ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41330 Posts in 6202 Topics- by 8771 Members - Latest Member: ChinNaaek
mPEC Forumหัวข้อทั่วไปสัพเพเหระทำไมตำราฟิสิกส์หริอวิทยาศาสตร์อืนๆ ถึงราคาแพงจังครับ แบบนี้มันจะขายออกหรือ
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ทำไมตำราฟิสิกส์หริอวิทยาศาสตร์อืนๆ ถึงราคาแพงจังครับ แบบนี้มันจะขายออกหรือ  (Read 8596 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
mafialy
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84


เด็ก ม. ปลาย ความรู้ยังด้อยนัก


« on: July 29, 2005, 12:04:46 PM »

 Huh วันนี้ขอเสวนานอกเรื่องที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาในวิชาฟิสิกส์หน่อยนะครับ

 police ทำไม่ตำราด้านวิทยาศาสตร์ ในระดับสูงกว่ามอปลายถึงได้แพงกันจังครับ โดยเฉพาะพวกเทคบุค เล่มหนึ่งราคาปาเข้า ไป 700 ถึงพันกว่าบาท ส่วนประเภทตำราแปลก็ราคาแพงเช่นเดียวกัน แบบนี้มันจะขายออกหรือครับ.........


 Shame on you ที่ผมบอกว่าขายไม่ออกไม่ใช่หนังสือเขาไม่ดีหรอกนะครับ............

 angel แต่ที่บอกว่าขายไม่ออกเพราะมันราคามันแพงเกินไป นักเรียนนักศึกษาเขาไม่โง่ซื้อกันหรอกครับ.......

 Shame on you เขาใช้วิธีซีรอคเอาแทน...............อย่างตำรา "ฟิสิกส์" ของ มูลนิธิ "สอวน." เลมหนึ่ง (322 หน้า) ราคาถึง 380 บาท..(ถ้าเป็นตำราต่างประเทศหน้าประมาณนี้อาจะปาเข้าไปถึงหกร้อยกว่าบาท)

 angel แต่ถ้าเอาไปซีรอค หน้าละ 37 สตางค์ (หน้าซอยผมอยู่) หมดไปแค่ 119 บาท (ถ้าเขาเล่มก็เพิ่มไปอีก 30 บาท) จะเห็นว่ามันประหยัดกว่ากันเยอะเลย.แบบนี้มันขายไม่ออกแน่ๆ


 icon adore ที่ออกมาพูด ผมก็ไม่มีอะไรหรอกนะครับ ใจหนึ่งผมก็อดสงสารคนที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาแปล เสียเวลาค้นคว้า ไม่ได้ กว่าจะได้ตำราออกมาแต่ละเล่มต้องลงทุนและเสียเวลาไปมากที่เดียว ผมเองก็อยากจะอุดหนุนหนังสือของพวกท่านอยู่หรอกครับ แต่ราคาแพงขนาดนั้นผมจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ.....


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ Shame on you

Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6288


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #1 on: July 29, 2005, 12:36:15 PM »

ร้านถ่ายเอกสารเขาไม่ต้องลงทุนอะไรนอกเหนือจากค่ากระดาษ หมึกพิมพ์ ค่าเครื่องถ่ายเอกสาร และค่าแรงกรรมกร เขาถึงทำให้เราในราคาถูกได้

หนังสือการ์ตูนที่พวกเราอ่านกัน ราคาเล่มละเท่าใด มีเนื้อหาแค่ไหน

มองอีกแง่หนึ่ง การที่พวกเราถ่ายเอกสารหนังสือเอาก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังสือราคาแพง เพราะไม่มีใครกล้าลงทุนทำหนังสือดี ๆ ระดับสูงออกมา� หนังสือฟิสิกส์ในระดับมหาวิทยาลัยมีโอกาสที่จะขายปีหนึ่งกี่เล่ม?� ในเมื่อพิมพ์น้อย ต้นทุนต่อเล่มก็เลยราคาสูง

ลองทำตัวเป็นคนเขียนหนังสือดู แล้วคิดว่าเรากล้าที่จะเขียน พิมพ์ขายเองไหม เมื่อมีคนจ้องจะเอาไปถ่ายเอกสารกันง่าย ๆ

สำหรับหนังสือที่ราคาอาจแพง และเราคิดว่า"ไม่มีเงินจะซื้อ" ก็อาจขอให้ห้องสมุดซื้อก็ได้ จะได้อ่านกันหลายคนด้วย

« Last Edit: July 29, 2005, 12:38:39 PM by ปิยพงษ์ » Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
sg24979
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 140



« Reply #2 on: July 29, 2005, 01:46:05 PM »

ผมคิดว่าถ้าหนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าจริงๆ  ผมก็ยินดีจะซื้อนะครับ  โดยปกติถ้าผมจะทำการสำเนาหนังสือสักเล่ม  นั่นคือมันต้องเป็นเล่มที่หาไม่ได้จริงๆน่ะครับ ส่วนตัวแล้วหนังสือแท้ๆก็มีคุณค่าทางจิตใจ  อีกอย่างหนังสือในระดับที่ดีๆ เช่น textbook ต่างประเทศนั้น  มักจะเป็นสีทำให้เวลาอ่านก็สบายตา  บางครั้งการอธิบายในหนังสือก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้สีด้วย  เช่น บางเล่มแทนปริมาณเวกเตอร์ที่แตกต่างกันด้วยสีดำบ้าง แดงบ้าง เขียวบ้าง น้ำเงินบ้างตามสมควร        การที่เรามีtextbook สักเล่ม นั่นก็ย่อมมีประโยชน์ในการอ้างอิงด้วย

คราวนี้ถ้าเรามองในอีกแง่มุมหนึ่ง  ลองเอาใจคนแต่ง หรือคนเรียบเรียงมาใส่ใจเราบ้าง  ก็จะพบว่าขนาดเราเองกว่าจะอ่านจบเล่มยังต้องใช้เวลาตั้งนาน  แล้วคนที่แต่งหรือรวบรวมล่ะ เค้าไม่ต้องใช้เวลานานกว่าเรามากมายหรืออย่างไร?  บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับวิชานั้นๆ  (ไม่เฉพาะฟิสิกส์นะครับ  รวมไปถึงวิชาอื่นๆด้วย )  โลกเราย่อมต้องการการพึ่งพาอาศัยกัน  เมื่อมีคนอ่านเยอะ  คนที่จัดทำก็เยอะขึ้น  เห็นได้จากปัจจุบันที่หนังสือทั่วไป (ไม่จำเป็นต้องเป็นตำราทางวิชาการ)  มีขายอยู่เกลื่อนไปหมด จนไม่รู้จะเลือกอ่านอะไรดี   แต่ถ้าเราได้ลองใช้ปัญญาพิจารณาดีๆ  เราก็จะพบเองว่าหนังสือเล่มไหนกันทีควรซื้ออ่าน  อะไรที่จะเป็นประโยชน์  อะไรที่ไม่ได้สร้างประโยชน์  แล้วยังเสียเวลาไปโดยใช่เหตุอีก 

จากที่ผมบ่นๆ ร่ายๆ มาทั้งหมดก็แค่จะบอกว่าถ้าคิดว่าหนังสือเล่มไหนดีจริงๆ  เราก็ควรจะซื้อเก็บไว้อ่าน  หรือไม่ก็ไปอ่านตามห้องสมุดอย่างที่อาจารย์ปิยพงษ์แนะนำนั่นก็น่าจะเป็นอีกหนทางนึง ที่ดีมากๆเลยครับ เพราะลำพังตัวเราเองคงไม่สามารถหาซื้อหนังสือทั้งหมดมาไว้ในครอบครองได้

ปล. หนังสือดีย่อมมีคนบอกต่อ ปากต่อปาก แน่นอนว่าอย่างน้อยน่าจะมี 2 ใน 10 คนแหละน่าที่ยินดีจะซื้อหนังสือเล่มนั้นถ้าเค้าเห็นประโยชน์จริงๆ

Logged

สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว  ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ 

วันนี้คุณทำความดีแล้ว หรือยังครับ ?
mafialy
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84


เด็ก ม. ปลาย ความรู้ยังด้อยนัก


« Reply #3 on: July 29, 2005, 08:47:09 PM »

 Grin ใช่ว่าผมจะไม่เข้าใจนะครับ ไม่งั้นคงไม่บอกว่า...........


ที่ออกมาพูด ผมก็ไม่มีอะไรหรอกนะครับ ใจหนึ่งผมก็อดสงสารคนที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาแปล เสียเวลาค้นคว้า ไม่ได้ กว่าจะได้ตำราออกมาแต่ละเล่มต้องลงทุนและเสียเวลาไปมากที่เดียว ผมเองก็อยากจะอุดหนุนหนังสือของพวกท่านอยู่หรอกครับ แต่ราคาแพงขนาดนั้นผมจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ.....



 angel จึงคิดว่า ถ้าอยากให้หนังสือขายดี ไม่ควรจะมีราคาแพงมาก เพราะถ้าแพงมาก มันก็จะเป็นอย่างที่ผมพูด...หละนะ...


 police บางครั้ง มันก็จำเป็นต้องถ่ายเอกสารหละนะครับ 1.มันราคาแพงไม่มีเงินซื้อ(แต่คนที่มีเงินคงไม่มีปัญหา) 2.ยืมแต่ห้องสมุดก็ไม่ได้ ไกล้สอบไม่มีอ่า่น (จึงต้องยืมจากห้องสมุดไปถ่ายเอกสาร)


ผมยอมรับตามตรง ผมก็คนนึงหละ ซื้อน้อยมาก ส่วนใหญ่มีแต่ถ่ายเอกสาร โดยเฉพาะพวก textbook ตอนแรกผมกะว่าจะซื้อแต่ไปดูราคาแล้วเงินไม่พอ (ราคาประมาณแปดร้อยกว่าบาท) เลยต้องยืมจากห้องสมุดไปถ่ายแทน ไม่ใช่มีแต่ผมหรอกนะครับ ทึ่ใช้วิธีถ่ายเอกสาร รุ้่นพี่ที่เรึียนมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือ เพือนๆ ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้


ยังไงก็อย่าว่ากันเลยนะครับ คนมันไม่มีเงิน� Cry Cry Cry


ถึงคนเขียนจะไม่ได้กำไลจากพวกผม� แต่ในฐานะที่คุณเป็นผู้แต่ีง หรือ ผู้แปล ยังไงคุณก็ได้คุณความดี ที่ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า "บุญ" การให้วิทยาทานความรู้ถือเป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่และได้ผลบุญมากที่สุด

ต่อให้แต่งหนังสือเพีียงแค่เล่มเดียว..ถ้้าบาปบุญมีจริงผมคิดว่าคุณในฐานะผู้่แต่งหรือผู้แปล� คุณคงเอารถสิบล้อสักสิบคันมาขนบุญกลับไปไม่หมด� angel angel ไม่ว่าจะชาติหนี้หรือชาติต่อๆ ไป (ต่อให้ตายไป ถ้ามีคนเอาหนังสือคุณมาอ่าน คุณก็ได้บุญอีกแหละ)


 icon adore
« Last Edit: July 30, 2005, 09:00:03 AM by mafialy » Logged
sg24979
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 140



« Reply #4 on: July 30, 2005, 12:49:12 AM »

อย่าเข้าใจผิดนา  ผมไม่ได้ต่อว่าคนที่ถ่ายเอกสาร  หรือสำเนาหนังสือนะครับ  เพราะผมเองก็มีเหมือนกันที่ถ่ายเอกสารมา  เพียงแต่อธิบายในความคิดผมเฉยๆว่าบางเล่มมันถ่ายมาแล้วอาจจะไม่ได้มีความดึงดูดให้อ่านมากอะครับ  แต่ว่ายังไงก็ตามนะ  ราคามันก็แพงจริงๆน่ะแหละ  เราคงต้องดูกันต่อไปว่าจะทำไงได้ดี เพราะเดี๋ยวนี้พูดตรงๆอินเตอร์เนตเองก็มีหนังสือดีๆให้download ไม่น้อย(เยอะเลยหละ  อ่านยังไงก็ไม่จบแฮะ )   เราก็ไม่ต้องซื้อหรือถ่ายเอกสารด้วยซ้ำ  อ่านในคอมก็ได้(ถ้าคิดว่ารังสีอะไรพวกเนี้ย ไม่ทำให้เสียสายตา มั้ง ) 

เอาเป็นว่าประเด็นสำคัญคือความรู้น่ะแหละครับ  อ่านเยอะก็รู้เยอะ (อ่านในสิ่งที่ควรอ่านน่ะนะ  ผมเองก็อ่านมั่วๆไปมั่วๆมาน่ะแหละ  บางอย่างไม่มีประโยชน์ผมก็ดันชอบอ่าน หุหุ ไม่น่าเล้ย) 

ส่วนเรื่องบุญไรนั่นคงเป็นเช่นนั้นแหละครับ  วิทยาทานย่อมยังผลให้ผู้ที่ได้มอบความรู้แก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ได้สิ่งที่ดีๆตอบแทนนั่นคือ "ปัญญา" 

ไม่ต้องไปมองทางด้านศาสนาก็ได้นะครับ  ดูจากสิ่งที่เห็นๆเลยก็คือ  เมื่อเราสอนสิ่งที่เรารู้ให้แก่คนอื่น  เราเองก็จะมีความรู้ลงลึกไปในด้านนั้นยิ่งขึ้นด้วย  สิ่งนี้บ่งไว้อย่างชัดเจนจริงๆ   (รู้สึกอาจารย์ปิยพงษ์เองก็เคยบอกไว้ว่าการจะดูว่าเรารู้เรื่องนั้นดีจริงๆรึเปล่า  คือได้สอนคนอื่นในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้นั่นแหละ  สักที่ในเวปบอร์ดนี้แหละครับ สักกระทู้นึง ^_^) 

ปล.โชคดีสำหรับผู้ศึกษาศาสตร์ต่างๆทั้งหลายครับ
Logged

สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว  ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ 

วันนี้คุณทำความดีแล้ว หรือยังครับ ?
mafialy
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 84


เด็ก ม. ปลาย ความรู้ยังด้อยนัก


« Reply #5 on: July 30, 2005, 09:08:16 AM »

 icon adore ผมคิดว่าวิธีการที่จะให้ตำราต่างๆ ราคาถูกลง การใช้กระดาษก็มีส่วนนะครับ...

 police อย่างหนังสือบางเล่มสามารถขายได้ในราคาไม่แพงนักเพราะเขาใช้กระดาษธรรมดา (สีน้ำตาลไม่ผ่านการฟอกสี) แต่ถ้าใช้กระดาษที่ฟอกมาจนขาวราคาจะแพงขึ้นอีกมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น หนังสือ ฟิสิกส์ ที่เขียนโดยภาคฟิสิกส์จุฬาฯใช้กระดาษสีน้ำตาล ราคาแค่เล่นละ 180 บาท แต่ถ้าเป็นหนังสือฟิสิกส์ของอาจารย์ "สมพงษ์" พิมจากสำนักพิมพ์จุฬาฯเช่นเดียวกัน จำนวนหน้าไม่ต่างกันมากนัก แต่ราคาจะสูงถึง 380 บาท
Logged
sg24979
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 140



« Reply #6 on: July 30, 2005, 12:40:25 PM »

ก็จริงนะครับ  แต่ผมว่าถ้าหนังสือที่ใช้กระดาษสีน้ำตาลอย่างที่ว่า(ไม่รู้เค้าเรียกกันว่าอะไร ใช่กระดาษกึ่งโรเนียวเปล่่า?? )  มันก็เก็บได้ไม่นานนะครับ  สักพักก็ต้องทิ้งแล้วอะ  แต่ถ้าเป็นกระดาษดีๆก็จะเก็บได้นาน  ยิ่งกระดาษของพวก text book นี่ไม่ต้องพูดเลย  10 ปีเป็นอย่างน้อย

ดังนั้นในความเห็นผมนะ ถ้าหนังสือเล่มนั้นดีจริง ก็น่าจะดีกว่าถ้าสามารถเก็บได้นานๆ หรืออย่างไรครับ ??  Wink
Logged

สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว  ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ 

วันนี้คุณทำความดีแล้ว หรือยังครับ ?
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #7 on: August 27, 2005, 02:35:58 PM »

ผมว่าผมเข้าใจทั้งสองฝ่ายล่ะนะ
แต่ผมว่าคนเขียนเองไม่เองไม่ควรจะ"หวังผลกำไร"จากผู้อ่านที่ส่วนมากเป็นนักเรียนนักศึกษาจนเกินไปนัก
(เพราะคนอ่านก็ไม่ได้ไปค้าขายเอาผลกำไรอะไรมากมายจากการอ่านของเขา)
ส่วนผู้อ่านก็ไม่ควรเดือดเนื้อร้อนใจแทนผู้เขียนเพราะผมว่าเขาเองคงไม่คิดมากอะไร

การCoppyเนี่ยห้ามไม่ได้หรอกครับ เพราะมีกันทุกวงการ เหมือนห้ามราคาหนังสือไม่ให้แพงนี่แหละครับด้วยเหตุผลทางธุรกิจและเหตุผลทางอื่นๆอีกมาก

อย่างไรก็ตามของCoppyไม่มีทางเหมือนของจริงไปได้(แม้Coppyจะมีจุดแข็งทางการตลาดเรื่องราคาก็เถอะ)และถึงแม้สุดท้ายเกิดของจริงขายไม่ได้จริงๆผู้ผลิตเขาก็มีวิธีล่ะครับ
จนกระทั่งสุดท้ายเกิดจุดสมดุลย์ทางการตลาดขึ้น
เราที่เป็นผู้บริโภคจึงควรมีสิทธิ์ที่จะบริโภคตามปกติ policeครับ
Logged
phys_pucca
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 724


วิ่งตามฝัน


WWW
« Reply #8 on: August 28, 2005, 10:43:20 AM »

ผมว่า pocket book ของพวกดาราแพงกว่าเยอะเลย เล่มเล็กนิดเดียวปาไปเป็นร้อย
แถมยังขายดีอีก (ยิงพวกดาราที่ขายรูปร่างยิ่งขายดีเข้าไปใหญ่)
Logged

icon adore  PHYSICS NEVER DIE
Nature uses only the longest thread to weave her patterns, so each small piece of her fabric reveals the organization of the entire tapestry. ; Richard P. Feynman

อย่าท้อ อย่าหยุด อย่าเบื่อ ; psaipetc
โชคดี
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 126


« Reply #9 on: April 03, 2011, 10:41:54 PM »

ผมไม่แคร์นะเรื่องอะไรนี่ ถ้าอยากอ่านจะซื้อ จะยืม จะถ่าย มันก็มีข้อดี ข้อเสียของมันที่ใครๆก็รู้อยู่ ก็ตามสถานการณ์กันไป
ดังนั้นผมจึงไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรเพื่อจะได้อ่าน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องของเรา

แต่ถ้าอยากให้ลดราคาหนังสือ ผมว่ามันเป็นเรื่องของคนอื่น เราไม่ควรยุ่ง เขาจะขายออกไม่ออกก็เรื่องของเขา
Logged

สวัสดี
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to: