ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39631 Posts in 5814 Topics- by 4417 Members - Latest Member: vicop995
mPEC ForumRecent Posts
Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
 1 
 on: April 17, 2014, 12:42:20 PM 
Started by jali - Last post by jali
พี่ๆครับ พวกเนื้อหาอิเล็ทรอนิกส์ กลศาสตร์สถิติแล้วก็ฟิสิกส์นาโนแบบที่ใช้ในค่ายนี่พอจะหาอ่านข้างนอกได้จากที่ไหนบ้างครับ Smiley
กลศาสตร์สถิติที่ใช้ในค่ายอ่านจากyoung ก็ได้ครับ ส่วนอันอื่นนี่คงต้องมาเรียนในค่ายครับ เพราะมันไม่ค่อยซ้ำกันในแต่ละปี

 2 
 on: April 17, 2014, 11:25:37 AM 
Started by jali - Last post by konmaikeng
พี่ๆครับ พวกเนื้อหาอิเล็ทรอนิกส์ กลศาสตร์สถิติแล้วก็ฟิสิกส์นาโนแบบที่ใช้ในค่ายนี่พอจะหาอ่านข้างนอกได้จากที่ไหนบ้างครับ Smiley

 3 
 on: April 15, 2014, 07:31:28 PM 
Started by rapee - Last post by ปิยพงษ์ - Head Admin
ความยาวคลื่นของเสียงที่พูดกันมีขนาดประมาณเท่าใด ความยาวคลื่นแสงที่ทำให้เรามองเห็นมีขนาดประมาณเท่าใด  ขนาดวัตถุที่กั้น (ตัวคนในที่นี้) มีขนาดประมาณเท่าใด
ถ้าวัตถุมีขนาดเล็กกว่าความยาวคลื่นมาก คลื่นจะเลี้ยวเบนอ้อมวัตถุได้ดี

 4 
 on: April 15, 2014, 02:21:50 PM 
Started by jali - Last post by jali
Partป๋า ข้อสุดท้ายครับ Grin
(ก)และ(ข)
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เราต้องการหาคือ
จากกฏkirchoff
\displaystyle V(x,t)-L\delta x/2\frac{\partial I(x,t)}{\partial t}-V(x+\delta x,t)-L\delta x/2\frac{\partial I_{x,t}}{\partial t}=0
\displaystyle -\frac{\partial V(x,t)}{\partial x}=L\frac{\partial I(x,t)}{\partial t}
\displaystyle I(x+\delta x,t)-I(x,t)=-C\delta x \frac{\partial V(x,t)}{\partial t}
\displaystyle \frac{\partial I(x,t)}{\partial x}=-C\frac{\partial V(x,t)}{\partial t}
(ค)
จะได้
\displaystyle \frac{\partial^2 I(x,t)}{\partial x^2}=LC\frac{\partial^2 I(x,t)}{\partial t^2}=\frac{1}{c^{2}}\frac{\partial^2 I(x,t)}{\partial t^2}
และ
\displaystyle \frac{\partial^2 V(x,t)}{\partial x^2}=LC\frac{\partial^2 V(x,t)}{\partial t^2}=\frac{1}{c^{2}}\frac{\partial^2 V(x,t)}{\partial t^2}
\displaystyle c=\sqrt{\frac{1}{LC}}
(ง)
ต่อมาแก้สมการ
\displaystyle \frac{\mathrm{d^{2}} f(x)}{\mathrm{d} x^{2}}=-\omega^{2}LCf(x)
\displaystyle f(x)=Ae^{+j\omega \sqrt{LC}x}+Be^{-j\omega \sqrt{LC}x}
ใช้ความสัมพันธ์
\displaystyle -\frac{\partial V(x,t)}{\partial x}=L\frac{\partial I(x,t)}{\partial t}
\displaystyle \left[j\omega \sqrt{LC}Ae^{+j\omega \sqrt{LC}x}-j\omega \sqrt{LC}Be^{-j\omega \sqrt{LC}x} \right]e^{j\omega t}=-Lg(x)j\omega e^{j\omega t},g(x)=-1/L(\sqrt{LC}Ae^{+j\omega \sqrt{LC}x}- \sqrt{LC}Be^{-j\omega \sqrt{LC}x})
(จ)
ใช้ผลจากข้อก่อนหน้า
\displaystyle Z=\frac{f(x=0)}{g(x=0)}=\frac{A+B}{A-B}\sqrt{\frac{L}{C}}
จบบริบูรณ์แล้วครับ สำหรับpartป๋า Smiley

 5 
 on: April 15, 2014, 09:33:52 AM 
Started by jali - Last post by jali
Partป๋า ข้อแรกครับ
ก่อนอื่นอยากให้ข้อมูลเกี่ยวกับกับตัวop.amp. ก่อนนะครับเผื่อใครที่อยากจะลองทำดูก่อน
Op.Amp. or Operational Amplifier คืออุปกรณ์ที่เอาไว้ขยายสัญญาณโดยมันจะขยายสัญญาณในแบบที่
1.ถ้าเราต่อapplied voltageเข้าที่ขาบวก(ตามในรูป) มันจะขยายสัญญาณออกมาเป็น V=AV_{app} โดยที่Aคือกำลังขยายของop.amp.
2.ถ้าเราต่อapplied voltageเข้าที่ขาลบ มันจะขยายสัญญาณออกมาเป็น V=-AV_{app}
3.ปกติแล้วAมีค่าสูงมากๆ ในย่าน 10000 เท่า(ตามที่ป๋าได้กล่าวไว้ Grin)
4.Input impedanceมีค่าสูงมาก เข้าใกล้อนันต์(ถ้าเป็นop.amp.อุดมคติ ซึ่งก็คือในโจทย์ทั่วไป)
5.Output Impedanceมีค่าเป็น0
6.op.amp.จะมี supply voltageคอยเลี้ยงอยู่ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่ามันจะเอาพลังงานมาจากไหนเพราะเราใส่ให้มันเอง
7.อย่างที่เรารู้กันว่าศักย์มีค่ากำหนดตามใจเรา ตามที่เราได้เลือกจุดอ้างอิงไว้ ดังนั้นจุดอ้างอิงของop.amp.คือground นั่นคือต้องต่อขาของอุปกรณ์ลงพื้นนั่นเอง(ตามรูปที่ป๋าเขียนไว้เลยครับ)


ต่อมาเป็นวิธีทำครับ Grin
ตามรูปเราได้ว่า
\displaystyle V=A\left ( \frac{VR_{0}}{R_{0}+R_{f}} -i_{2}R_{2}\right )\ldots (1)
\displaystyle i_{2}R_{2}=\frac{q_{2}}{C_{2}}\ldots (2)
\displaystyle V=i_{2}R_{2}+i_{1}R_{1}+\frac{q_{1}}{C_{1}}\ldots (3)
\displaystyle \frac{\mathrm{d} q_{2}}{\mathrm{d} t}=i_{1}-i_{2}\ldots (4)
\displaystyle \frac{\mathrm{d} q_{1}}{\mathrm{d} t}=i_{1}\ldots (5)
เอา สมการ2แทนลงในสมการ4ได้
\displaystyle \frac{\mathrm{d} q_{2}}{\mathrm{d} t}+\frac{q_{2}}{R_{2}C_{2}}=i_{1}
\displaystyle V\left ( \frac{1}{A}-\frac{R_{0}}{R_{0}+R_{f}} \right )=-i_{2}R_{2}
และเนื่องจากAโตมาก
\displaystyle V=\frac{R_{2}(R_{0}+R_{f})}{R_{0}}i_{2}
แทนVลงในสมการ(3)
\displaystyle \left ( \frac{R_{f}}{R_{0}} +1\right )R_{2}i_{2}=i_{2}R_{2}+i_{1}R_{1}+\frac{q_{1}}{C_{1}}
ทีนี้ดิฟเทียบtทั้งสองข้าง
\displaystyle \left ( \frac{R_f}{R_{0}} \right )\frac{\dot{q_{2}}}{R_{1}C_{2}}=\left ( \ddot{q_{2}}+\frac{\dot{q_{2}}}{R_{2}C_{2}} \right )+\frac{1}{R_{1}C_{1}}\left ( \dot{q_{2}}+\frac{q_{2}}{R_{2}C_{2}} \right )
\displaystyle \ddot{q_{2}}+\dot{q_{2}}\left ( \frac{1}{R_{2}C_{2}}+\frac{1}{R_{1}C_{1}}-\frac{R_f}{R_{0}} \frac{1}{R_{1}C_{2}} \right )+\frac{q_{2}}{R_{2}C_{2}}=0
มันจะสั่นก็ต่อเมื่อพจน์หน้า คิวดอตเป็น0ได้เงื่อนไขคือ
\displaystyle \frac{1}{R_{2}C_{2}}+\frac{1}{R_{1}C_{1}}-\frac{R_f}{R_{0}} \frac{1}{R_{1}C_{2}}
\displaystyle \frac{R_{f}}{R_{0}}=\frac{R_{1}}{R_{2}}+\frac{C_{2}}{C_{1}}
และความถี่คือ
\displaystyle \omega^{2}=\frac{1}{R_{1}R_{2}C_{1}C_{2}}
\displaystyle f=\frac{1}{2\pi}\sqrt{\frac{1}{R_{1}R_{2}C_{1}C_{2}}}
ความคลาดเคลื่อนคือ
\displaystyle \delta f=\delta \frac{1}{RC}=f \left ( \frac{\delta R}{R}+\frac{\delta C}{C} \right )
ดังนั้นมันคลาดไป10%

 6 
 on: April 15, 2014, 08:53:40 AM 
Started by jali - Last post by jali
...
เออตรงกำลังเฉลี่ยต้องมี \dfrac{1}{2} คูนด้วยรึเปล่าครับหลังจากอินทิเกรต
ใช่ครับ ผมลืม Grin

 7 
 on: April 15, 2014, 08:18:44 AM 
Started by rapee - Last post by rapee
คือผมลองสมมติว่า
มีอาจารย์ยืนหันหน้าเข้ากระดานดำแล้วพูดสิ่งที่สอนขึ้นมา
นักเรียนจะสามารถได้ยินเสียงของอาจารย์ได้โดยหลักการของฮอยแกนส์
แต่ถ้าพิจารณาแสงแล้วนักเรียนก็ควรจะเห็นตัวหนังสือที่อาจารย์บังอยู่เหมือนกัน
แต่ทำไมในความเป็นจริงจึงไม่เห็นตัวหนังสือนั้นเลยครับ  Huh

 8 
 on: April 14, 2014, 11:51:56 PM 
Started by jali - Last post by อภิชาตเมธี

....
จะได้instantaneous power
\displaystyle P=VI=\frac{V_{0}^{2}\sqrt{x_{0}^{2}+y_{0}^{2}}}{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}\sin(\omega t-\tan^{-1}(\frac{y+y_{0}}{x+x_{0}})+\tan^{-1}(\frac{y_{0}}{x_{0}}))\sin(\omega t-\tan^{-1}(\frac{y+y_{0}}{x+x_{0}}))
และ average powerคือ
\displaystyle \bar{P}=\frac{V_{0}^{2}x_{0}}{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}

...

เออตรงกำลังเฉลี่ยต้องมี \dfrac{1}{2} คูนด้วยรึเปล่าครับหลังจากอินทิเกรต

 9 
 on: April 14, 2014, 03:04:33 PM 
Started by jali - Last post by jali
Partป๋า ครับ  Grin
ข้อ2
หาcomplex impedance ก่อน
\displaystyle I=\frac{V_{0}e^{j\omega t}}{(x+x_{0})+j(y+y_{0})}=\frac{V_{0}e^{j(\omega t-\tan^{-1}(\dfrac{y+y_{0}}{x+x_{0}}))}}{\sqrt{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}}
ต่อมาหา complex voltage
\displaystyle V_{load}=\frac{V_{0}e^{j\omega t}}{(x+x_{0})+j(y+y_{0})}\times\left ( x_{0}+j y_{0} \right )=\frac{V_{0}e^{j(\omega t-\tan^{-1}(\dfrac{y+y_{0}}{x+x_{0}})+\tan^{-1}(\dfrac{y_{0}}{x_{0}}))}}{\sqrt{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}}\times\left ( \sqrt{x_{0}^{2}+y_{0}^{2}} \right )
จะได้instantaneous power
\displaystyle P=VI=\frac{V_{0}^{2}\sqrt{x_{0}^{2}+y_{0}^{2}}}{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}\sin(\omega t-\tan^{-1}(\frac{y+y_{0}}{x+x_{0}})+\tan^{-1}(\frac{y_{0}}{x_{0}}))\sin(\omega t-\tan^{-1}(\frac{y+y_{0}}{x+x_{0}}))
และ average powerคือ
\displaystyle \bar{P}=\frac{V_{0}^{2}x_{0}/2}{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}
ต่อมาเงื่อนไขของโจทย์คือ
\displaystyle \frac{\partial \bar{P}}{\partial x_{0}}=0,\frac{\partial \bar{P}}{\partial y_{0}}=0
\displaystyle \frac{\partial \bar{P}}{\partial y_{0}}=0=\frac{-V_{0}^{2}x_{0}(y+y_{0})}{(x+x_{0})^{2}+(y+y_{0})^{2}}
\displaystyle y_{0}=-y
\displaystyle \frac{\partial \bar{P}}{\partial x_{0}}=0=\frac{-V_{0}^{2}}{(x+x_{0})^{3}}\left ( x-x_{0} \right )
\displaystyle x_{0}=x
complex impedance
\displaystyle Z_{0}=x_{0}+jy_{0}=x-jy และเป็นconjugate ของinternal impedance

 10 
 on: April 13, 2014, 12:34:07 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by คีตบดินทร์ เจนณะสมบัติ
ข้อ 1 ครับ
ประจุเล็กๆคือประจุ \sigma (xdx\tan \alpha) สนามไฟฟ้าจากประจุเล็กๆ คือ....

dE=\dfrac{2 \pi\sigma xdx \tan \alpha (D-x) }{(4 \pi \epsilon_0)((D-x)^2+(x\tan\alpha)^2)^\frac{3}{2}}

Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น