mPEC Forum

ถามโจทย์ปัญหา => ถามโจทย์ปัญหาไฟฟ้าแม่เหล็ก => Topic started by: last on June 11, 2005, 02:26:44 PM



Title: ฟ้าผ่า
Post by: last on June 11, 2005, 02:26:44 PM
แสงที่เห็นจากฟ้าผ่าวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง
ก.วิ่งขึ้น
ข.วิ่งลง
ค.บ้างก็ขึ้น บ้างก็ลง
ง.ไม่ขึ้นไม่ลง สว่างวาบเป็นลำพร้อมกัน
จ.คำตอบเป็นอย่างอื่น :D


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: Peace on June 11, 2005, 09:40:12 PM
ผมเคยอ่านดู รู้สึกว่าฟ้าผ่าจะมี
1. ประจุลบวิ่งจากเมฆลงดิน
2. ประจุลบวิ่งจากดินสู่เมฆ
3. ประจุบวกวิ่งจากเมฆลงดิน
4. ประจุบวกวิ่งจากดินสู่เมฆ

ดังนั้นผมว่าแสงก็น่าจะมีทั้งวิ่งขึ้นและลงนะครับ


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: NiG on June 13, 2005, 07:51:03 PM
ผมว่าแสงน่าจะวิ่งลงนะครับ


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: ปิยพงษ์ - Head Admin on June 13, 2005, 08:06:04 PM
ผมว่าแสงน่าจะวิ่งลงนะครับ

ควรให้เหตุผลเชิงฟิสิกส์สนับสนุนด้วย  ;)


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: FogRit on October 26, 2005, 10:25:02 AM
จากที่เปิด lecture MIT (ไฟล์ที่ สี่ หรือ ห้าไม่แน่ใจ)
มานะครับ คือ ประจุอิเล็กตรอนจะหนาแน่นมากที่ก้อนเมฆ จากนั้นจะมี ท่อ ที่ใช้ในการถ่ายประุจุมาจากเมฆ โดยจะผ่าโดนพื้นจากนั้นที่พื้นจะมีประจุมากเพียงพอขนาดหนึ่งเพราะพื้นไม่ได้เป็นกระจายประุจุอย่างสมำ่เสมอ ทำให้เกิดความหนาแน่นของประจุส่งประจุกลับขึ้นไปอีก โดยจะกลับไปกลับมาก อย่างนี้จนกระทั่งประจุที่พื้นกระจายสมำ่เสมอและที่เมฆมีศักย์ไฟฟ้าลดลงและรอการอัดประจุดมาผ่าใหม่อีกรอบครับ

โดยจากเมฆประจุจะใช้เวลา 5 มิลลิวินาทีในการเดินมาถึงพื้น ด้วยอัตราเร็ว 20-30 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเร็วแสง

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นการผ่าหนึ่งครั้งโดยประจุวิ่งไปจริงๆแล้วประมาณ 5-15 เที่ยว

และจะสว่างชัดเจนเมื่อเป็นเป็นขากลัีบจากพื้นครับ (return stoke) ครับ

นี่คือที่ผมรู้มาจาก lecture นะครับผมอาจฟังผิดก็ได้


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: วสิศ on November 04, 2005, 12:18:05 AM
จากที่เปิด lecture MIT (ไฟล์ที่ สี่ หรือ ห้าไม่แน่ใจ)
มานะครับ คือ ประจุอิเล็กตรอนจะหนาแน่นมากที่ก้อนเมฆ จากนั้นจะมี ท่อ ที่ใช้ในการถ่ายประุจุมาจากเมฆ โดยจะผ่าโดนพื้นจากนั้นที่พื้นจะมีประจุมากเพียงพอขนาดหนึ่งเพราะพื้นไม่ได้เป็นกระจายประุจุอย่างสมำ่เสมอ ทำให้เกิดความหนาแน่นของประจุส่งประจุกลับขึ้นไปอีก โดยจะกลับไปกลับมาก อย่างนี้จนกระทั่งประจุที่พื้นกระจายสมำ่เสมอและที่เมฆมีศักย์ไฟฟ้าลดลงและรอการอัดประจุดมาผ่าใหม่อีกรอบครับ

โดยจากเมฆประจุจะใช้เวลา 5 มิลลิวินาทีในการเดินมาถึงพื้น ด้วยอัตราเร็ว 20-30 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเร็วแสง

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นการผ่าหนึ่งครั้งโดยประจุวิ่งไปจริงๆแล้วประมาณ 5-15 เที่ยว

และจะสว่างชัดเจนเมื่อเป็นเป็นขากลัีบจากพื้นครับ (return stoke) ครับ

นี่คือที่ผมรู้มาจาก lecture นะครับผมอาจฟังผิดก็ได้
ขออ่าน lecture ที่ว่าหน่อยครับ ของURLก็ได้มีไหมครับ


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: FogRit on November 09, 2005, 03:48:50 PM
Quote from: วสิศ
ขออ่าน lecture ที่ว่าหน่อยครับ ของURLก็ได้มีไหมครับ


http://einstein.sc.mahidol.ac.th/~u4705221/wl-802-lec6-220k.rm


Real player นะครับหวังว่าคงมีกันนะครับไม่มีก็หา download เอาได้ครับ


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: FogRit on November 09, 2005, 03:52:08 PM
จริงๆ ก็หาได้จาก mpec นี่แหละครับแต่ผมเห็นว่าไม่สะดวกกันก็เลยเอามาใส่ไว้ใน server แทนครับ ;D


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: วสิศ on November 11, 2005, 12:13:51 AM
ขอบคุณมากมายคร้าบ >:A


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: วสิศ on November 11, 2005, 01:49:11 AM
หนุกหนานมากเลยครับต่างจาก class ในเมืองไทยโดยสิ้นเชิง
เท่าที่ดูนะครับ� เริ่มที่เมฆประจุบวกอยู่บนและลบอยู่ด้านล่างของก้อนเมฆเมื่อสนามไฟฟ้ามากกว่าค่าหนึ่ง จะเริ่มเกิดการionization�
โดยกาซออกซิเจนต้องการพลังงาน 12.5eV�
กาซไนโตรเจน 15eV
โดยประมาณmean free path(ระยะทางเคลื่อนที่ก่อนไปชนโมเลกุลไนโตรเจนหรือออกซิเจน) ของอิเล็กตรอนประมาณ 1micron
จะสามารถหาพลังงานจลน์ที่ electrons ถูกเร่ง และหาสนามไฟฟ้าที่เริ้มเกิด Break down ซึ่งได้ค่าประมาณ 3ล้านV/m เมื่ออิเล็กตรอนที่ถูกเร่งด้วยสนามไฟฟ้าระหว่างเมฆและพื้น อิเล็กตรอนนี้จะวิ่งไปชนโมเลกุลของกาซ และสร้างsecondary elctron ขึ้นมาเป็นอย่างนี้ไปเลยๆ�

การเกิดฟ้าผ่าเริ่มstep leader เป็นสายฟ้าที่มีกระแสไม่สูงนักเป็นตัวทำให้เกิดช่องทางระหว่างเมฆกับพื้นดิน มันจะทำให้อากาศบริเวณนั้นถูก ionized หลังจาก step leader เกิดขึ้น10-20ms จะมี return stroke ซึ่งจะมีกระแสและความเร็วของสายฟ้าสูงมาก 20%ของความเร็วแสง return stroke จะมีความเร็วสูงกว่า step leader ประมาณ 100เท่า และกระแสก็สูงมากเช่นกัน

สามารถตรวจวัดความเร็วของสายฟ้านี้ได้ด้วย� Boch Camera� (สะกดถูกเปล่่าไม่รู้) หลักการคือให้ฟิลม์เคลื่อยที่ผ่านเลนส์� จะสามารถสร้างภาพที่ แกนนนอนเป็นเวลาได้� ซึ่งแบบหมุนก็มี

return stroke อาจเกิดได้ถึง 15ครั้ง หลังจากนี้เมฆจะ charge ตัวเองก่อนเกิดการผ่านครั้งต่อไป

ที่แน่ๆ step leader� คือ อิเล็กตรอนวิ่งจากเมฆลงมา แต่ส่วนมากไม่ถึงพื้นดิน
ส่วน return stroke วิ่งจากพื้นขึ้นไปเมฆ สิ่งที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างหรือสิ่มีชีวิต เป็นreturn stroke� นี้แหละครับ

ปล. ดูlectureนี้ให้ได้นะครับ หนุกมาก� โดยเฉพาะตอนที่ผู้บรรยายโดน� lightning bolt!!


Title: Re: ฟ้าผ่า
Post by: วสิศ on November 19, 2005, 02:07:39 AM
เคยเห็นโฆษณาน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์� ยี้ห้อนึง� เค้าสามารถขี่หลบสายไฟ้ได้ ลองคิดดูเล่นๆ ประมาณๆ

สมมติรถวิ่งด้วยความเร็ว ผ่านเข้ามาใต้ก่อนเมฆ� และสร้างสนามไฟฟ้าน้อยที่สุดที่ทำให้เกิดการ break down แล้ววิ่งหนีไปก่อนที่สายฟ้าจะมาถึง(คงเป็นไปไม่ได้เพราะสายฟ้าใช้เวลาประมาณ5 ms ในการผ่าจากเมฆลงดิน 1km) ถ้าก้อนเมฆนี้กว้าง 1km รถนี้ก็ต้องวิ่งเท่ากับความเร็วสายฟ้า(200Km)� ถึงจะหลบสายฟ้าพ้น :o อั้นนี้วิ่งนี้step leader นะถ้าจะหลบreturn stroke ก็ใช้ความเร็วประมาณ 0.2c เอง :o :o แต่return stroke ส่วนใหญ่วิ่งจากล่างขึ้นบนแสดงว่ายังไงก็หลบไม่พ้น แต่อยู่ในรถคนคงไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามอไซค์ตามโฆษณาละก็ เหอๆ  :angel:

ผมเคยคิดว่าสายฟ้ามีเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ด้วยสภาพการนำไฟฟ้าของบรรยายกาศ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมยังไงเมื่อเริ่มผ่าแล้วก็จะวิ่งมาตามที่กำหนดไว้ ซึ่งผิด เส้นทางการเคลื่อนที่ของประจุ แปรเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมทุกเสี้ยววินาที