ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40094 Posts in 5884 Topics- by 4598 Members - Latest Member: nitaya38
mPEC ForumRecent Posts
Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
 1 
 on: March 31, 2015, 10:19:08 PM 
Started by Bright - Last post by Bright
ใน Mathematica 10.1 มีหลายคำสั่งใหม่ที่น่าสนใจครับ http://reference.wolfram.com/language/guide/SummaryOfNewFeaturesIn101.html

อันหนึ่งที่ผมชอบคือ TimelinePlot http://reference.wolfram.com/language/ref/TimelinePlot.html



ลองดูเพิ่มเติมที่ http://blog.wolfram.com/2015/03/11/new-in-the-wolfram-language-timelineplot/

ส่วนอันนี้ผมลองเอาข้อมูลจากวิกิพีเดียมาพลอทไทม์ไลน์ของการรัฐประหารบ้านเราดูครับ โดยดูดข้อมูลจากวิกิพีเดียด้วยคำสั่ง WikipediaData ครับ http://reference.wolfram.com/language/ref/WikipediaData.html



ลองเล่นกันดูนะครับ

 2 
 on: March 31, 2015, 01:55:53 PM 
Started by Bright - Last post by ปิยพงษ์ - Head Admin
ขอบคุณครับ  smitten

 3 
 on: March 31, 2015, 09:21:25 AM 
Started by Bright - Last post by Bright
จาก http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,6233.0.html ครับ

ตอนนี้ Mathematica (version 10.1 )สามารถใช้ได้แล้วกับ Arduino ครับ ไม่ต้องลง package อะไรเพิ่มครับ

http://reference.wolfram.com/language/ref/device/Arduino.html



 4 
 on: March 29, 2015, 09:15:39 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by มะตูม Kitabodin
ข้อ13เฉพาะ OPD อย่างเดี่ยวคือ d\dfrac{y}{L}+(n_2-n_2)t หรือเปล่าครับ

 5 
 on: March 27, 2015, 06:40:17 PM 
Started by gotzilawut - Last post by gotzilawut
คือถ้าเรามีถังนำ้ ที่ด้านบนมีพื้นที่ A   ด้านล่างมีรูเล็กพื้นที่ a ( เปิดสู่บรรยากาศทั้ง 2 ด้าน )  โดยการใช้สมการความต่อเนื่องที่ตำเเหน่งของ ของเหลวที่ 2 ตำเเหน่งดังกล่าวจะได้ว่า

P1+pgh1+(1/2)pv1^2 = P2+pgh2+(1/2)pv2^2

โจทย์ทั่วไปจะให้ P2 = P1 เพราะเปิดสู่บรรยากาศ  เเต่ที่ผมคิด ถ้าลองกลับไปที่วิธีพิสูจน์สูตรของ bernoulli  จะได้ว่า  P1 เเละ P2 คือความดันที่กระทำต่อของเหลว เเต่เนื่องจากของเหลวในตำเเหน่งที่ 2(ตำเเหน่งรู) มีของเหลวส่วนล่างที่ไหลออกปิดรูอยู่ ดังนั้นตำเเหน่งที่ 2 จึงไม่สัมผัสกับบรรยากาศ เหตุใดเราจึงใช้ P2 เท่ากับ Pa ได้ครับ



 6 
 on: March 24, 2015, 04:01:53 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by sim
ข้อ 4 ครับ
ให้ความหนาแน่นกระแสที่ผ่านทรงกระบอกคว้านเป็น J
จะได้ว่า J=\dfrac{I}{ 4\pi R^2- \frac{ \pi R^2}{ 4 }}=\dfrac{4I}{15\pi R^2}     *ตรงนี้ตอนสอบผมคิดเลขผิด
ให้สนามแม่เหล็กลัพธ์เป็น                                                      \vec{B}_{tot}
สนามแม่เหล็กจากทรงกระบอกเต็มเป็น                                      \vec{B}_{b}
สนามแม่เหล็กจากทรงกระบอกที่มีขนาดและตำแหน่งเหมือนรูและมีกระแสไหลทิศเดียวกับที่ไหลในทรงกระบอกคว้านเป็น \vec{B}_{m}
สนามแม่เหล็กจากลวดบางเป็น        \vec{B}_{s}
พิจารณาสนามแม่เหล็กลัพธ์ที่ตำหน่ง (R,0)
จะได้ว่า
                       \vec{B}_{tot}=\vec{B}_{b}-\vec{B}_{m}+\vec{B}_{s}
               และ \vec{B}_{m}=0

ใช้กฎของแอมแปร์
        \vec{B}_{tot}=\dfrac{\mu_{0} J \pi R^2}{2\pi R}(-\hat{j})  -0+\dfrac{\mu_{0} 2I}{2\pi (2R)}(-\hat{j})
                              =-\dfrac{19\mu_{0}I}{30\pi R^2}(-\hat{j})
\left| \vec{B}_{tot} \right| = \dfrac{19\mu_{0}I}{30\pi R^2}
พิจารณาสนามแม่เหล็กลัพธ์ที่ตำหน่ง (4R,0)
จะได้ว่า
\vec{B}_{tot}=\vec{B}_{b}-\vec{B}_{m}+\vec{B}_{s}
 
ใช้กฎของแอมแปร์
                       \vec{B}_{tot}=\dfrac{\mu_{0}I}{2\pi (4R)}(-\hat{j})  -\dfrac{\mu_{0}J \frac{ \pi R^2}{4}}{2\pi (3R)}(-\hat{j})+\dfrac{\mu_{0} 2I}{2\pi R}(\hat{j})
                                           =\dfrac{319\mu_{0}I}{360\pi R^2}\hat{j}
     \left| \vec{B}_{tot} \right| = \dfrac{319\mu_{0}I}{360\pi R^2}
ไม่แน่ใจเรื่องการคิดเลขในข้อสอบผมก็คิดเลขผิดช่วยตรวจสอบด้วยครับ

 7 
 on: March 21, 2015, 11:33:31 AM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Pun
ข้อ2พาร์ทสุดท้าย
ในกรอบอ้างอิงแป้นที่หมุนจะมีแรงโน้มถ่วงและแรงหนีศูนย์กลางที่กระทำต่อวัตถุ
ทอร์กรวมที่กระทำต่อวัตถุในกรอบอ้างอิงแป้นหมุนคือ
 \Sigma  \tau = -mglsin \theta +(m \Omega ^{2} lsin \theta )lcos \theta
 ml^{2} \ddot{ \theta }    = -mglsin \theta +(m \Omega ^{2} lsin \theta )lcos \theta
ดังนั้นสมการบรรยายการเคลื่อนที่คือ  \ddot{ \theta }    = - \frac{(g-l \Omega^{2} cos \theta ) }{l} sin \theta
เมื่อมุมน้อยๆ
 \ddot{ \theta }   \approx    - \frac{(g-l \Omega^{2} ) }{l} \theta เป็นสมการsimple harmonic
ดังนั้นคาบเท่ากับ  T = 2 \pi  \sqrt{ \frac{l}{g- \Omega^{2} l } }

 8 
 on: March 20, 2015, 08:14:22 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by Pun
ข้อที่10
ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์  \eta = 1- \frac{ Q_{out} }{ Q_{in} }
จากกฎข้อที่1ของเทอร์โมไดนามิก  P_{2} >  P_{1}
กระบวนการbไปc  Q_{in} =  \frac{1}{ \gamma -1}  P_{2} ( V_{c} - V_{b} ) +  P_{2} ( V_{c} - V_{b} )
 Q_{in} =  \frac{ \gamma}{ \gamma -1}  P_{2} ( V_{c} - V_{b} )
 Q_{in} =  \frac{ \gamma}{ \gamma -1}  P_{2} V_{c} (1-  \frac{ V_{b} }{V_{c}} ) -------(1)
จากdไปa  - Q_{out} =  \frac{1}{ \gamma -1}  P_{1} ( V_{a} - V_{d} ) +  P_{2} ( V_{a} - V_{d} )
 Q_{out} =  \frac{ \gamma}{ \gamma -1}  P_{1} V_{d} (1-  \frac{ V_{a} }{V_{d}} ) -------(2)
adiabaticจากaไปb  P_{2} { V_{b}}^{\gamma} = P_{1} { V_{a} }^{\gamma}
adiabaticจากcไปd  P_{2} { V_{c}}^{\gamma} = P_{1} { V_{d} }^{\gamma}
นำมาหารกันได้  \frac{ V_{a} }{ V_{d} } = \frac{ V_{b} }{ V_{c} } -------(3)
(1)&(2) แทนในประสิทธิภาพเครื่องยนต์ได้ว่า  \eta = 1- \dfrac{ P_{1} V_{d}  }{ P_{2}  V_{c} }   \left(\dfrac{1- \frac{ V_{a} }{ V_{d} } }{ 1- \frac{ V_{b} }{ V_{c} }}\right)
นำผลจาก(3)มาแทนค่าได้  \eta =1- r^{ \frac{1}{\gamma} -1 }
เมื่อ  r= \dfrac{ P_{2} }{ P_{1} }


 9 
 on: March 20, 2015, 07:47:49 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by WPMcB1997
ข้อที่ 6 ครับ

ก. ตั้งสมการโดยใช้กฎ Kirchhoff ได้ว่า

\mathcal{E}_{0} - i_{1}R_{1} = 0 ----------- (1)
L\dfrac{d}{dt}i_{2} + i_{2}R_{2} - i_{1}R_{1} = 0 ---------- (2)

จะได้ว่า L \dfrac{d}{dt}i_{2} + i_{2}R_{2} = \mathcal{E}_{0}
แก้ D.E. นี้ได้ว่า i_{2}(t) = \dfrac{ \mathcal{E}_{0}}{R_{2}}[1-e^{\frac{t}{\tau}}]} โดยที่ \tau = \dfrac{L}{R}

กระแสสูงสุดอยู่ที่ i_{2}(0) = \dfrac{ \mathcal{E}_{0}}{R_{2}} ดังนั้น เราต้องหาเวลา T ที่ทำให้ i_{2}(T) = \dfrac{ \mathcal{E}_{0}}{2R_{2}}

แก้สมการ ได้ว่า T = (\dfrac{L}{R_{2}})\ln2 คิดเป็นตัวเลขได้ \dfrac{\ln2}{2} \approx 0.347 s.

ข. ตั้งสมการโดยใช้ Kirchhoff ได้ว่า


 10 
 on: March 20, 2015, 06:27:44 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by WPMcB1997
ข้อที่ 5 ครับ

ข้อ ก.
ขอกำหนดกรอบอ้างอิง ให้แกน +x ชี้ทิศขวา แกน +y ชี้ทิศขึ้น และแกน +z ชี้พุ่งออกนอกกระดาษ

สนามไฟฟ้าที่เกิดจากลวดตรงยาว เป็นฟังก์ชั่นของระยะตามแกน y และเวลาคือ \vec{B}(y,t) = \frac{\mu_{0}I_{0}[1-e^{\alpha t}]}{2 \pi y}\hat{z}

หาฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านวงลวด \Phi_{B} = \int_{y = a}^{y = 2a} \vec{B} \cdot d\vec{S} = \int_{y=a}^{y=2a}\frac{\mu_{0}I_{0}[1 - e^{\alpha t}]}{2\pi r} (2a)dy = \frac{\mu_{0}I_{0}a[1-e^{-\alpha t}]ln2}{\pi}

หาแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้น โดยใช้กฎของ Faraday e.m.f = |\frac{d}{dt}\Phi_{B}| = \frac{\mu_{0}I_{0}a\alpha e^{-\alpha t}}{\pi}

จะได้กระแสเป็นฟังค์ชั่นของเวลา i(t) = \frac{\mu_{0}I_{0}a\alpha e^{-\alpha t}}{\pi R} และมีทิศทวนเข็มนาฬิกา (จากกฎของ Lenz) ตอบข้อ ก.

ข้อ ข.

จากความสมมาตร เรารู้ว่า แรงด้านซ้ายและด้านขวาจะหักล้างกันพอดิบพอดี
เส้นลวดด้านบน แรงที่กระทำคือ \vec{F} = I\vec{l} \times \vec{B} = - i(2a)\hat{x} \times \frac{\mu_{0}I_{0}[1-e^{\alpha t}]}{2 \pi (2a)}\hat{z}
เส้นลวดด้านล่าง แรงที่กระทำคือ \vec{F} = I\vec{l} \times \vec{B} =  i(2a)\hat{x} \times \frac{\mu_{0}I_{0}[1-e^{\alpha t}]}{2 \pi (a)}\hat{z}

แรงลัพธ์คือ \vec{F} = \dfrac{(\mu_{0}I_{0})^{2}a \alpha e^{-\alpha t}[1 - e^{-\alpha t}] }{2 \pi^2 R} \hat{y}

Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น