ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39638 Posts in 5816 Topics- by 4426 Members - Latest Member: kan1657
Pages: « 1 2 3 4 »   Go Down
Print
Author Topic: ข้อสอบคัดตัวฟิสิกส์โอลิมปิก สสวท รอบที่สอง 26 ส.ค. 2549 ภาคทฤษฎี  (Read 22412 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5793


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #30 on: September 09, 2006, 06:35:21 PM »

อาจารย์ช่วยเอารายชื่อมาลงหน่อยครับ 
เห็นเพื่อนผม เค้าดูกันหมดแล้ว

ผมยังไม่เห็นเลยอะ... Sad

เขารู้กันจากไหนเหรอ  ผมยังไม่รู้เลย  Sad
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #31 on: September 09, 2006, 08:22:43 PM »

เดี๋ยววันจันทร์ก็รู้แล้ว  Wink
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
METEORIC
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« Reply #32 on: January 08, 2007, 10:07:34 PM »

พี่ๆครับช่วยอธิบายข้อ2ให้หน่อยครับ

ขอบคุณครับพี่
Logged
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #33 on: January 12, 2007, 09:59:26 PM »

ข้อ2

จากกฎการอนุรักษ์พลังงาน จะได้ว่าพลังงานศักย์ที่ลดลงเท่ากับพลังงานจลน์ที่เพิ่มขึ้น

พลังงานศักย์ที่ลดลง =mgR(1-\cos\theta)
ซึ่งเท่ากับพลังงานจลน์(ของล้อกับมวล mบวกกัน) =\dfrac{1}{2}I\omega^2+\dfrac{1}{2}mv^2

จับมาเท่ากัน และใช้ความรู้ว่า v=\omega R และ I=\dfrac{1}{2}MR^2

mgR(1-\cos\theta)=\dfrac{1}{4}MR^2\omega^2+\dfrac{1}{2}m\omega^2R^2

\omega=\sqrt{\dfrac{mg(1-\cos\theta)}{R(\dfrac{1}{4}M+\dfrac{1}{2}m)}}  ตอบของข้อ1

\Sigma F_c = m\omega^2 R

mg\cos\theta-N= m\omega^2 R

N= mg\cos\theta-m\omega^2 R

N= mg\cos\theta-\dfrac{m^2g(1-\cos\theta)}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{1}{2}m}  ตอบของข้อ2

หลุดเมื่อ N=0 (หรือพูดง่ายๆว่า N=0เมื่อมันไม่สัมผัสกัน)

mg\cos\theta=\dfrac{m^2g(1-\cos\theta)}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{1}{2}m}

\cos\theta(\dfrac{1}{4}M+\dfrac{3}{2}m})=m

\theta=\arccos(\dfrac{m}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{3}{2}m}})  ตอบของข้อ3

จาก v^2 = \omega^2R^2

v^2 = \dfrac{mgR(1-\cos\theta)}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{1}{2}m}  แทนค่ามุมจากคำตอบข้อ3ลงไป

v^2 = \dfrac{mgR(1-\dfrac{m}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{3}{2}m})}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{1}{2}m}

v^2 = \dfrac{mgR}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{3}{2}m}}

v =\sqrt{ \dfrac{mgR}{\dfrac{1}{4}M+\dfrac{3}{2}m}}}  ตอบของข้อ4
« Last Edit: February 28, 2010, 07:10:28 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
METEORIC
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 33


« Reply #34 on: February 17, 2007, 12:51:11 AM »

ขอบคุณมากครับ Smiley Smiley Smiley
Logged
radio
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 23


« Reply #35 on: March 05, 2007, 03:09:21 PM »

ช่วยอธิบายของ 3 ค. หน่อยครับ
Logged
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #36 on: March 05, 2007, 03:43:02 PM »

เมื่อ อนุพันธุ์อันดับสองของสนามไฟฟ้า ที่เกิดจากขดลวดอันเดียวเท่ากับศูนย์ กราฟระหว่างสนามไฟฟ้ากับระยะ xจะทำตัวเหมือนกราฟเส้นตรง
ถ้าหากเอาวงลวดอีกอันมาวางซ้อนกันกัน จุดที่ทำตัวเหมือนกราฟเส้นตรงนี้ ก็จะมีความชันเท่ากับศูนย์
นั่นคือสนามไฟฟ้าในช่วงนั้นประมาณว่าคงที่

ป.ล. ข้อนี้ลดระดับลงมาเืรื่อยๆ ตอนแรกเป็นข้อสอบปลายค่าย 15 คน สองปีก่อนเป็นข้อสอบปลายค่าย 25คน ปีที่แล้วเป็นข้อสอบคัดตัวเข้ารอบ 25คน ไม่น่าจะต่อไปอาจจะเป็นข้อสอบในค่าย สอวน ก้อได้นะ 2funny
« Last Edit: February 28, 2010, 07:11:00 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
ccchhhaaammmppp
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 783


物理が 楽しいです  Physics is fun


WWW
« Reply #37 on: March 05, 2007, 05:32:25 PM »

...
เหตุผลก็คือเมื่อ อนุพันธุ์อันดับสองของสนามไฟฟ้าเท่ากับศูนย์ แล้วอัตราการเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้าเทียบกับระยะทาง เท่ากับศูนย์
นั่นก็คือสนามไฟฟ้าประมาณว่ามีค่าคงที่ครับ
...

ผมอ่านแล้วงงๆอะคับ ตกลงแล้วอนุพันธ์อันดับหนึ่งหรือ2ที่เท่ากับ0  แล้วสนามไฟฟ้านี่คือของวงเดียวหรือ2วงครับ
Logged

สาธิตจุฬาCUD42  ,  37-38th IPhO  ,  08' Monbusho Scholar  ,  CUIntania91  ,  UCE17/19/21
Balm
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #38 on: August 15, 2007, 08:55:36 PM »

buck2
คือผมสงสัยมากเลยคับว่า
ข้อ 4 ใหญ่
ผมคิดอย่างนี้ผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
คือ ถ้าเราคิดว่าเอาแหวนออกมาข้างนอกก่อน แล้วพอแหวนหด จะมีรัศมีเป็น R(1+\alpha\Delta T)
แล้วเราก็ยืดมันออกแล้วสวมเข้าไปในท่อ จะเหมือนว่าเรายืดแหวน ที่มีรัศมีเดิมเปน R(1+\alpha\Delta  T) ให้ยืดออกให้มีรัศมี R
และ ระยะยืดเป็น R- R(1+\alpha\Delta T) =  R \alpha\Delta T
ซึ่งเมื่อแทนใน Y=(F/A)(L/ \Delta L)
เป็น ความตึง F = YAR \alpha\Delta T/R(1+ \alpha\Delta  T) = (YA \alpha\Delta T)/(1+ \alpha\Delta T)
ซึ่งเฉลยไม่มีตัวส่วนอ่าคร้าบ  buck2   ถ้าสมมุตินี้เป็นการสอบผมจะถูกหักคะแนนเยอะเปล่าคร้าบ
ไม่ทราบว่าคนอื่นๆคิดไงครับ coolsmiley
« Last Edit: August 15, 2007, 09:28:34 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #39 on: August 15, 2007, 09:22:32 PM »

buck2
คือผมสงสัยมากเลยคับว่า
ข้อ 4 ใหญ่
ผมคิดอย่างนี้ผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
คือ ถ้าเราคิดว่าเอาแหวนออกมาข้างนอกก่อน แล้วพอแหวนหด จะมีรัศมีเป็น R(1+\alpha\Delta T)
แล้วเราก็ยืดมันออกแล้วสวมเข้าไปในท่อ จะเหมือนว่าเรายืดแหวน ที่มีรัศมีเดิมเปน R(1+\alpha\Delta  T) ให้ยืดออกให้มีรัศมี R
และ ระยะยืดเป็น R- R(1+\alpha\Delta T) =  R \alpha\Delta T
ซึ่งเมื่อแทนใน Y=(F/A)(L/ \Delta L)
เป็น ความตึง F = YAR \alpha\Delta T/R(1+ \alpha\Delta  T) = (YA \alpha\Delta T)/(1+ \alpha\Delta T)
ซึ่งเฉลยไม่มีตัวส่วนอ่าคร้าบ  buck2   ถ้าสมมุตินี้เป็นการสอบผมจะถูกหักคะแนนเยอะเปล่าคร้าบ
ไม่ทราบว่าคนอื่นๆคิดไงครับ coolsmiley
ถึงแม้จะเอาตัวส่วนออก ก็ยังผิดอยู่ดีแหละครับ Shocked  ดูดีๆนะครับว่าผิดอย่างไร
(วิธีที่ว่ามานี้ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ที่ผมคิด ผมแบ่งวงแหวนเป็นส่วนเล็กๆแล้วค่อยพิจารณา)
ผมว่าที่ Balm ทำมานั้น ดูว่าค่าFที่ทำกับวงแหวนที่ว่ามันเป็นอย่างไร...(ผมว่ามันไม่เหมือนกับตอนที่นิยามค่า Young Modulus)
ดูอีกทีแล้วกันนะครับ^^
« Last Edit: August 15, 2007, 09:33:50 PM by Great » Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
Balm
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #40 on: August 16, 2007, 12:54:28 PM »

 แหะๆ ก้ยังไม่รู้อยู่ดีว่าผิดตรงไหน ช่วยอธิบายอีกนิดคร้าบ
แต่ที่ว่าคำตอบไม่ตรง ผมว่าตรงแล้วน้า 
คำตอบข้อ ย่อยแรกน้าคร้าบ  คำตอบที่ถูก คือ  Yab \alpha (T_{1}-T_{0})

* แก้ไขแล้วครับ
« Last Edit: August 16, 2007, 06:49:43 PM by Balm » Logged
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5793


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #41 on: August 16, 2007, 01:56:42 PM »

...
คำตอบข้อ ย่อยแรกน้าคร้าบ  คำตอบที่ถูก คือ  Yab \alpha (T1-T0)


หัดใช้ \LaTeX หน่อยสิ มันไม่ยากหรอก ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาสอบรอบต่อไปหรอก  Shocked Shocked

Yab \alpha (T_1-T_0)
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
Great
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1123


물리학 아름답다 ฟิสิกส์คือความสวยงาม


« Reply #42 on: August 16, 2007, 05:22:23 PM »

แหะๆ ก้ยังไม่รู้อยู่ดีว่าผิดตรงไหน ช่วยอธิบายอีกนิดคร้าบ
แต่ที่ว่าคำตอบไม่ตรง ผมว่าตรงแล้วน้า  
คำตอบข้อ ย่อยแรกน้าคร้าบ  คำตอบที่ถูก คือ  Yab \alpha (T1-T0)

คือตอนแรกที่Balm บอกว่า F = {{YA\alpha \Delta T} \over {1 + \alpha \Delta T}} ซึ่งผิดแน่ๆ แล้วถึงแม้จะเอาส่วนออกเป็น F = YA\alpha \Delta T ก็ยังผิดอยู่ดีครับ!!! Shocked เพราะว่า ดูดีๆ A มันไม่เท่ากับ ab (พื้นที่ๆแรงกระทำ) แต่ถึงแม้ว่า A จะเท่ากับ ab ก็ตาม มันก็ยังผิดอยู่ดีเพราะตัวส่วนโผล่มาได้อย่างไร... idiot2 ที่Balmทำมา แรงที่ออกในการยืดวงแหวนนั้น ไม่ใช่แรงที่เป็นแบบตอนที่นิยามค่า Young Modulus (ลองไปดูรูปในหนังสือ(ของYoung&Freedmanก็ได้^^)ดูจะเห็นว่าจะเป็นรูปแท่งตรงๆทีมีแรง F ออกสองด้านขนาด เท่ากัน และทิศตรงกันข้ามกัน จะได้ความเค้น = F/A และได้ระยะยืดตามแนว F = \Delta L ก็หาความเครียด(strain)ได้) ซึ่งที่ทำมาผมไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างงั้นได้หรือปล่าว(แต่คิดว่าไม่น่าจะ) ผมว่าควรทำแบบให้มันตรงกับนิยามของค่า Y น่าจะปลอดภัยกว่าคือมองวงแหวนเป็นส่วนเล็กๆที่สามารถประมาณได้ว่ามันเกือบเป็นเส้นตรง แล้วค่อยหาค่าแรงตึงก็จะได้คำตอบออกมา Smiley
« Last Edit: February 28, 2010, 07:12:44 PM by ปิยพงษ์ - Head Admin » Logged

ถ้าวิทย์แข็งแรง-->การเมืองก็แข็งแรง-->ประเทศชาติก็แข็งแรง
CUD'44 * APhO9th Ulaanbaatar MNG * CA901* Gold 10thAPhO * Silver 40th IPhO
SNSD: GG-TH SeoHyun Family & SeoRi Home
Balm
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #43 on: August 16, 2007, 06:46:40 PM »

...
คำตอบข้อ ย่อยแรกน้าคร้าบ  คำตอบที่ถูก คือ  Yab \alpha (T1-T0)


หัดใช้ \LaTeX หน่อยสิ มันไม่ยากหรอก ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาสอบรอบต่อไปหรอก  Shocked Shocked

Yab \alpha (T_1-T_0)

ขออภัยอย่างสูงคร้าบอาจารย์ พึ่งเคยใช้บอร์ดน่ะครับ
« Last Edit: August 16, 2007, 07:39:09 PM by Balm » Logged
Balm
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 6


« Reply #44 on: August 16, 2007, 07:25:43 PM »

ช่วยผมหน่อยนะครับ สงสัยมานานแล้ว แหะๆ ไม่กระจ่างซักที   embarassed

มีคำถามคล้ายๆกันนี้  ถามว่า ผูกลวดยาว L พื้นที่หน้าตัด A  ติดกับมวลที่วางอยู่บนพื้น แล้วยึดลวดไว้กับเพดาน
เมื่อลดอุณหภูมิลง \Delta T ถามว่าสามารถยกมวล m=? ที่มากที่สุด

ถ้าผมคิดว่าเราเอามวลออกก่อน  ปล่อยให้ลวดหด แล้วค่อยไปแขวนมวลทีหลังจะผิดไหมครับ
ถ้าหากทำแบบที่ผมคิดเราจะได้ L_{0} (ที่นำไปแทนใน สมก
Logged
Pages: « 1 2 3 4 »   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น