ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

39810 Posts in 5837 Topics- by 4443 Members - Latest Member: ajwat6
mPEC ForumRecent Posts
Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
 1 
 on: August 19, 2014, 06:33:50 PM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by jali
...
พี่ jali เอามาลงด้วยครับ ผมอยากดูด้วยคน
ปล.ผมลองทำแบบ isothermal ดูแล้ว Grin Grin
แต่รู้สึกว่า model นี้มันไม่ตรงกับความเป็นจริงอะครับ
ลงมาเลยครับ แล้วเดี๋ยวจะช่วยดูว่ามันมีตรงไหนที่อาจจะต้องแก้
ส่วนที่จริงแล้วข้อนี้มันไม้ได้มีคำตอบที่ถูกต้องเป็ะๆหรอกครับ เวลาอ.ตรวจเค้าก็ดูเพียงแค่แบบจำลองไหนสมเหตุผลมากกว่าเท่านั้นเองครับ

 2 
 on: August 19, 2014, 10:22:30 AM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by rapee
...
ปล.ข้อเทอร์โมนั้นรู้สึกว่าจะมีคนทำหลายวิธีมากแต่เดี๋ยวว่างๆผมจะเอาของเพื่อนมาลงให้ดูครับ

พี่ jali เอามาลงด้วยครับ ผมอยากดูด้วยคน
ปล.ผมลองทำแบบ isothermal ดูแล้ว Grin Grin
แต่รู้สึกว่า model นี้มันไม่ตรงกับความเป็นจริงอะครับ

 3 
 on: August 18, 2014, 09:18:45 PM 
Started by saris2538 - Last post by M-Ph
คุณ dy เครียดไปมั้ยนั่น  buck2

ข้อ 3 อ.ขวัญ buck2
1. ได้ยินเสียงดังและเงียบสลับไปมาเพราะว่า คลื่นเสียงที่ไปถึงหูกะลาสีมาจากสองส่วน ส่วนแรกมาจากลำโพงตรงๆ ส่วนสองสะท้อนผิวน้ำก่อน ทั้งสองส่วนแทรกสอดกันทำให้เกิดเสียงดังและเบาแล้วแต่ตำแหน่ง

2. ให้ระยะตามแนวราบจากกะลาสีถึงลำโพงเป็น \displaystyle x
ให้เสียงที่มาจากลำโพงตรงๆถึงหูกะลาสี มีฟังก์ชันคลื่น "ความดัน (ที่เกินจากความดันบรรยากาศ)" เป็น \displaystyle p_1
เสียงที่สะท้อนผิวน้ำก่อนแล้วมาถึงหูกะลาสี มีฟังก์ชันคลื่น "ความดัน" เป็น \displaystyle p_2
เสียง \displaystyle p_1 เดินทางเป็นระยะ \displaystyle \sqrt{7^2+x^2} \text{ m}
เสียง \displaystyle p_2 เดินทางเป็นระยะ \displaystyle \sqrt{17^2+x^2} \text{ m}
(ตามกฎการสะท้อน มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน ใช้เรขาคณิตของสามเหลี่ยมหน้าจั่วพิสูจน์ จะได้ว่าคลื่นที่สะท้อนผิวน้ำแล้วมาถึงหูกะลาสี เส้นทางของคลื่นหลังจากสะท้อนผิวน้ำขึ้นมา จะเสมือนกับว่าคลื่นนี้แผ่ออกจากแหล่งกำเนิดที่อยู่ใต้น้ำลึก 12 cm ที่ตำแหน่งตามแนวราบเดิม)

โจทย์บอกคลื่น \displaystyle c=345 \text{ m/s} และ \displaystyle f=115 \text{ Hz} จึงได้ \displaystyle \lambda=3\text{ m}
ความต่างเฟสของคลื่นทั้งสองที่หูกะลาสีคือ \displaystyle \frac{2\pi}{3}\left( \sqrt{17^2+x^2} - \sqrt{7^2+x^2} \right)
ที่ \displaystyle x ที่ได้ยินเสียงเบา คือตำแหน่งที่เป็นบัพความดัน ณ ตำแหน่งนั้น ความต่างเฟสของคลื่นทั้งสองคือ \displaystyle (2n-1)\pi; \text{ } n\in I
เรา "ไม่ต้อง" คิดการกลับเฟสเมื่อคลื่นความดันสะท้อนผิวน้ำ! เพราะคลื่นความดันสะท้อนปลายปิดไม่กลับเฟส (อ่าน H.J. Pain) นี่คือหลุมพรางของโจทย์ข้อนี้ Shocked

อ้าวแล้วทำไมเราจึงคิดการแทรกสอดของคลื่นความดัน? ทำไมเราไม่คิดการแทรกสอดของคลื่นการกระจัด?
เพราะว่า (คัดลอกจากใน Young)
หูคุณตรวจจับความแปรผันความดันในอากาศ การเพิ่มหรือลดความดันข้างนอกแก้วหูของคุณทำให้แก้วหูเคลื่อนที่เข้าหรือออกเล็กน้อย การเคลื่อนที่นี้ผลิตสัญญาณไฟฟ้าซึ่งถูกส่งไปยังสมอง (ถ้าคุณเคยมีปัญหาในการทำให้หูคุณ "ป๊อป" ขณะที่ขับรถขึ้นเขาสูงหรือตอนอยู่บนเครื่องบินโดยสาร คุณก็คงคุ้นเคยกับความไวของหูคุณต่อการเปลี่ยนแปลงความดัน) ดังนั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงใดถ้าหูคุณอยู่ที่ตำแหน่งบัพความดันซึ่งเป็นตำแหน่งปฏิบัพการกระจัด

อ้าวแล้วทำไมเราไม่คิดจับความต่างเฟสของคลื่นการกระจัดเท่ากับ \displaystyle 2n\pi; \text{ } n\in I แทนล่ะ?
ทำอย่างนั้นก็ผิดอีก เพราะว่าการกระจัดเป็นเวกเตอร์ เวลาบวกก็ต้องบวกแบบเวกเตอร์ ซึ่งเงื่อนไขที่การกระจัดจะเสริมกันมากสุดจะไม่ใช่ "ความต่างเฟสเท่ากับคู่พาย" ง่ายๆ อีกแล้ว ตรงกันข้ามกับความดันซึ่งเป็นสเกลาร์ ความดันที่จุดใดๆ ก็เอามาบวกกันแบบพีชคณิต ดังนั้น เงื่อนไขที่ความดันจะหักล้างกันมากสุดจึงเป็น "ความต่างเฟสเท่ากับคี่พาย" เช่นเดิม

สรุปว่าสมการคือ \displaystyle \frac{2\pi}{3}\left( \sqrt{17^2+x^2} - \sqrt{7^2+x^2} \right) = (2n-1)\pi

แก้สมการยืดยาวได้ \displaystyle x=\frac{\sqrt{\left( 17^2 + 7^2 - 9 \left( n - \frac{1}{2} \right)^2 \right)^2 - 4\cdot 17^2\cdot 7^2}}{6\left( n - \frac{1}{2} \right)}

นั่งไล่ค่า \displaystyle n ไปเรื่อยๆ โดยจำกัดช่วง \displaystyle 0\leq x \leq 100 \text{ m}
  
3. สำหรับหน้าคลื่นทรงกลม ความเข้มเสียง \displaystyle I กำลังเสียงจากแหล่ง \displaystyle P และระยะห่างจากแหล่ง \displaystyle r สัมพันธ์กันโดย \displaystyle I=\frac{P}{4\pi r^2}
และ H.J.Pain(หรือใน Young ก็ได้)  บอกว่า \displaystyle I=\frac{A^2}{2\sqrt{\rho_0 B}} เมื่อ \displaystyle \rho_0 คือความหนาแน่นอากาศตอนยังไม่มีคลื่นเสียง \displaystyle A คือแอมพลิจูดความดัน และ \displaystyle B คือโมดูลัสเชิงปริมาตรของอากาศ ซึ่งในที่นี้จะให้ \displaystyle k\equiv \frac{A^2}{2\sqrt{\rho_0 B}} หรือ \displaystyle I=kA^2 เมื่อ \displaystyle k เป็นค่าคงที่



ดังนั้น \displaystyle kA_r^2 = \frac{P}{4\pi r^2} และ \displaystyle A = \frac{1}{r}\sqrt{\frac{P}{4\pi k}} ให้ \displaystyle \sqrt{\frac{P}{4\pi k}} \equiv C

เราจึงเขียนฟังก์ชันคลื่นเสียงที่ระยะ \displaystyle x ใดๆ ได้ว่า \displaystyle p_1 = \frac{C}{\sqrt{7^2 + x^2}}\sin\left( k(\sqrt{7^2 + x^2}) - \omega t \right)

และ \displaystyle p_2 = \frac{C}{\sqrt{17^2 + x^2}}\sin\left( k(\sqrt{17^2 + x^2}) - \omega t \right)

แอมพลิจูดของ \displaystyle p_1+p_2\equiv A_{\text{total}} ที่ระยะ x ใดๆ คือ (ใช้แผนภาพเฟเซอร์คิด)

\displaystyle A_{\text{total}} = \sqrt{A_1^2 + A_2^2 + 2A_1A_2\cos\left( \theta_2 - \theta_1 \right)} = \sqrt{\frac{C^2}{7^2 + x^2}+\frac{C^2}{17^2 + x^2}+\frac{2C^2\cos\left( k\left( \sqrt{17^2 + x^2} - \sqrt{7^2 + x^2} \right) \right)}{\sqrt{7^2 \cdot 17^2 + (7^2 + 17^2)x^2 + x^4}}}


ความเข้มเสียงที่ระยะ \displaystyle x ใดๆ คือ

\displaystyle I(x) = kA_{\text{total}}^2 = kC^2\left( \frac{1}{7^2 + x^2}+\frac{1}{17^2 + x^2}+\frac{2\cos\left( k\left( \sqrt{17^2 + x^2} - \sqrt{7^2 + x^2} \right) \right)}{\sqrt{7^2 \cdot 17^2 + (7^2 + 17^2)x^2 + x^4}}\right)

\displaystyle = \frac{P}{4\pi}\left(\frac{1}{7^2 + x^2}+\frac{1}{17^2 + x^2}+\frac{2\cos\left( k\left( \sqrt{17^2 + x^2} - \sqrt{7^2 + x^2} \right) \right)}{\sqrt{7^2 \cdot 17^2 + (7^2 + 17^2)x^2 + x^4}}\right)



แทนค่า \displaystyle x=50\text{ m, }P = 30\text{ W} ลงไปจะได้ \displaystyle I=3.58\times 10^{-3} \text{ W/m}^2
หาระดับความเข้มเสียง \displaystyle \beta = 10\log\frac{I}{10^{-12}\text{ W/m}^2} = 95.5 \text{ dB}

จบแล้ว Grin
ป.ล. อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมคิดได้หมดนี่ตอนสอบนะ หุหุหุ Grin คงมีคนทำได้แต่ไม่ใช่ผม buck2
ป.ล.2 ผมว่ามันต้องมีที่ผิดแน่ embarassed ช่วยกันตรวจสอบนะครับ smitten



พี่ครับๆ ทำไมตรงข้อย่อย 3 เราถึงไม่คิดพื้นที่เป็นครึ่งทรงกลมรัศมีเป็นระยะจากลำโพงไปกะลาสี
แล้วก็แทนลงสูตร I=P/2(Pi)(r^2) เมื่อ r เป็นรัศมี




 4 
 on: August 18, 2014, 12:33:14 PM 
Started by phys_pucca - Last post by kawonyblue
เป็นวิธีที่ดีนะครับ เดี๋ยวทำบาง

 5 
 on: August 18, 2014, 12:32:48 PM 
Started by narutosatun91140 - Last post by kawonyblue
ผมอยากได้มากอ่าครับ

 6 
 on: August 17, 2014, 01:35:15 PM 
Started by Pun - Last post by Pun
เข้าใจแล้วครับ
ขอบคุณครับ great

 7 
 on: August 17, 2014, 12:57:07 AM 
Started by Pun - Last post by dy
(จาก H.J.Pain THE PHYSICS OF VIBRATIONS AND WAVES )
พลังงานxความเร็ว มันหมายความว่ายังไงครับ



มันคือพลังงานต่อความยาว 1 หน่วยของเชือกครับ ดังนั้นในช่วงเวลาน้อยๆ   \delta t คลื่นที่วิ่งได้ระยะทาง c \delta t จะพาพลังงานไปด้วยเท่ากับ    \dfrac{1}{2} \rho \omega^2 A^2 c \delta t ครับ ซึ่งถ้าคิดต่อเวลา ก็จะได้ พลังงานต่อเวลา เท่ากับ พลังงานต่อหน่วยความยาว คูณ อัตราเร็วคลื่นครับ

 8 
 on: August 16, 2014, 08:40:59 PM 
Started by Pun - Last post by Pun
แล้วทำไมถึงใช้พลังงานเฉลี่ยไม่ได้ครับ

 9 
 on: August 16, 2014, 08:36:47 PM 
Started by Pun - Last post by Pun
(จาก H.J.Pain THE PHYSICS OF VIBRATIONS AND WAVES )
พลังงานxความเร็ว มันหมายความว่ายังไงครับ


 10 
 on: August 15, 2014, 11:02:01 AM 
Started by ปิยพงษ์ - Head Admin - Last post by M-Ph
ขอเฉลยข้ออุณหพลศาสตร์หน่อยครับๆ   Grin

Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น