ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39858 Posts in 5843 Topics- by 4455 Members - Latest Member: Mickwe
Pages: « 1 2 3 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบทฤษฎีปลายค่ายหนึ่ง ม.5 2549-50  (Read 22923 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #15 on: October 27, 2006, 10:40:04 PM »

อ้อ โอเคครับ ตอนแรกไปคิดแบบ แสงขึ้นด้านบนแล้วกลับทางด้านล่าง

แล้วข้ออื่นๆให้น้องๆมาทำเองนะคร้าบ Wink
Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #16 on: October 27, 2006, 10:42:52 PM »

งั้นผมขอลองทำข้อสองครับ

ถ้า u_{min} แล้ว อุกกาบาต(มวลm)จะสัมผัสผิวโลก(มวลM)พอดี ให้ความเร็วตอนสัมผัสเป็น v

ไม่มีทอร์กรอบศูนย์กลางโลกต่ออุกกาบาต ดังนั้นโมเมนตัมเชิงมุมอนุรักษ์

mu_{min} \mbox{sin} \theta \ D = mvR

u_{min} \mbox{sin} \theta \ D / R = v

ไม่มีแรงภายนอกทำ(ไม่มีงานโดยแรงภายนอก) ดังนั้นพลังงานกลอนุรักษ์

1/2 \ mu^2_{min} - GMm/D = 1/2 \ mv^2 - GMm/R

u^2_{min} - 2GM/D = v^2 - 2GM/R

GM/R^2 = g \therefore GM = gR^2

\therefore u^2_{min} - 2gR^2/D =(u_{min} \mbox{sin} \theta \ D / R)^2 - 2gR^2/R

\therefore u^2_{min}(\mbox{sin^2} \theta \ D^2 / R^2 - 1) = 2gR(1-R/D)

\therefore u_{min} = \sqrt{2gR(1-R/D)/(\mbox{sin^2} \theta \ D^2 / R^2 - 1)}

ป.ล.อึ้งข้อ4ครับ ผมไปซะไกลเลย ใช้สูตรการหักเหที่ผิวโค้งหาเอา คิดว่าจะง่ายกว่า สุดท้ายเสียเวลาจริงๆ

« Last Edit: October 28, 2006, 10:51:27 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peace
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 477


« Reply #17 on: October 28, 2006, 12:14:48 AM »

ข้อ 4 ใช้เรื่องการหักเหที่ผิวโค้งก็ได้ครับ ลองโพสดูสิ
แค่ระวังเรื่องเงื่อนไข แล้วก้อระยะต่างๆ ให้ดี

เพราะวิธีที่ผมทำก็เป็นวิธีเดียวกับตอนพิสูจน์การหักเหที่ผิวโค้งแหละครับ
Logged

น้ำเงินขาว ดาวสวรรค์ ปัญญาชน เราทุกคนคือตราสถาบัน

P.S.P.2 สายวิทย์เฮฮา
JR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18

การทำตัวให้มีค่า เริ่มจากการเห็นค่าของตัวเอง


« Reply #18 on: October 28, 2006, 09:40:31 AM »

สรุปว่าข้อสาม คำตอบควรเป็นเท่าไหรครับ  ผมไม่ได้ฟังที่อาจารย์เฉลย
ผมได้คำตอบ b=19L/18  (เลยไม้)  ไม่น่าจะถูก แต่ยังงงว่าทำผิดตรงไหน
ใครช่วยแสดงวิธีคิดทีครับ Smiley
Logged
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #19 on: October 28, 2006, 08:14:40 PM »

สามารถใช้การหักเหที่ผิวโค้งแล้วได้คำตอบเท่าเดิมครับ สำหรับคนที่ไม่ชอบเรขาคณิต

สูตร \dfrac{n_1}{S_1}+\dfrac{n_2}{S_2}=\dfrac{n_2-n_1}{R}

โดยสูตรต่อไปนี่ เกิดจากแสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง1ไป2 โดย S_1และ S_2 จะเป็นบวกถ้าอยู่ในตัวกลางที่ 1และ2 ตามลำดับ  และรัศมีความโค้งจะเป็นบวกถ้าจุดศุนย์กลางความโค้งอยู่ที่ตัวกลางที่2  
(เราจำเป็นต้องกำหนดแบบนี้เพราะสมการแต่ละคนมีเครื่องหมายบวกลบคนละอย่างกันเพราะนิยามตัวแปรคนละอย่าง)

ให้ระยะภาพเมื่อผ่านเข้าในทรงกลม คือ q

\dfrac{1}{d}+\dfrac{\mu}{a}=\dfrac{\mu-1}{R}

q=-\dfrac{\mu dR}{R-\mu d+d}

ระยะวัตถุเมื่อผ่านผิวที่2คือ 2R-q และคิดว่าแสงที่ออกเป็นรังสีขนานเพื่อให้ย้อนกลับทางเก่า

\dfrac{\mu}{q}+\dfrac{1}{\infty}=\dfrac{1-\mu}{-R}

\dfrac{\mu}{\dfrac{\mu d R\hspace{-1ex}\slash }{R-\mu d+d}+2R\hspace{-1ex}\slash }=\dfrac{\mu-1}{R\hspace{-1ex}\slash }

\mu(R-\mu d+d)=(\mu-1)(-\mu d+2R+2d)

\mu R-\mu^2 d+\mu d=-\mu^2 d+2R\mu+2\mu d+\mu d-2R-2d

0=R\mu+2\mu d-2R-2d

d=\dfrac{2-\mu}{2\mu-2}R

ความยาวยาวกว่าเล็กน้อย(ไม่นับการยกสูตร) คิดเลขยาวกว่า แต่ไม่ต้องวาดรูปและไล่มุม Grin
« Last Edit: April 20, 2013, 08:06:50 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #20 on: October 28, 2006, 10:10:29 PM »

ข้อ 5 ครับ

-ระลึกว่าคลื่นสะท้อนจากเชือกขึงตรึงย่อมเกิดการกลับเฟสและเป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ไปทาง -x แทน

ดังนั้นฟังก์ชันคลื่นของมันต้องเป็น   y_{ref} = -A \sin (kx + \omega t)

คลื่นสุทธิเป็นผลบวกเชิงพีชคณิตของคลื่นที่มาแทรกสอดกัน

ดังนั้นฟังก์ชันคลื่นสุทธิของมันต้องเป็น   y_{net} = y + y_{ref} = A \sin (kx - \omega t) -A \sin (kx + \omega t)

อาศัยความสามารถของนักชีวะ \sin A - \sin B = 2 \cos(\dfrac{A+B}{2} ) \sin(\dfrac{A-B}{2})

ทำให้ได้ผลว่า y_{net} = 2A \cos (kx) \sin (-\omega t)

                   y_{net} = -2A \cos (kx) \sin (\omega t)

และพบว่าคลื่นที่ผมหามาส่งเดชที่เผอิญเป็นคลื่นนิ่งที่โจทย์ต้องการพอดี จึงได้คำตอบแรก


-เห็นได้ว่าตำแหน่งปฏิ... คือตำแหน่งที่การกระจัดสูงสุด มีฟังก์ชันคลื่นเป็น y_{an} = -2A \sin (\omega t)

ดังนั้นมีความเร็วเป็น v_{an} = \dfrac{d}{dt} -2A \sin (\omega t) = -2A\omega \cos (\omega t)

ให้\muเป็นความหนาแน่นมวลเชิงเส้น ดังนั้นพลังงานจลล์ของส่วนนี้มีค่าเป็น

K.E_{\Delta x} = 2 \mu \Delta x A^2 \omega^2 \cos^2 (\omega t)
« Last Edit: October 28, 2006, 10:28:30 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #21 on: October 28, 2006, 11:39:57 PM »

ข้อ 3

ให้ \displaystyle{O} เป็นจุดศูนย์กลางมวลของระบบซึ่งประกอบไปด้วยท่อน \displaystyle{AB} และมวลที่ติดอยู่กับมัน

โมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนซึ่งลากผ่านจุด  \displaystyle{O} (แอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงเส้น  โดอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม  รอบ
Quote
หา b ที่ทำให้ความเร็วปลาย A เป็นศูนย์ชั่วขณะหลังชนทันที

โดยคิดว่าความเร็วที่ A มีค่าเท่ากับความเร็วของจุดศูนย์กลางมวลบวกกับความเร็วของ A เทียบกับจุดศูนย์กลางมวล


ทำให้ได้สมการ

\displaystyle{v_1 - \omega(\dfrac{3}{2}l)}=0}

\displaystyle{\dfrac{\omega}{v_1}=\dfrac{2}{3l}} เอาไปแทนใน (ii)

\displaystyle{(b-\dfrac{l}{2})=\dfrac{5}{12}l^2 ({\dfrac{2}{3l}})={\dfrac{5}{18}l}

\boxed{\displaystyle{b= \dfrac{7}{9}l}}  ตอบ


* uniform-rod.jpg (35.03 KB, 400x478 - viewed 781 times.)
« Last Edit: October 29, 2006, 08:58:39 PM by Peeravit » Logged
JR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18

การทำตัวให้มีค่า เริ่มจากการเห็นค่าของตัวเอง


« Reply #22 on: October 29, 2006, 08:07:53 AM »

ข้อ 3 ผมบวกเลขผิด  I = ml2/6 + ml2/4 =5ml2/6 ซะงั้น  bang head bang head bang head จะบ้าตาย
จะโดนหักกี่คะแนนนี่
Logged
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #23 on: October 29, 2006, 10:28:56 AM »

โห.. Shocked พีรวิทย์ ใช้โปรแกรมอะไรวาดรูปอะ อย่างสวยเลย  Smiley
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #24 on: October 29, 2006, 10:47:35 AM »

โห.. Shocked พีรวิทย์ ใช้โปรแกรมอะไรวาดรูปอะ อย่างสวยเลย  Smiley

ใช้ Word กับ Powerpoint  Grin
Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #25 on: October 29, 2006, 10:53:02 AM »

ข้อ 3 ผมบวกเลขผิด  I = ml2/6 + ml2/4 =5ml2/6 ซะงั้น  bang head bang head bang head จะบ้าตาย
จะโดนหักกี่คะแนนนี่

ก็ยังดีกว่าเราที่ทำผิดตั้งแต่บรรทัดแรก(ตอนสอบ)   redfaced
Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #26 on: October 29, 2006, 01:52:41 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police
« Last Edit: October 29, 2006, 01:54:38 PM by Peeravit » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5823


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #27 on: October 29, 2006, 03:41:41 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #28 on: October 29, 2006, 07:22:43 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool

โอ้ ปริศนาไขกระจ่างแล้ว  Grin

ขอลองอีกวิธีที่ว่านะครับ

ให้แรงดล f(t) ทำเป็นเวลา \delta t แล้วCMของrodมีความเร็วเป็น v

และrodหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมทิศทวนเข็ม \omega = \dfrac{v}{3l/2} พอดี(ปลายบนอยู่นิ่งชั่วขณะ)

\therefore \int^{\delta t} f dt = mv

\therefore \int^{\delta t} f(b-\dfrac{l}{2}) dt = I_{CM}\omega

\therefore \int^{\delta t} f(b-\dfrac{l}{2}) dt = \dfrac{5}{12}ml^2\dfrac{2v}{3l}

\therefore mv(b-\dfrac{l}{2}) = \dfrac{10}{36}mlv

\therefore b = (\dfrac{10}{36}+\dfrac{1}{2}) l

\therefore b = \dfrac{7}{9}l
« Last Edit: October 29, 2006, 07:25:25 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #29 on: October 29, 2006, 09:06:16 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool

โอ้ ปริศนาไขกระจ่างแล้ว  Grin

ขอลองอีกวิธีที่ว่านะครับ
....................
...............................

\therefore b = \dfrac{7}{9}l


สั้นกว่าเยอะเลยครับ  icon adore
Logged
Pages: « 1 2 3 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น