ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

41042 Posts in 6096 Topics- by 6071 Members - Latest Member: Rota
mPEC Forumหัวข้อทั่วไปสัพเพเหระช่วยแนะนำหนังสือน่าอ่านหน่อยค่ะ
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: ช่วยแนะนำหนังสือน่าอ่านหน่อยค่ะ  (Read 14829 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
MONKEIPHILIC
Personal
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 48

Monkeiphilic


« on: October 02, 2006, 11:42:46 AM »

ใครมีหนังสืออะไรมาแนะนำ พวกวรรณกรรมเยาวชนอะไรแบบนั้นอะคะ (ภาษาไทยค่ะ)
ถ้าได้เรื่องย่อ และที่มาด้วยจะดีมากๆ
อยากได้ซัก 10 เรื่อง...จะดีมากมายเลยคะ...
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ icon adore
« Last Edit: October 02, 2006, 04:31:31 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

Miss 12:))
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #1 on: October 02, 2006, 06:18:14 PM »

แบบนี้พอไหวไหมครับ หรือว่าติ้งต๊องไป  redfaced


"หัวใจน้ำหมึก"

แต่งโดย Cornelia Funke  คอร์เนอเลีย ฟุงเค่อ (ฉายา "เจ.เค.แห่งเยอรมนี")

แปลโดย วัชรวิชญ์

ประเภท วรรณกรรมเยาวชน

จัดพิมพ์โดย นานมีบุ๊คส์

เรื่องย่อ

แม็กกี้ ลูกสาวคนเดียวสุดรักของ โม (ชื่อบิดา) เป็นเด็กหญิงที่รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจเช่นเดียวกับผู้เป็นบิดานักอ่านที่มีพรสวรรค์ให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มตาม

ชีวิตเด็กสาวธรรมดา ๆ คนหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีบุคคชื่อประหลาด ๆ มายืนและพบโม พ่อของเธอที่หน้าประตูบ้าน เป็นเหตุทำให้เค้ารับรู้ความจริงอีกอย่างของพ่อ ความจริงที่ว่าทำไมพ่อกของเธอไม่เคยอ่านหนังสือออกเสียงหรืออ่านนิทานก่อนนอนให้เธอฟังเลยแม้แค่ครั้งเดียว พรสวรรค์ของโมที่ความสามารถอ่านหนังสือดึงเอาตัวละครในเรื่องราวที่เค้าอ่านออกมาจากโลกของหนังสือได้ด้วย แต่นั่นหมายความว่าบางสิ่งบางอย่างในโลกมนุษย์ถูกดึงไปแทนที่เป็นผลให้ภรรยาที่รักยิ่งของเค้าถูกดึงเข้าไปในโลกของหนังสือตั้งแต่แม็กกี้ยังจำความไม่ได้

และวันหนึ่งที่โมโดนจับตัวไปโดยตัวละครที่ถูกดึงออกมาจากหนังสือ ทำให้แม็กกี้ต้องหาทางทุกวิธีช่วยพ่อของเธอ และหาทางเอาตัวละครเหล่านั้นกลับเข้าไปในหนังสือ พร้อมกับทางที่จะทำให้แม่ของเธอกลับออกมาจากหนังสือเล่มนั้นให้ได้ เล่มที่ได้ชื่อว่า "หัวใจน้ำหมึก"

ป.ล. ใช่เอาไปทำงานพวกรักการอ่านหรือทำนองนั้นรึเปล่าครับ
« Last Edit: October 02, 2006, 06:29:21 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #2 on: October 02, 2006, 06:22:25 PM »

ความสุขของกะทิ เป็นนวนิยายขนาดสั้น ของงามพรรณ เวชชาชีวะ ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2549

ความสุขของกะทิ เล่าเรื่องราวของกะทิ เด็กหญิงวัย 9 ขวบที่กำลังจะต้องสูญเสียแม่ ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แม่รู้ตัวดีว่าไม่สามารถเลี้ยงดูกะทิได้ จึงฝากกะทิให้ตากับยายเลี้ยง กะทิเติบโตมาด้วยความรักของตาและยาย มีชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านหลังน้อยริมคลองอันอบอุ่น

ผู้เขียน เล่าเรื่องราวของกะทิอย่างเรียบง่าย เนรมิตบ้านริมคลองให้เป็นบ้านในฝันที่อบอวลด้วยบรรยากาศอันรื่นรมย์ของอดีต ฉายรายละเอียดสิ่งละอันพันละน้อยของวิถีชีวิตที่สุขสงบของครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูงให้ผู้อ่านประทับใจ

แต่ในความสุขมีความเศร้า ในวิถีชีวิตที่สุขสงบนี้ กะทิต้องเผชิญประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ต้องสูญเสียแม่ และในความเศร้านั้นก็มีความสุข กะทิไม่คิดจะโหยหาถึงพ่อที่อยู่ไกลโพ้นต่างแดน หากเลือกอยู่ในอ้อมกอดของตากับยาย และผ่านชีวิตอันควรจะทุกข์นั้นด้วยใจที่เข้มแข็ง

เสน่ห์ของนวนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้อยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่อง ที่ค่อยๆ เผยปมปัญหาทีละน้อยๆ อารมณ์สะเทือนใจจะค่อยๆ พัฒนาและดิ่งลึกในห้วงนึกคิดของผู้อ่าน นำพาให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับรสแห่งความโศกอันเกษม ที่ได้สัมผัสประสบการณ์ทางอารมณ์ของชีวิตเล็กๆ ในโลกเล็กๆ ของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ไกลจากชีวิตจริงของเราเลย
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #3 on: October 02, 2006, 06:27:14 PM »

คนแคระแห่งท้องทุ่งกว้าง (The Dwarfs of Nosegay) เป็นหนังสือแปล จากวรรณกรรมเยาวชน ของฮอลแลด์เขียนโดย พอล บีเจล แปลเป็นภาษาไทยโดย วัชรินทร์ อำพัน จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ ดอกหญ้า


หนังสือกล่าวถึงคนแคระ 101 คน อาศัยอยู่ในทุ่งกว้าง โนสเกย์ พวกเขาดื่มน้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารหลัก มีแครอทและมันฝรั่งบ้าง แต่พวกเค้าโปรดปรานน้ำหวานมากที่สุด คนแคระแห่งโนสเกย์ อาศัยอยู่ในทุ่งอย่างสงบสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง มีกลุ่มเมฆสีน้ำตาลแกมทองลอยมาบนท้องฟ้า กลุ่มเมฆส่งเสียงหึ่งๆ ที่แท้ก็คือฝูงผึ้งอพยบมาอาศัยในต้นสนกลางทุ่งนั่นเอง และเรื่องราวระหว่างฝูงผึ้งของราชินีซู และคนแคระแห่งโนสเกย์ก็เริ่มขึ้น
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #4 on: October 02, 2006, 06:35:33 PM »

มาโอ

สำนักพิมพ์ : แพรวเยาวชน
โดย : พัณณิดา ภูมิวัฒน์;
ประเภท : วรรณกรรมเยาวชน
               
                 เรื่องราวการผจญภัยอันสนุกสนานในดินแดนแห่งเวทมนตร์ มาโอ      แมวน้อยแสนฉลาดแต่ดื้อรัน กับรุสโซ พ่อมดที่กำลังดำเนินการปฏิบัติการลับ     ทั้งคู่ต้องมาทำงานร่วมกันทั้งๆ ที่ไม่ต้องการมีกันและกัน เรื่องวุ่นๆ     จึงเกิดขึ้นตลอดการเดินทาง คุณผู้อ่านจะสัมผัสได้กับการผจญภัย มิตรภาพ ความขัดแย้ง     และความรัก อ่านแล้ว อาจจะทำให้คุณอยากเป็นเจ้าของแมวสักตัวขึ้นมาบ้างก็เป็นได้

« Last Edit: October 02, 2006, 06:41:16 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #5 on: October 02, 2006, 06:45:22 PM »

ใต้ต้นหูกวาง
นักเขียน : ปัญญาวุฒิ
สำนักพิมพ์ :   เพื่อนดี 
จำนวนหน้า : 229 หน้า
ราคา: 130 บาท
     
   เรื่องราวของเด็กน้อยต่างฐานะสองคน ที่ช่วยกันเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพ และรินน้ำใจสู่กันจนเจริญงอกงาม จากใจดวงหนึ่งไปยังดวงใจอีกดวงหนึ่ง จากครอบครัวหนึ่งไปสู่อีกครอบครัวหนึ่ง แต่มิตรภาพของทั้งสองจะยั่งยืนได้แค่ไหน เมื่อยังขาดความเข้าใจจากคนรอบข้าง...เชิญสัมผัส "ใต้ต้นหูกวาง" วรรณกรรมอมตะที่จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้กับใจทุกดวง
 
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #6 on: October 02, 2006, 06:48:17 PM »


ลูกแม่น้ำโขง
โดย   เขมชาติ
สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์
พิมพ์รวมเล่ม ครั้งแรก : ธันวาคม 2544, 166 หน้า
ราคา 125 บาท

   

ปุ้ม เด็กชายตัวอ้วนแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ผู้เติบโตมาท่ามกลางความรักของพ่อ แม่ ป้าและยาย แต่เด็กชายก็รู้สึกทุกข์ใจอยู่ลึกๆ เพราะไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับเค้า ไม่ว่าจะเป็นเด็กแถวบ้าน ที่ไม่ชอบเค้า เพราะเค้าเป็นลูกข้าราชการ หรือเด็กที่โรงเรียน ที่เห็นว่าเค้าอายุน้อยกว่าเพื่อนๆ และอ้วนอุ้ยอ้าย จนกระทั่งเมื่อแม่พาเขาไปงานวันเด็ก ที่โรงเรียนที่แม่เป็นครูสอนอยู่ ปุ้มได้เข้าร่วมทีมชักเย่อ ของชั้น ป.5 ที่จะแข่งกับชั้น ป.6 และด้วยความตั้งใจที่ปุ้มทุ่มเท ให้กับการแข่งขันทำให้ทีมป. 5 เอาชนะคู่แข่งได้ในที่สุด แต่ที่สำคัญกว่าชัยชนะก็คือ ปุ้มได้เพื่อนใหม่ เป็นลูกพี่ใหญ่ของเด็กชั้นป.5 ชื่อ ล้วน

ล้วนได้สอนให้ปุ้มทำสิ่งต่างๆ มากมาย เช่น การเกี่ยวข้าว การว่ายน้ำ การคบกับล้วน ทำให้ปุ้มมีเพื่อนชั้น ป.5 มากขึ้น แต่ไม่มีเพื่อนชั้น ป.6 เพราะลูกพี่ใหญ่ของชั้น ป.6 ยังไม่

ยอมเป็นมิตร แต่ด้วยความเป็นเด็กที่มีจิตใจดี ในที่สุดเขียว ลูกพี่ใหญ่ของชั้น ป.6 ก็ยอมผูกมิตรด้วย และสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงมิตรภาพ ของเด็กกลุ่มใหญ่ไว้ด้วยกัน ก็คือ ลูกบอลหนังที่พ่อปุ้มซื้อให้ พวกเด็กๆ มีกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอล การล่ากะปอม ...มิตรภาพที่ปุ้มมีให้ เพื่อนยังเผื่อแผ่ไปถึง เด็กลาวจากอีกฟากฝั่งแม่น้ำด้วย ...
 
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #7 on: October 02, 2006, 06:51:37 PM »

ครูไหวใจร้าย
โดย   ผกาวดี อุตตโมทย์
สำนักพิมพ์ ผีเสื้อ
พิมพ์รวมเล่ม ครั้งที่ 8 : กันยายน 2545, 256 หน้า
ราคา 149 บาท
ISBN 974-14-0186-8

   

ชื่อ 'ครูไหวใจร้าย' หรือครูคนใดก็ตามที่ถูกต่อท้ายชื่อว่า 'ใจร้าย' สำหรับผู้อ่านที่ผ่านพ้นวัยเด็กมานาน จนกลายเป็นพ่อแม่ของเด็กไปแล้ว อาจทำให้นึกย้อนถึงความหลัง หรือคิดถึงครูบางคนที่เข้มงวดกวดขัน ซึ่งบางทีก็ดูไม่เข้าท่าในความคิด ความรู้สึก และสายตาของเด็กๆ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นมาเนิ่นนานหลายสิบปี จนถึงบันนี้ ความความรู้สึกในวันเด็กอาจเปลี่ยนไป กลายเป็นนึกรักครูที่เข้มงวดจริงจังคนนั้นขึ้นมาก็ได้

---สำหรับคนในยุคนี้ เมื่อได้อ่านเรื่องของ 'ครูไหวใจร้าย' จบลง บางคนอาจจะอุทานว่า 'โชคดีที่ไม่ได้เกิดในยุคนั้น---' บางคนอาจจะอุทานว่า 'โชคดีที่ไม่ได้เกิดในยุคนั้น--' แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เคยมีหลายคนพูดว่า 'เสียดายที่เกิดไม่ทัน--'

หนังสือเล่มนี้ได้รับเป็น 'หนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน' เล่มหนึ่งในจำนวน 100 เล่ม จากโครงการวิจัยของ สกว. พ.ศ. 2543
 
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #8 on: October 02, 2006, 06:59:30 PM »

 ชื่อหนังสือ : จิตา
ชื่อผู้แต่ง : ทมยันตี
ราคาปกติ : 320 บาท
ลดเหลือ : 288 บาท
 
   


     วางเถิด...วางทุกสิ่ง ในความว่างจะมีพลังมหาศาล กุญแจที่จะไขพลังนั้นมาใช้ได้ มีประการเดียว...จิตา! เมื่อครั้งที่บทประพันธ์เรื่อง จิตา ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอำนาจพิเศษในตัวเองเรื่องนี้ ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้น จิตาได้รับความสนใจอย่างสูงยิ่งจากผู้อ่านไทยรัฐ อำนาจพิเศษที่อยู่ในตัวของเด็กหญิงที่ชื่อ จิตา เป็นพลัง “สูงสุด” แน่ เพียงแต่ข้อสงสัยคือ เธอ มีได้อย่างไร และ ได้มาจากไหน แต่อะไรก็ไม่เท่ากับว่าจิตายังเล็ก ดังนั้น การจะสอนเธอในเรื่องของ สติ เพื่อให้ควบคุมพลังงานอันสูงสุดได้ เด็กหญิงตัวน้อยจะเข้าใจหรือ พลังนั้น ฤทธานุภาพแลมากด้วยพลานุภาพและอำนาจเพียงใด พลังนั้น ยามควบคุมไม่ได้จะบังเกิดสิ่งใด คือพลัง ที่จะเผาผลาญสิ่งอื่นได้ กระทั่ง...มนุษย์ คือพลัง ที่จะเผาผลาญได้ กระทั่ง ตัวเอง! ทมยันตีตั้งใจแน่วแน่มานานแล้ว ว่าก่อนตนเองจะ “กลับบ้าน” จะพยายามถ่ายทอดความรู้ในพุทธปรัชญา และเทวศาสตร์ที่พอมีอยู่บ้าน ลงในรูปของนวนิยายเท่าที่สติและปัญญาพอมี พอทำ การอธิบายในศาสตร์ทั้งสอง เป็นเรื่องที่หนักใจพอสมควร ทว่าเธอก็พยายามกระทำ เพราะอานิสงส์ แห่งการปฏิบัตินี้ จะบังเกิดทั้งผู้อ่านและผู้เขียน สำหรับผู้อ่านที่ติดตามผลงานของทมยันตีมาอย่างสม่ำเสมอ จะเห็นความตั้งใจแน่วแน่นี้ ได้ลงมือกระทำไว้ในหลายแง่มุม ทั้งการบรรยาย ทั้งปรากฏในการผูกเรื่องราวเป็นนวนิยาย ดังเห็นได้จาก ฌาน จิตา มายา ไวษณวี ชามี และบางแง่มุมใน ศิวาลัย และ ราชาวดี และในบั้นปลายแห่งเส้นทาง “กลับบ้าน” เธอมีงานมีชีวิตชิ้นสำคัญ “จอมศาสดา” มอบให้ผู้อ่านไว้รำลึกถึงร่วมกัน เมื่อถึงยามนั้น คนทั่วไปนับถือวิทยาศาสตร์มากกว่าพุทธศาสตร์ นับถือ “รูป” มากกว่า “จิต” ทั้งๆ ที่จริงแท้ โลกหมุนไปตามจิต วัฒนาการไปตามจิต และเป็นไปด้วยอำนาจของสิ่งเดียวคือ “จิต” ความเจริญทางวัตถุ เป็นสิ่งที่เห็นง่าย สัมผัสได้ หากความเจริญทางจิตนั้น ใครทำ ใครรู้ ใครได้ มนุษย์รู้จักสิ่งอื่นทั่วถ้วน หาก “กาย” ตนสิ หารู้ไม่ สิ่งใดเล่าซ่อนอยู่ สิ่งใดเล่าทรงอานุภาพ วัฎฎา วนเวียน เกิด-ดับ เพราะจิตที่เกี่ยวข้องด้วยตัณหายึดเหนี่ยวและกิเลส นำให้เศร้าหมอง วางเถิด วางทุกสิ่ง วางจึงว่าง ในความว่างจะมีพลังมหาศาล กุญแจ อันที่จะไขพลังนั้นมาใช้ มีประการเดียว จิตา! มนุษย์ที่ถูก “โลกวาง” คือผู้แพ้ มนุษย์ที่สามารถ “วางโลก” ได้ คือผู้มีชัย


ชื่อหนังสือ : ฌาน
ชื่อผู้แต่ง : ทมยันตี
ราคาปกติ : 280 บาท
ลดเหลือ : 252 บาท
 
   


    ถ้าไม่มีกลางคืน มนุษย์จะไม่รู้จักคุณแห่งแสงอาทิตย์ ถ้าไม่มีทุกข์ มนุษย์จะไม่รู้จักคุณแห่งธรรมะ ถ้าไม่มีความชั่ว จะไม่รู้จักความดี ฉะนั้น อย่ากลัวความทุก อย่าตำหนิความชั่ว เพราะบางที มันจะทำให้เราหันกลับมาเดินถูกทางได้ ถ้าเรารู้จักนำมาใช้! แม้ท่านผู้อ่านจะจบบทอวสานของ “มายา” ไปแล้ว แต่ผู้เขียนเชื่อว่า อีกมากมายยังไม่จบในหัวใจ อีกหลายท่านอาจจะย้อนกลับไปอ่านใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าความหมายของ “มายา” คืออะไร นวนิยายเรื่องนี้เป็น “เรื่องยาก” ของคนเขียนตั้งแต่วางพล็อต เพราะความในใจที่ต้องการคือ ทำอย่างไรจะสื่อพุทธปรัชญาในหัวข้อเดียว วิญญาณคืออะไร มนุษย์เรียนรู้ในเรื่องนอกตัวได้หมด แต่มนุษย์กลับไม่รู้จักหน้าตาและที่มาของตน มนุษย์เชื่อเรื่องทุกเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์บอก แต่มนุษย์ไม่ยอมเชื่อพระพุทธเจ้า ทั้งๆ ที่ท่านรับสั่งทิ้งไว้แล้วว่า อย่าเชื่อโดยไม่พิสูจน์ มนุษย์ไม่พิสูจน์แล้วก็ไม่เชื่อ ผู้เขียนพิสูจน์ แล้วเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัย! แต่ปัญหาคือ ทำอย่างไรจะอธิบายต่อคนอื่น การผูกเป็นรูปนวนิยาย พยายามกระทำให้หลายแง่มุม เช่นเรื่อง ฌาน จิตา จนกระทั่งมาถึง มายา คำว่า จิตา ก็ถูกท้วงว่าเขียนผิด ต้องเขียน จิตตา คนเขียนขอยืนยันว่า ถูกต้อง จิตา เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าป่าช้า การอธิบายในรูปนวนิยาย ต้อง “ใส่ปาก” ตัวละคร ครั้นจะให้ตัวละครพูดยาว คนอ่านก็เบื่อ ปัญหาจึงอยู่ที่คนเขียนต้องอธิบายให้ละเอียดแต่พอดี ทว่าในบางเรื่องก็ยากที่ตัวละครพูดหนเดียวแล้วคนอ่านเข้าใจ ใน “มายา” จึงมีความซ้ำๆ ในหลายที่ อ่านแล้วคล้ายคนเขียนซ้ำซาก พูดแล้วพูดอีก หากความจริงคนเขียนต้องการให้คนอ่านเข้าใจ คนเขียนตั้งใจแน่วแน่ว่าก่อนตนเองจะ “กลับบ้าน” จะพยายามถ่ายทอดความรู้ในพุทธปรัชญาและเทวศาสตร์ที่พอมีอยู่บ้างลงในรูปของนวนิยาย เท่าที่สติและปัญญาพอมี พอทำ การอธิบายในศาสตร์ทั้งสอง จึงเป็นเรื่องที่หนักใจพอสมควร ทว่าได้พยายามกระทำ เพราะ... อานิสงส์จะบังเกิดทั้งผู้อ่านและผู้เขียน ความเข้าใจใน “หน้าตาดั้งเดิม” ของตนตามสำนวนเซน หรือเข้าใจใน “วิญญาณ” ของตน จะมีผลต่อการปฏิบัติตนให้เป็นพุทธะแท้ๆ มิใช่เป็นพุทธโดยมรดก พุทธะ แปลว่า ตื่น เบิกบาน รู้แจ้ง จงตื่นเถิดชาวพุทธ จงมองโลกว่าเป็นมายา อย่าหลงโลกอยู่เลย เพียงวางต่อ “มายา” ทั้งปวงได้ ทุกคนจะเป็นสุข ทุกคนจะไม่อาลัย คร่ำครวญ ยามเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงวันต้องก้าวผ่านโลกจะไม่เกรงกลัว ห่วงใย จิตสุดท้ายจะพาไปสู่สุคติ ฉะนั้น หาก มายา ในมือท่านจะอ่านยาก ความบางตอนซ้ำ อธิบายแล้วอธิบายอีก ก็ขอให้ท่านเข้าใจว่า คนเขียนต้องคำนึงเสมอ คนรู้แล้วเข้าใจง่ายอาจรำคาญ แต่ถ้าไม่รู้ล่ะ ต้องอธิบายจนเข้าใจ จนกว่าจะรู้ขึ้นมาบ้าง เมื่อรู้แล้วว่าอะไร “มายา” ก็จงวาง วางเมื่อใดจะว่าง... ณ ที่นั้น สงบ สงัด ระงับ เป็นสุข นั่นแหละ กระแสนิพพาน อานิสงส์ใดบังเกิด ขออุทิศให้ท่านผู้อ่าน “มายา” ด้วยความพยายามทั้งหมดที่ท่านกระทำอยู่ อย่าเชื่อผู้เขียน จงพิจารณาด้วยตนเอง สิ่งที่แจ้งในปัญญาตน จะมีคุณค่ามหาศาล

ป.ล. 2 เรื่องนี้แนะนำจากใจครับ อ่านแล้วดีจริงๆครับ
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #9 on: October 02, 2006, 07:04:07 PM »

ชื่อหนังสือ ช่างสำราญ 
ประเภท นวนิยาย 
ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๖ 
ผู้แต่ง เดือนวาด พิมวนา 
เรื่องย่อ

นวนิยายเรื่องนี้แสดงภาพชีวิตของเด็กบ้านแตก คือเด็กชาย (เจ้าของกระทู้จำชื่อไม่ได้)กำพล นามสกุลช่างสำราญ ที่ทำให้ผู้อ่านต้องคาดเดาว่า เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร โดยเริ่มจากการเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ที่รุนแรงทั้งการกล่าวถึงแม่เด็กที่มีชู้ และพ่อเด็กที่ไม่มีเงินเช่าบ้าน ต้องหอบหิ้วเด็กไปอาศัยในสังคมใหม่ ที่มีชาวบ้านชอบยุ่งเรืองของเพื่อนบ้าน ดังนั้นเนื้อหาของเรื่องส่วนหนึ่งจึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของชาวบ้านที่ชอบยุ่งเรืองของเพื่อนบ้าน แม้ว่าเหมือนจะทำให้เรื่องราวยุ่งยากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ลักษณะนี้เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของไทยที่แม้จะเป็นการยุ่งสอดรู้สอดเห็น แต่ก็แฝงไปด้วยความเอื้ออาทรที่มีต่อ เด็กชายคนนี้ ซึ่งในแง่นี้ก็คือ ผู้เขียนใช้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และความเอื้ออาทรในหมู่ชาวบ้านมาช่วยเด็กชายคนนี้นั่นเอง นวนิยายเรื่องนี้มีทั้งความสนุก ตลก (ที่อาจจะหัวเราะไม่ออก) ภาพความสะเทือนใจ อย่างไรก็ตาม แม้เนื้อหามีลักษณะไม่เครียดทั้งเรื่อง แต่ก็แฝงความสะเทือนอารมณ์เอาไว้ในขณะ เดียวกัน ซึ่งทำให้มีความน่าสนใจ 
 
  ราคา ๑๗๐ บาท 
  หนังสือซีไรท์ประจำปี ๒๕๔๖ 

ป.ล.ถ้าหามาผิดยังไงก็ขอโทษมาล่วงหน้านะครับ  icon adore
« Last Edit: October 02, 2006, 07:08:47 PM by toaster » Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
MONKEIPHILIC
Personal
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 48

Monkeiphilic


« Reply #10 on: October 02, 2006, 07:55:56 PM »

ขอบคุณมากๆเลย...
ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
นึกว่าจะไม่มีคนมาตอบแล้ว...
ขอบคุณมากๆเลยเพื่อน icon adore icon adore icon adore icon adore เอาไปทำบันทึกการอ่าน..ขอบคุณมากๆเลย
« Last Edit: October 02, 2006, 08:01:04 PM by paeng » Logged

Miss 12:))
PiNGsS*
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 11

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #11 on: October 02, 2006, 10:35:06 PM »

ขอบคุณมากๆเลย...
ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
นึกว่าจะไม่มีคนมาตอบแล้ว...
ขอบคุณมากๆเลยเพื่อน icon adore icon adore icon adore icon adore เอาไปทำบันทึกการอ่าน..ขอบคุณมากๆเลu]

ว่าแล้วเชียววว
Logged
toaster
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 466

ในเมื่อใจคิดว่าทำไม่ได้ แล้วมันจะทำได้ได้ยังไง


« Reply #12 on: October 03, 2006, 08:55:18 AM »

ขอบคุณมากๆเลย...
ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
นึกว่าจะไม่มีคนมาตอบแล้ว...
ขอบคุณมากๆเลยเพื่อน icon adore icon adore icon adore icon adore เอาไปทำบันทึกการอ่าน..ขอบคุณมากๆเลย

ไม่เป็นไรครับ Grin
Logged

ระหว่างสิ่งที่เรารัก กับคนที่เรารัก เราควรเลือกสิ่งใดกัน
แต่ถ้าคนที่เรารัก ไม่รักเรา แล้วเราจะมีทางให้เลือกไหม
Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น