มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

สมัครสมาชิกฟรีเพื่อเห็นไฟล์แนบและดาวน์โหลดไฟล์ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41143 Posts in 6136 Topics- by 7808 Members - Latest Member: Ohmkier
Pages: « 1 2 3 4 5 »   Go Down
Print
Author Topic: Problems Solving Marathon : Electromagnetism  (Read 49542 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
phys_pucca
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 724


วิ่งตามฝัน


WWW
« Reply #45 on: March 06, 2008, 10:12:54 PM »

ถามข้อ 10 เพิ่มด้วย
ดูดีๆว่าในรูปที่ให้มา มันเป็นความต้านทานต่อขนานกัน
แต่ทำไมความต่างศักย์ไม่เท่ากัน

ไม่ใช่อนุกรมเหรอครับ  Huh

รูปมันค่อนข้างกำกวมนิดๆนะผมว่า

รูปสมบูรณ์แล้วนะครับ อีกอย่างก็ไม่ต้องคิดว่ามันอนุกรมหรือขนาน แค่ดูว่ามันต่อออกมาจากจุดเดียวกันเท่านั้นเอง Wink
Logged

icon adore  PHYSICS NEVER DIE
Nature uses only the longest thread to weave her patterns, so each small piece of her fabric reveals the organization of the entire tapestry. ; Richard P. Feynman

อย่าท้อ อย่าหยุด อย่าเบื่อ ; psaipetc
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #46 on: March 07, 2008, 04:08:49 AM »

ขอเฉลยข้อ 9 เดิมก่อนที่ P o W i i จะเปลี่ยนนะครับ
จากนิยามของพลังงานศักย์ของdipole moment ต่อหน่วยปริมาตรจะได้
u=-N\vec{p}\cdot \vec{E}
โดยที่ \vec{p}คือไดโพลโมเมนต์
หรือ
u=-\vec{P}\cdot E

และใช้ความรู้เรื่อง Boltzman Theorem เราจะได้ว่าไดโพลโมเมนต์ที่มีพลังงานเท่ากับ Uมีค่าเท่ากับ
n=\dfrac{Ne^{-U/kT}}{\sum e^{-U/kT}}}
dn=\dfrac{Ne^{-U/kT}}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}d(-\dfrac{U}{kT})
เราสนใจไดโพลเฉพาะในส่วนที่มีทิศเดียวกับสนามอินทิเกรต ตั้งแต่มุมที่ทำกับแนวสนา่มไฟฟ้าเป็น 0 ถึง 90 องศา
n_1=\dfrac{N(1-e^{-pE/kT})}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}
และส่วนที่เหลือจึงมีค่าเป็น
n_2=\dfrac{N(e^{pE/kT}-1)}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}
พลังงานรวมของไดโพลโมลเมนต์ทั้งหมดนี้มีค่าเป็น
u=Np(n_1-n_2)E
จะได้ว่าพลังงานของไดโพลทั้งหมดมีค่าเป็น
u=-NpE\dfrac{e^{pE/kT}+e^{-pE/kT}}{e^{pE/kT}-e^{pE/kT}}
u=-NpE \coth(pE/kT)
แต่ว่าเราต้องบวกพลังงานของการเคลือนที่เชิงความร้อนไปด้วยจะได้ว่า
u=-NpE \coth{pE/kT}+NkT
จากนั้นเราแทนค่าพลังงาานในหนึ่งหน่วยปริมาตรว่ามีค่าเท่ากับ -\vec{P}\cdot\vec{E}
จะได้ว่า
P=Np(\coth(pE/kT)-(kT/pE))
« Last Edit: July 30, 2011, 11:12:50 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #47 on: March 07, 2008, 10:35:35 PM »

ขอเฉลยข้อ 9 เดิมก่อนที่ P o W i i จะเปลี่ยนนะครับ
จากนิยามของพลังงานศักย์ของdipole moment ต่อหน่วยปริมาตรจะได้
u=-N\vec{p}\cdot \vec{E}
โดยที่ \vec{p}คือไดโพลโมเมนต์
หรือ
u=-\vec{P}\cdot E

และใช้ความรู้เรื่อง Boltzman Theorem เราจะได้ว่าไดโพลโมเมนต์ที่มีพลังงานเท่ากับ Uมีค่าเท่ากับ
n=\dfrac{Ne^{-U/kT}}{\sum e^{-U/kT}}}
dn=\dfrac{Ne^{-U/kT}}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}d(-\dfrac{U}{kT})
เราสนใจไดโพลเฉพาะในส่วนที่มีทิศเดียวกับสนามอินทิเกรต ตั้งแต่มุมที่ทำกับแนวสนา่มไฟฟ้าเป็น 0 ถึง 90 องศา
n_1=\dfrac{N(1-e^{-pE/kT})}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}
และส่วนที่เหลือจึงมีค่าเป็น
n_2=\dfrac{N(e^{pE/kT}-1)}{e^{pE/kT}-e^{-pE/kT}}
พลังงานรวมของไดโพลโมลเมนต์ทั้งหมดนี้มีค่าเป็น
u=Np(n_1-n_2)E
จะได้ว่าพลังงานของไดโพลทั้งหมดมีค่าเป็น
u=-NpE\dfrac{e^{pE/kT}+e^{-pE/kT}}{e^{pE/kT}-e^{pE/kT}}
u=-NpE \coth(pE/kT)
แต่ว่าเราต้องบวกพลังงานของการเคลือนที่เชิงความร้อนไปด้วยจะได้ว่า
u=-NpE \coth{pE/kT}+NkT
จากนั้นเราแทนค่าพลังงาานในหนึ่งหน่วยปริมาตรว่ามีค่าเท่ากับ -\vec{P}\cdot\vec{E}
จะได้ว่า
P=Np(\coth(pE/kT)-(kT/pE))


โหดบรม
« Last Edit: July 30, 2011, 11:13:05 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #48 on: March 29, 2008, 05:22:15 PM »

แล้วไม่คิดจะโพสต์โจทย์ข้อต่อไปเลยเหรอครับ  คุณ nklohit Grin
Logged
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #49 on: March 30, 2008, 03:32:57 PM »

ข้อ 11 ครับ (ขอโทษครับที่มาโพสช้า embarassed)

จากรูป จงหาอุณหภูมิ T ที่เวลา t ใดๆ
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #50 on: March 31, 2008, 04:17:05 PM »

 Shocked ถึกถึงใจ Grin
Logged
Conqueror
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 172


Scientology


« Reply #51 on: April 01, 2008, 01:47:08 AM »

 Shocked Shocked ว่าจะไปนอนแล้ว เปิดมาแอบเห็นข้อนี้น่าทำดี เลยไม่อยากนอนแล้วครับ  bang head

ข้อ 11.  เรารู้ว่าสนามแม่เหล็กที่ระยะห่างจากตัวนำยาวมาก เป็นระยะ r ใดๆ มีค่าเท่ากับ \displaystyle{\frac{\mu_{0}I}{2 \pi r}}

จากโจทย์จะได้ว่า \displaystyle{B = \frac{\mu_{0}I_{0}e^{- \lambda t}}{2 \pi r}}

และจาก \displaystyle{\epsilon = - \frac{d \phi}{d t}} โดย d \phi = BdA และ dA =bdr

ซึ่งจะได้ \displaystyle{\epsilon (t) = \frac{\mu_{0}I_{0} \lambda b}{2 \pi} ln(\frac{L+a}{L}) e^{- \lambda t}} -------------- [1]

จากรูปจะได้ว่า \displaystyle{\epsilon (t) = L\frac{di}{dt} + iR}      --------------- [2]

เมือ่แทนสมการ 1 ใน 2 แล้วแก้ออกมาจะได้

\displaystyle{i(t) = \frac{\mu_{0}I_{0} \lambda b}{2 \pi (R-L \lambda)}ln(\frac{L+a}{L}) e^{- \lambda t}}

ความร้อนที่เกิดขึ้นใน ตัวต้านทานจึงมีค่า \displaystyle{Q(t) = [\frac{\mu_{0} I_{0} \lambda b}{2 \pi (R-L \lambda)} ln(\frac{L+a}{L})]^{2}Rte^{-2 \lambda t} }

จาก \Delta Q = \Delta U + \Delta W ดูๆแล้วปริมาตรคงจะคงที่ในกระบวนการนี้

จึงได้ว่า \displaystyle{Q(t) = \frac{f}{2}V \Delta P} = \frac{f}{2}V_{0}(P-P_{0})  -------- [3]  เมื่อ f คือ degrees of freedom

และเมื่อ \displaystyle{P = T\frac{P_{0}}{T_{0}}} -------- [4]

จาก 3 และ 4

จะได้ \displaystyle{ T(t) = T_{0}[(\frac{2}{fP_{0}V_{0}})(\frac{\mu_{0}I_{0}b\lambda}{2 \pi (R - L\lambda)}ln(\frac{L+a}{L}))^{2}Rte^{-2 \lambda t} + 1]}            ตอบ.

ถึกจริงๆด้วยครับ Cry Cry  แต่ไม่มั่นใจเลย Cry ยังไงถ้าผิดตรงไหนช่วยแนะนำด้วยนะครับ   icon adore

ไปนอนแล้วครับ  Cry มึน  buck2
« Last Edit: April 01, 2008, 02:06:44 AM by Conqueror » Logged

SKN#27 :: สุวิชาโน ภวํ โหติ   ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #52 on: April 01, 2008, 07:29:59 PM »

แต่เมื่อมีแรงกระทำต่อวงลวด  วงลวดก็ควรจะเคลื่อนไปทางซ้ายด้วยไม่ใช่หรือครับ Huh
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
Conqueror
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 172


Scientology


« Reply #53 on: April 01, 2008, 07:35:48 PM »

โอ๋ววววว !!    Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked Shocked

ความผิดผมเองที่ไม่ดูให้ดี นึกว่าโครงลวดอยู่นิ่งๆซะอีก   buck2

แล้วมันจำเป็นต้องมีมวลของโครงลวดด้วยไหมครับนี่ หรือไม่จำเป็น  buck2

ยังไงก็ขอบคุณครับที่ช่วยเตือน  icon adore
Logged

SKN#27 :: สุวิชาโน ภวํ โหติ   ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #54 on: April 01, 2008, 07:37:51 PM »

 embarassedขอโทษครับ ผมลืมเขียนบอกไว้  embarassed ให้วงลวดมีมวล  m น่ะครับ
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
Mwit_Psychoror
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 781


Reality is the average of all illusion


« Reply #55 on: April 04, 2008, 12:36:54 AM »

ผมว่าที่ทำมานี้ ดูคร่าวๆก็น่าจะผ่านแล้วนะครับ แต่ว่าถ้าให้วงลวดเคลื่อนอีกนี่ คงจะต้องไปทานน้ำข้าวต้มที่โรงบาลแน่ๆเลย  Azn
Logged
Conqueror
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 172


Scientology


« Reply #56 on: April 04, 2008, 10:28:07 AM »

ลองทำแล้ว แต่แก้สมการไม่ออก   มันโหดมากๆเลยครับ Cry
« Last Edit: April 04, 2008, 10:31:14 AM by Conqueror » Logged

SKN#27 :: สุวิชาโน ภวํ โหติ   ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #57 on: April 20, 2008, 10:28:44 PM »

ผมก็ทำไม่ออกครับ  Cry Cry ผมว่าทำให้โครงลวดอยู่นิ่งแล้วก็ใช้คำตอบที่คุณ Conqueror โพสต์ไว้แหละครับ คุณ COnqueror เชิญโพสต์โจทย์ข้อต่อไปเลยครับ  smitten
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
Conqueror
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 172


Scientology


« Reply #58 on: April 21, 2008, 12:04:30 AM »

ขอเวลาวันนึง จะรีบเอามาลงให้ครับ  Smiley
« Last Edit: April 21, 2008, 12:20:42 AM by Conqueror » Logged

SKN#27 :: สุวิชาโน ภวํ โหติ   ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
Conqueror
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 172


Scientology


« Reply #59 on: April 21, 2008, 05:07:22 PM »

ข้อ 12. วงรีที่มีความยาวครึ่งแกนเป็น aและ b มีขอบล่างอยู่ห่างจากเส้นลวดตรงยาวมากที่มีกระแส I เป็นระยะทาง D จงหาฟลักซ์แม่เหล็กที่วงรีล้อมไว้

*** แนะ :

\displaystyle{\int \frac{\cos^2 \theta}{D+b+b\sin\theta}d\theta} = \frac{D+b}{b^2}\theta + \frac{\cos\theta}{b} - \frac{\sqrt{D^2 + 2Db}}{b^2} \arctan {\frac{(D+b)b\cos\theta + (D^2 + 2Db)\tan\theta}{\sqrt{D^2 +2Db}(D+b-b\sin\theta)}+Const.}
« Last Edit: April 21, 2008, 09:06:30 PM by Conqueror » Logged

SKN#27 :: สุวิชาโน ภวํ โหติ   ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
Pages: « 1 2 3 4 5 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น