ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41623 Posts in 6283 Topics- by 9893 Members - Latest Member: aiemsaard
mPEC ForumRecent Posts
Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »
 61 
 on: December 20, 2020, 06:20:22 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by [...]
ขอเฉลยข้อ 13,20หน่อยได้ไหมครับ
มีเฉลยอยู่ด้านบนแล้วครับ

 62 
 on: December 20, 2020, 05:56:18 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Winner zaza
ขอเฉลยข้อ 13,20หน่อยได้ไหมครับ

 63 
 on: December 20, 2020, 05:05:46 PM 
Started by ampan - Last post by niran
ขึ้นกับชนิดของหลอด และวิธีที่ทำให้หลอดไฟนั้นติดสว่าง
.
หากเป็นหลอดไส้ร้อน มีการแผ่รังสีแบบ Black body จะไม่มีการกระพริบ(สำหรับไฟฟ้า AC 50-60 Hz)
เพราะการเปล่งแสงขึ้นกับอุณหภูมิ
ช่วงของเวลาที่ไฟฟ้าสลับไม่พอทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเพียงพอที่ทำให้รู้สึกว่าไฟกระพริบได้
.
ถ้าเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ ใช้การวาวแสง ตามชื่อของหลอด แบบนี้มีการกระพริบ 100 - 120 Hz ตามความถี่ของไฟฟ้า AC ที่ใช้ตามลำดับ มีการทดลองให้วัดความถี่ของการกระพริบของไฟนี้ในวิชาปฏิบัติการฟิสิกส์ของบางมหาวิทยาลัย
.
ถ้าเป็นหลอด LED
ขึ้นกับวิธีการจ่ายไฟเลี้ยงหลอด หากไม่มีการปรับให้ไฟเรียบ มันจะกระพริบได้ 50-60 Hz ตามลำดับ
แต่หากปรับให้ไฟเรียบแบบไฟฟ้า DC แล้วก็แน่นอนว่าไม่กระพริบครับ

 64 
 on: December 20, 2020, 05:02:56 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by ปิยพงษ์ - Head Admin
ข้อสอบคัดตัวเข้าฟิสิกส์สอวน. ปี 2563-64 พร้อมเฉลย  มีไฟล์ pdf ให้ดาวน์โหลดข้างล่างครับ

 65 
 on: December 19, 2020, 05:39:14 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by ปรเมศวร์
ช่วยอธิบายข้อที่ 5 ให้หน่อยได้มั้ยครับ อยากรู้หลักการที่ใช้ในการหาคำตอบครับ

เนื่องจากเวลานานพอ ทำให้ I\to 0ดังนั้นไม่ต้องพิจารณาตัวต้านทาน

C_{eq}=C_1+C_2+C_3(ต่อขนานกัน)

จาก U=\dfrac{1}{2}C_{eq}V^2

\therefore U=\dfrac{1}{2}(C_1+C_2+C_3)V^2

ขอบคุณมากครับ

 66 
 on: December 19, 2020, 04:55:39 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Ittipat
ช่วยอธิบายข้อที่ 5 ให้หน่อยได้มั้ยครับ อยากรู้หลักการที่ใช้ในการหาคำตอบครับ

เนื่องจากเวลานานพอ ทำให้ I\to 0ดังนั้นไม่ต้องพิจารณาตัวต้านทาน

C_{eq}=C_1+C_2+C_3(ต่อขนานกัน)

จาก U=\dfrac{1}{2}C_{eq}V^2

\therefore U=\dfrac{1}{2}(C_1+C_2+C_3)V^2

 67 
 on: December 19, 2020, 02:37:24 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by ปรเมศวร์
ช่วยอธิบายข้อที่ 5 ให้หน่อยได้มั้ยครับ อยากรู้หลักการที่ใช้ในการหาคำตอบครับ

 68 
 on: December 17, 2020, 05:57:49 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Khet
ข้อที่ 2 ครับ

ตอน 1

2.1 P = I^2R = \frac{V^2}{R}

P_w =I^2R_w, P_L = I^2 R_L = \frac{V_L^2}{R_L}

I^2 = \frac{P_L}{R_L}

\frac{P_w}{P_L} = \frac{\frac{P_L}{R_L} \times R_w }{\frac{V_L^2}{R_L}}

\therefore \frac{P_w}{P_L} = \frac{P_L R_w }{V_L^2}

2.2 แทนค่าลงในข้อที่แล้ว ได้ \frac{P_w}{P_L} = 0.207

ตอน 2

2.3 L = \frac{\Phi}{I}

หากระแสกับ ฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านผิวขดลวดได้

จากกฎของแอมแปร์

\oint_{}\overrightarrow{B} \cdot d\overrightarrow{l} = \mu_0 I_{enc}

สร้าง amperian loop ความยาว l^\prime   N^\prime ขด

Bl^\prime = \mu_0 N^\primeI และ \frac{N^\prime}{l^\prime} = n

I = \frac{B}{\mu_0 n} \quad -(*)

หา ฟลักซ์แม่เหล็ก

 \Phi = B A

\Phi = B \pi r^2 N =B \pi r^2 nl \quad -(**)

นำ (*) และ (**) ไปแทนในสมการด้านบน

L =\frac{B \pi r^2 nl}{\frac{B}{\mu_0 n}}

\therefore L = \pi r^2 \mu_0 n^2l

2.4 หาสนามแม่เหล็กจากขดลวดที่ 1 โดยใช้กฎของแอมแปร์

B = \mu_0 n_1 I_1 \quad - (*)

ฟลักซ์ในขดลวดที่ 2 หาจาก

\Phi_2 = BA = B \times \pi r^2 N_2 แต่ N_2 = n_2 l

นำ(*) และ N_1 = n_1l มาแทน

\Phi_2 = BA = \mu_0 n_1 I_1 \times \pi r^2 n_2 l

\therefore \Phi_2 = \mu_0 n_1 n_2 l \pi r^2 I_1

2.5 M = \frac{ \Phi_2 }{I_1} =\mu_0 n_1 n_2 l \pi r^2

จากคำตอบข้อที่ 2.3 L = \pi r^2 \mu_0 n^2l

ได้ L_1 = \pi r^2 \mu_0 n^2_1l และ L_2 = \pi r^2 \mu_0 n^2_2l

ย้ายข้างนำไปแทนหรือแก้สมการ จะได้ออกมาว่า

M =\sqrt{L_1L_2}

2.6 กระแส I_1 มีค่ามากขึ้นส่งผลให้ สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำมีค่ามากขึ้น กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำของขดลวดที่ 1 และ 2 ต้องมีค่ามากขึ้น ไหลในทิศ B ไป A และ D ไป C ตามลำดับ  Smiley Smiley

 69 
 on: December 17, 2020, 02:48:46 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Khet
เรารบกวนมวล m ให้เกิดการสั่นอย่างเดียว(ในตอนแรกฝั่งที่ติด M ไม่ได้ยืด) คาบก็ควรเป็นคาบของมวล m อย่างเดียวมั้ยครับ? และถ้า cm อยู่นิ่ง วัตถุทั้งสองจะสั่นด้วยความถี่เท่ากัน

ผมเห็นด้วยว่าถ้า cm อยู่นิ่ง ความถี่ในการสั่นของกล่องกับก้อนวัตถุต้องเท่ากัน แต่ผมไม่คิดว่าคาบมันจะเป็นอิสระโดยสิ้นเชิงจากค่ามวล M ครับ ตอนที่ทำผมจินตนการไว้ว่าคำตอบน่าจะติดพจน์ M+m หรือ Mm/M+m ที่มีความสมมาตร ครับ

แต่ผมไม่เห็นด้วยตรงที่คุณ Khet บอกว่า “เรารบกวนมวล m ให้เกิดการสั่นอย่างเดียว (ในตอนแรกฝั่งที่ติด M ไม่ได้ยืด)”

สปริงสองเส้นมีความยาวรวมคงที่เท่ากับความกว้างกล่องเสมอ ดังนั้นเมื่อรบกวน m จากสมดุล (โดยที่เอามือจับล็อกกล่องข้างนอกไว้) สปริงทั้งเส้นที่มีค่านิจ k1 และ k2 ก็จะยืด / หดทั้งคู่

นอกจากนี้ ถ้าลองมองกลับกัน สมมติว่าเราจับก้อนวัตถุตรึงไว้ แล้วรบกวนสมดุลโดยขยับกล่องข้างนอกแทนดู การสั่นที่เกิดขึ้นมันก็ควรจะเป็นแบบเดียวกับในข้อ 12.3) นี้ ? มันยิ่งชอบกล ๆ ไหมครับว่าทำไมคาบนี้ไม่ติด M



คือผมลองเขียนสมการการเคลื่อนที่ของ M แรงสปริงมันไม่ขึ้นจะขึ้นกับการกระจัดของ M อะครับแต่ผมทำต่อให้เป็นสมการเดียวไม่ได้  buck2

 70 
 on: December 17, 2020, 08:19:30 AM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by ปิยพงษ์ - Head Admin
 smitten smitten smitten

Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 »