ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37952 Posts in 5620 Topics- by 4052 Members - Latest Member: Skywalker
Pages: « 1 2 3 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบทฤษฎีปลายค่ายหนึ่ง ม.5 2549-50  (Read 19922 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #15 on: October 27, 2006, 10:40:04 PM »

อ้อ โอเคครับ ตอนแรกไปคิดแบบ แสงขึ้นด้านบนแล้วกลับทางด้านล่าง

แล้วข้ออื่นๆให้น้องๆมาทำเองนะคร้าบ Wink
Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #16 on: October 27, 2006, 10:42:52 PM »

งั้นผมขอลองทำข้อสองครับ

ถ้า u_{min} แล้ว อุกกาบาต(มวลm)จะสัมผัสผิวโลก(มวลM)พอดี ให้ความเร็วตอนสัมผัสเป็น v

ไม่มีทอร์กรอบศูนย์กลางโลกต่ออุกกาบาต ดังนั้นโมเมนตัมเชิงมุมอนุรักษ์

mu_{min} \mbox{sin} \theta \ D = mvR

u_{min} \mbox{sin} \theta \ D / R = v

ไม่มีแรงภายนอกทำ(ไม่มีงานโดยแรงภายนอก) ดังนั้นพลังงานกลอนุรักษ์

1/2 \ mu^2_{min} - GMm/D = 1/2 \ mv^2 - GMm/R

u^2_{min} - 2GM/D = v^2 - 2GM/R

GM/R^2 = g \therefore GM = gR^2

\therefore u^2_{min} - 2gR^2/D =(u_{min} \mbox{sin} \theta \ D / R)^2 - 2gR^2/R

\therefore u^2_{min}(\mbox{sin^2} \theta \ D^2 / R^2 - 1) = 2gR(1-R/D)

\therefore u_{min} = \sqrt{2gR(1-R/D)/(\mbox{sin^2} \theta \ D^2 / R^2 - 1)}

ป.ล.อึ้งข้อ4ครับ ผมไปซะไกลเลย ใช้สูตรการหักเหที่ผิวโค้งหาเอา คิดว่าจะง่ายกว่า สุดท้ายเสียเวลาจริงๆ

« Last Edit: October 28, 2006, 10:51:27 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peace
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 477


« Reply #17 on: October 28, 2006, 12:14:48 AM »

ข้อ 4 ใช้เรื่องการหักเหที่ผิวโค้งก็ได้ครับ ลองโพสดูสิ
แค่ระวังเรื่องเงื่อนไข แล้วก้อระยะต่างๆ ให้ดี

เพราะวิธีที่ผมทำก็เป็นวิธีเดียวกับตอนพิสูจน์การหักเหที่ผิวโค้งแหละครับ
Logged

น้ำเงินขาว ดาวสวรรค์ ปัญญาชน เราทุกคนคือตราสถาบัน

P.S.P.2 สายวิทย์เฮฮา
JR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18

การทำตัวให้มีค่า เริ่มจากการเห็นค่าของตัวเอง


« Reply #18 on: October 28, 2006, 09:40:31 AM »

สรุปว่าข้อสาม คำตอบควรเป็นเท่าไหรครับ  ผมไม่ได้ฟังที่อาจารย์เฉลย
ผมได้คำตอบ b=19L/18  (เลยไม้)  ไม่น่าจะถูก แต่ยังงงว่าทำผิดตรงไหน
ใครช่วยแสดงวิธีคิดทีครับ Smiley
Logged
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #19 on: October 28, 2006, 08:14:40 PM »

สามารถใช้การหักเหที่ผิวโค้งแล้วได้คำตอบเท่าเดิมครับ สำหรับคนที่ไม่ชอบเรขาคณิต

สูตร \dfrac{n_1}{S_1}+\dfrac{n_2}{S_2}=\dfrac{n_2-n_1}{R}

โดยสูตรต่อไปนี่ เกิดจากแสงเคลื่อนที่จากตัวกลาง1ไป2 โดย S_1และ S_2 จะเป็นบวกถ้าอยู่ในตัวกลางที่ 1และ2 ตามลำดับ  และรัศมีความโค้งจะเป็นบวกถ้าจุดศุนย์กลางความโค้งอยู่ที่ตัวกลางที่2  
(เราจำเป็นต้องกำหนดแบบนี้เพราะสมการแต่ละคนมีเครื่องหมายบวกลบคนละอย่างกันเพราะนิยามตัวแปรคนละอย่าง)

ให้ระยะภาพเมื่อผ่านเข้าในทรงกลม คือ q

\dfrac{1}{d}+\dfrac{\mu}{a}=\dfrac{\mu-1}{R}

q=-\dfrac{\mu dR}{R-\mu d+d}

ระยะวัตถุเมื่อผ่านผิวที่2คือ 2R-q และคิดว่าแสงที่ออกเป็นรังสีขนานเพื่อให้ย้อนกลับทางเก่า

\dfrac{\mu}{q}+\dfrac{1}{\infty}=\dfrac{1-\mu}{-R}

\dfrac{\mu}{\dfrac{\mu d R\hspace{-1ex}\slash }{R-\mu d+d}+2R\hspace{-1ex}\slash }=\dfrac{\mu-1}{R\hspace{-1ex}\slash }

\mu(R-\mu d+d)=(\mu-1)(-\mu d+2R+2d)

\mu R-\mu^2 d+\mu d=-\mu^2 d+2R\mu+2\mu d+\mu d-2R-2d

0=R\mu+2\mu d-2R-2d

d=\dfrac{2-\mu}{2\mu-2}R

ความยาวยาวกว่าเล็กน้อย(ไม่นับการยกสูตร) คิดเลขยาวกว่า แต่ไม่ต้องวาดรูปและไล่มุม Grin
« Last Edit: April 20, 2013, 08:06:50 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #20 on: October 28, 2006, 10:10:29 PM »

ข้อ 5 ครับ

-ระลึกว่าคลื่นสะท้อนจากเชือกขึงตรึงย่อมเกิดการกลับเฟสและเป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ไปทาง -x แทน

ดังนั้นฟังก์ชันคลื่นของมันต้องเป็น   y_{ref} = -A \sin (kx + \omega t)

คลื่นสุทธิเป็นผลบวกเชิงพีชคณิตของคลื่นที่มาแทรกสอดกัน

ดังนั้นฟังก์ชันคลื่นสุทธิของมันต้องเป็น   y_{net} = y + y_{ref} = A \sin (kx - \omega t) -A \sin (kx + \omega t)

อาศัยความสามารถของนักชีวะ \sin A - \sin B = 2 \cos(\dfrac{A+B}{2} ) \sin(\dfrac{A-B}{2})

ทำให้ได้ผลว่า y_{net} = 2A \cos (kx) \sin (-\omega t)

                   y_{net} = -2A \cos (kx) \sin (\omega t)

และพบว่าคลื่นที่ผมหามาส่งเดชที่เผอิญเป็นคลื่นนิ่งที่โจทย์ต้องการพอดี จึงได้คำตอบแรก


-เห็นได้ว่าตำแหน่งปฏิ... คือตำแหน่งที่การกระจัดสูงสุด มีฟังก์ชันคลื่นเป็น y_{an} = -2A \sin (\omega t)

ดังนั้นมีความเร็วเป็น v_{an} = \dfrac{d}{dt} -2A \sin (\omega t) = -2A\omega \cos (\omega t)

ให้\muเป็นความหนาแน่นมวลเชิงเส้น ดังนั้นพลังงานจลล์ของส่วนนี้มีค่าเป็น

K.E_{\Delta x} = 2 \mu \Delta x A^2 \omega^2 \cos^2 (\omega t)
« Last Edit: October 28, 2006, 10:28:30 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #21 on: October 28, 2006, 11:39:57 PM »

ข้อ 3

ให้ \displaystyle{O} เป็นจุดศูนย์กลางมวลของระบบซึ่งประกอบไปด้วยท่อน \displaystyle{AB} และมวลที่ติดอยู่กับมัน

โมเมนต์ความเฉื่อยรอบแกนซึ่งลากผ่านจุด  \displaystyle{O} (แอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงเส้น  โดอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม  รอบ
Quote
หา b ที่ทำให้ความเร็วปลาย A เป็นศูนย์ชั่วขณะหลังชนทันที

โดยคิดว่าความเร็วที่ A มีค่าเท่ากับความเร็วของจุดศูนย์กลางมวลบวกกับความเร็วของ A เทียบกับจุดศูนย์กลางมวล


ทำให้ได้สมการ

\displaystyle{v_1 - \omega(\dfrac{3}{2}l)}=0}

\displaystyle{\dfrac{\omega}{v_1}=\dfrac{2}{3l}} เอาไปแทนใน (ii)

\displaystyle{(b-\dfrac{l}{2})=\dfrac{5}{12}l^2 ({\dfrac{2}{3l}})={\dfrac{5}{18}l}

\boxed{\displaystyle{b= \dfrac{7}{9}l}}  ตอบ
« Last Edit: October 29, 2006, 08:58:39 PM by Peeravit » Logged
JR
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 18

การทำตัวให้มีค่า เริ่มจากการเห็นค่าของตัวเอง


« Reply #22 on: October 29, 2006, 08:07:53 AM »

ข้อ 3 ผมบวกเลขผิด  I = ml2/6 + ml2/4 =5ml2/6 ซะงั้น  bang head bang head bang head จะบ้าตาย
จะโดนหักกี่คะแนนนี่
Logged
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #23 on: October 29, 2006, 10:28:56 AM »

โห.. Shocked พีรวิทย์ ใช้โปรแกรมอะไรวาดรูปอะ อย่างสวยเลย  Smiley
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #24 on: October 29, 2006, 10:47:35 AM »

โห.. Shocked พีรวิทย์ ใช้โปรแกรมอะไรวาดรูปอะ อย่างสวยเลย  Smiley

ใช้ Word กับ Powerpoint  Grin
Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #25 on: October 29, 2006, 10:53:02 AM »

ข้อ 3 ผมบวกเลขผิด  I = ml2/6 + ml2/4 =5ml2/6 ซะงั้น  bang head bang head bang head จะบ้าตาย
จะโดนหักกี่คะแนนนี่

ก็ยังดีกว่าเราที่ทำผิดตั้งแต่บรรทัดแรก(ตอนสอบ)   redfaced
Logged
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #26 on: October 29, 2006, 01:52:41 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police
« Last Edit: October 29, 2006, 01:54:38 PM by Peeravit » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5613


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #27 on: October 29, 2006, 03:41:41 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #28 on: October 29, 2006, 07:22:43 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool

โอ้ ปริศนาไขกระจ่างแล้ว  Grin

ขอลองอีกวิธีที่ว่านะครับ

ให้แรงดล f(t) ทำเป็นเวลา \delta t แล้วCMของrodมีความเร็วเป็น v

และrodหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมทิศทวนเข็ม \omega = \dfrac{v}{3l/2} พอดี(ปลายบนอยู่นิ่งชั่วขณะ)

\therefore \int^{\delta t} f dt = mv

\therefore \int^{\delta t} f(b-\dfrac{l}{2}) dt = I_{CM}\omega

\therefore \int^{\delta t} f(b-\dfrac{l}{2}) dt = \dfrac{5}{12}ml^2\dfrac{2v}{3l}

\therefore mv(b-\dfrac{l}{2}) = \dfrac{10}{36}mlv

\therefore b = (\dfrac{10}{36}+\dfrac{1}{2}) l

\therefore b = \dfrac{7}{9}l
« Last Edit: October 29, 2006, 07:25:25 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Peeravit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 295



« Reply #29 on: October 29, 2006, 09:06:16 PM »

สำหรับข้อ 3 ถ้ามีวิธีทำตรงไหนที่ไม่น่าจะถูกช่วยเตือนด้วยนะครับ  police

ที่จริงข้อนี้ทำได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าการชนเป็นแบบใดเลย  คิดว่ามีแรงดลหนึ่งมาทำตั้งฉากกับท่อนวัตถุตรงจุดที่ชนก็พอแล้ว  Cool

โอ้ ปริศนาไขกระจ่างแล้ว  Grin

ขอลองอีกวิธีที่ว่านะครับ
....................
...............................

\therefore b = \dfrac{7}{9}l


สั้นกว่าเยอะเลยครับ  icon adore
Logged
Pages: « 1 2 3 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น