื่อนที่คลื่นเสียงที่เปล่งมาข้างหน้ารถ(ทิศที่รถเคลื่อนที่ไป) ก็จะถูกบี้ทำให้ความถี่มากขึ้น ความยาวคลื่นน้อยลง ส่วนคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาข้างหลัง(ตรงข้ามกับทิศที่รถเคลื่อนที่) ก็จะถูกยืดทำให้ความถี่น้อยลง ความยาวคลื่นมากขึ้น ...
ตรงที่ขีดเส้นใต้ ขอให้พูดให้ชัดเจน "บี้"แปลว่าอะไร ความถี่ที่ใครวัด แล้วรู้ได้อย่างไร ให้ระวังในการใช้  ที่จริงถ้าดูจากสูตรดอปเพลอร์ที่ให้ไว้  ก็จะเห็นทันทีว่าถ้าผู้สังเกตกับแหล่งมีความเร็วเท่ากัน ความถี่ที่ผู้สังเกตได้รับจะเท่ากับความถี่ของแหล่ง
|
|
|
|
« Last Edit: November 11, 2011, 12:38:22 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin »
|
Logged
|
มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
|
|
|
|