ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

 
Advanced search

41508 Posts in 6267 Topics- by 9461 Members - Latest Member: ssiraw
mPEC ForumRecent Posts
Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
 1 
 on: October 13, 2020, 04:55:57 AM 
Started by Ittipat - Last post by Ittipat
...อยากได้ทริกเวลากำหนด dq จังครับกำหนดไม่ค่อยได้เลย Sad

หลายครั้งต้องใช้เรขาคณิตช่วยครับ ลองดูจากรูปที่ผมวาดไว้ครับ

 2 
 on: October 12, 2020, 08:10:32 PM 
Started by Ittipat - Last post by Supakorn katewong
2.
จากรูปที่วาด จะได้ \delta E_z=\delta E\sin\theta

จาก \displaystyle{E_z=\frac{1}{4\pi\epsilon_0}\int\frac{dQ}{r^2}\sin\theta}

โดยที่ E=E_zเนื่องจากสนามไฟฟ้าในส่วนประกอบของแกนอื่นหักล้างกันหมด

\displaystyle{E_z=\frac{1}{4\pi\epsilon_0}\int\frac{(2\pi (2R\sin\theta\cos\theta))\sigma R(2d\theta)}{(2R\sin\theta)^2}\sin\theta}

\displaystyle{E_z=\frac{\sigma}{\epsilon_0}\int\frac{(2R\sin^2\theta\cos\theta)Rd\theta}{4R^2\sin^2\theta}}

\displaystyle{E_z=\frac{\sigma}{\epsilon_0}\int\frac{(2R^2\sin^2\theta\cos\theta)d\theta}{4R^2\sin^2\theta}}

\displaystyle{E_z=\frac{\sigma}{2\epsilon_0}\int_{\theta=0}^{\pi/4}\cos\theta d\theta}}

\displaystyle{\therefore E_z=\frac{\sigma}{2\epsilon_0}(\frac{1}{\sqrt{2}})  

buck2coolsmiley
อยากได้ทริกเวลากำหนด dq จังครับกำหนดไม่ค่อยได้เลย Sad

 3 
 on: October 07, 2020, 06:41:15 PM 
Started by Ittipat - Last post by Ittipat
ลองทำตรงๆดูครับ

\displaystyle -mg-\beta v = m \frac{dv}{dt}

\displaystyle \int_{0}^{t} - \frac{\beta dt}{m} = \int_{v_0}^{v} \frac{1}{v+\frac{mg}{\beta}} d(v+\frac{mg}{\beta})

\displaystyle v=v_0 e^{- \frac{\beta t}{m}}+\frac{mg}{\beta}(e^{- \frac{\beta t}{m}}-1)

ที่ตำแหน่งสูงสุด v=0 แทนเงื่อนไขนี้เพื่อหาเวลาที่ใช้ ได้ว่า \displaystyle t=\frac{m}{\beta} \ln{ \left( 1+\frac{\beta v_0}{mg} \right)}

เปลี่ยน \displaystyle v=\frac{dh}{dt} แล้วอินทิเกรตเพื่อหาฟังก์ชันความสูง

\displaystyle  h(t) = \int_{0}^{t} v(t^\prime ) dt^\prime = -v_0 \frac{m}{\beta}e^{- \frac{\beta t}{m}} -\frac{m^2}{\beta ^2}g e^{- \frac{\beta t}{m}}-\frac{mg}{\beta} t

แทนเวลาที่หาได้ลงไป ได้ \displaystyle h_{max}=\frac{m v_0}{\beta}-\frac{m^2}{\beta ^2} g \ln \left( 1+ \frac{\beta v_0}{mg} \right)

ช่วยเช็คด้วยนะครับ เผื่อทำผิดตรงไหน

เหมือนลืมบวก c หรือเปล่่าครับ

อินทิเกรตกำจัดเขตไม่ต้องบวก c นะครับ

 4 
 on: October 04, 2020, 11:18:23 PM 
Started by Ittipat - Last post by Supakorn katewong
ลองทำตรงๆดูครับ

\displaystyle -mg-\beta v = m \frac{dv}{dt}

\displaystyle \int_{0}^{t} - \frac{\beta dt}{m} = \int_{v_0}^{v} \frac{1}{v+\frac{mg}{\beta}} d(v+\frac{mg}{\beta})

\displaystyle v=v_0 e^{- \frac{\beta t}{m}}+\frac{mg}{\beta}(e^{- \frac{\beta t}{m}}-1)

ที่ตำแหน่งสูงสุด v=0 แทนเงื่อนไขนี้เพื่อหาเวลาที่ใช้ ได้ว่า \displaystyle t=\frac{m}{\beta} \ln{ \left( 1+\frac{\beta v_0}{mg} \right)}

เปลี่ยน \displaystyle v=\frac{dh}{dt} แล้วอินทิเกรตเพื่อหาฟังก์ชันความสูง

\displaystyle  h(t) = \int_{0}^{t} v(t^\prime ) dt^\prime = -v_0 \frac{m}{\beta}e^{- \frac{\beta t}{m}} -\frac{m^2}{\beta ^2}g e^{- \frac{\beta t}{m}}-\frac{mg}{\beta} t

แทนเวลาที่หาได้ลงไป ได้ \displaystyle h_{max}=\frac{m v_0}{\beta}-\frac{m^2}{\beta ^2} g \ln \left( 1+ \frac{\beta v_0}{mg} \right)

ช่วยเช็คด้วยนะครับ เผื่อทำผิดตรงไหน

เหมือนลืมบวก c หรือเปล่่าครับ

 5 
 on: September 28, 2020, 03:57:44 PM 
Started by aekaon - Last post by aekaon
^
1. ถ้าเป็นการแทรกสอดจากช่องคู่ก็ลองเลียนแบบการแทรกสอดของแสงจากช่องคู่ดู จะมีสูตรความเข้มที่มุมต่าง ๆ ลองค้นหาจากอินเทอร์เน็ตดูได้

2. เสียงจากเสียงรบกวนไม่ได้เป็นคลื่นอาพันธ์ เอาความเข้มจากเสียงรบกวนไปบวกเข้าไปตรง ๆ กับความเข้มจากการแทรกสอดที่กำลังดูอยู่  ถ้าความเข้มจากเสียงรบกวนมีขนาดน้อยเราก็ยังสังเกตแนวการแทรกสอดได้เหมือนเดิม แต่ถ้ามันเข้มมากกว่าเยอะก็จะไปกลบเสียงจากการทดลองของเรา


ข้อที่ 1 คิดได้แล้วครับอาจารย์ รบกวนดูโจทย์ที่มีสถานการณ์แบบข้อ 2 ให้หน่อยครับ ว่าคิดอย่างไร

"ติดตั้งลำโพงสองตัวไว้ริมสนามโดยวางแต่ละตัวห่างกัน 34 เมตร แล้วต่อเข้ากับเครื่องขยายเสียงตัวเดียวกันความถี่ 400 Hz  ออกมาพร้อมพร้อมกัน และมีสัญญาณรบกวนความถี่ 500 Hz ถ้าผู้ฟังอยู่ขอบสนามห่าง 100 m  โดยยืนตรงกลางระหว่างลำโพงพอดี  จะต้องเดินไปทางด้านข้างเป็นระยะที่สั้นที่สุดกี่เมตร จึงจะรับฟังสัญญาณได้ชัดเจนที่สุดและมีสัญญาณรบกวนน้อยที่สุด"

 6 
 on: September 28, 2020, 01:45:46 PM 
Started by aekaon - Last post by aekaon
^
1. ถ้าเป็นการแทรกสอดจากช่องคู่ก็ลองเลียนแบบการแทรกสอดของแสงจากช่องคู่ดู จะมีสูตรความเข้มที่มุมต่าง ๆ ลองค้นหาจากอินเทอร์เน็ตดูได้

2. เสียงจากเสียงรบกวนไม่ได้เป็นคลื่นอาพันธ์ เอาความเข้มจากเสียงรบกวนไปบวกเข้าไปตรง ๆ กับความเข้มจากการแทรกสอดที่กำลังดูอยู่  ถ้าความเข้มจากเสียงรบกวนมีขนาดน้อยเราก็ยังสังเกตแนวการแทรกสอดได้เหมือนเดิม แต่ถ้ามันเข้มมากกว่าเยอะก็จะไปกลบเสียงจากการทดลองของเรา

ขอบคุณมากครับอาจารย์ ผมลองคิดดูก่อน

 7 
 on: September 28, 2020, 09:10:19 AM 
Started by aekaon - Last post by ปิยพงษ์ - Head Admin
^
1. ถ้าเป็นการแทรกสอดจากช่องคู่ก็ลองเลียนแบบการแทรกสอดของแสงจากช่องคู่ดู จะมีสูตรความเข้มที่มุมต่าง ๆ ลองค้นหาจากอินเทอร์เน็ตดูได้

2. เสียงจากเสียงรบกวนไม่ได้เป็นคลื่นอาพันธ์ เอาความเข้มจากเสียงรบกวนไปบวกเข้าไปตรง ๆ กับความเข้มจากการแทรกสอดที่กำลังดูอยู่  ถ้าความเข้มจากเสียงรบกวนมีขนาดน้อยเราก็ยังสังเกตแนวการแทรกสอดได้เหมือนเดิม แต่ถ้ามันเข้มมากกว่าเยอะก็จะไปกลบเสียงจากการทดลองของเรา

 8 
 on: September 27, 2020, 11:32:17 PM 
Started by aekaon - Last post by aekaon
มีคำถามสงสัยเกี่ยวกับโจทย์ปัญหาเรื่อง "คลื่นเสียง" ครับ
1. มีสมการที่ใช้หาความเข้มเสียง(I) ตามแนวการแทรกสอดมั้ยครับ เช่น ในกรณีที่จุด P เป็นจุดที่อยู่ระหว่างแนว A และ N เราสามารถหาความเข้มเสียงที่เกิดการจากการแทรกนี้ได้มั้ย
2. การแทรกสอดของเสียงที่มีเสียงรบกวนจากแหล่งภายนอก (ซึ่งโจทย์บอกความถี่ของลำโพงมา กับความถี่ของเสียงรบกวน)  กรณีนี้ความถี่ของเสียงรบกวนมีผลต่อแนวการแทรกสอดที่เกิดจากเสียงของลำโพงอย่างไรครับ

 9 
 on: September 07, 2020, 12:03:38 PM 
Started by Ittipat - Last post by Ittipat
สมมติให้มีกระแสไหลผ่าน I

เนื่องจากขนลวดพันไปในทางเดียวกันหมด ดังนั้น การเหนี่ยวนำร่วมจะเสริมกับการเหนี่ยวนำตัวเอง

พิจารณาความต่างศักย์คร่อมแต่ละขดลวดจะได้

V_{L_1}=L_1\dfrac{dI}{dt}+M_{12}\dfrac{dI}{dt}+M_{13}\dfrac{dI}{dt}

V_{L_2}=L_2\dfrac{dI}{dt}+M_{12}\dfrac{dI}{dt}+M_{23}\dfrac{dI}{dt}

V_{L_3}=L_3\dfrac{dI}{dt}+M_{23}\dfrac{dI}{dt}+M_{13}\dfrac{dI}{dt}

นำทั้ง 3 สมการบวกกัน จะได้

V_{ab}=((L_1+L_2+L_3)+2(M_{12}+M_{13}+M_{23}))\dfrac{dI}{dt}

\therefore L_{eq}=(L_1+L_2+L_3)+2(M_{12}+M_{13}+M_{23})

 10 
 on: September 04, 2020, 06:56:34 AM 
Started by Ittipat - Last post by Ittipat
21.
จากข้อ 20. จะได้

f=\dfrac{d}{dt}(Mv_{\text{CM}})และ rf=\dfrac{d}{dt}(I_{\text{CM}}\omega)

ทำการอินทิเกรตจาก t=0 ถึง t=\delta t

ได้ f\delta t=Mv_{\text{CM}}-0และ rf\delta t=I_\text{CM}}\omega-0

นำสมการมาหารกันจะได้ r=\dfrac{I_{\text{CM}}\omega}{Mv_{\text{CM}}}

เงื่อนไขที่ทำให้ไม่รู้สึกแรงปฏิกิริยาที่มือกำเลยคือ ความเร็วสัมพัทธ์ที่จุด Bหลังทันทีที่ถูกหวด =\vec{0}

ดังนั้นจะได้ \omega(\dfrac{\ell}{2})=v_{\text{CM}}

\omega=\dfrac{2v_{\text{CM}}}{\ell}

และระลึกว่า I_{\text{CM}}=\dfrac{1}{12}M\ell^2จากนั้นแทนกลับเข้าไปในสมการ

ได้ r=\dfrac{2(\frac{1}{12}M\ell^2)}{M\ell}

\therefore r=\dfrac{1}{6}\ell

Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10