ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก
Did you miss your activation email?

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ

...

เสรีภาพทางการศึกษาคือหัวใจของการศึกษาที่แท้จริง

คนแรกที่ควรได้รับการศึกษาคือผู้ให้การศึกษา

mPEC on Facebook

IPhO 2011 on Facebook

IPhO 2011

Further Academy
 
Advanced search

37967 Posts in 5625 Topics- by 4055 Members - Latest Member: chaearn
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: FOUR GOLDEN LESSONS from Steven Weinberg (มีแปลภาษาไทย)  (Read 4049 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« on: May 17, 2011, 03:00:27 AM »

Steven Weinberg ถือเป็นยักษ์ใหญ่อีกคนหนึ่งในวงการฟิสิกส์ศตวรรษที่ 20 (และเป็นหนึ่งในรุ่นเดียวกันไม่กี่คนที่ยังไม่ตาย) โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการรวมแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ากับแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน โดยผลงานชิ้นนี้ได้ทำให้ Weinberg ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1979 ร่วมกับ Abdus Salam และ Sheldon Glashow

ประวัติของ Weinberg ตัวเต็มๆดูได้ในนี้ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Steven_Weinberg

บทความอันนี้เอามาจากสิ่งที่ Weinberg พูดไว้ตอนประชุมวิชาการที่ McGill University ตอนปี 2003  ตัวบทความภาษาอังกฤษต้นฉบับอยู่ในนี้ครับ
http://darwin.phsx.ku.edu/kckong/4goldenlessons.pdf

สำหรับที่ผมแปลเป็นภาษาไทยขอขึ้นคอมเม้นต์ใหม่นะครับจะได้ไม่ยาวมากจนไม่น่าอ่าน


ส่วนตัวแล้วบทความนี้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชิ้นสำคัญของผม ซึ่งผมอยากเอามาเผยแพร่ให้หลายๆคนที่เข้ามาใน mpec ได้อ่านกันครับ  Smiley

ปล. ผมไม่สามารถพอจะแปลให้ตรงตามพจนานุกรมได้ทุกตัวอักษรโดยที่สำนวนการเขียนยังลื่นไหลอยู่ แต่คิดว่าใจความสำคัญยังอยู่ครบครับ
ถ้าใครเห็นว่าผมสื่อความหมายในภาษาไทยผิดไปจากตัวบทความ ช่วยรีบบอกให้แก้ด้วยนะครับ  icon adore

« Last Edit: May 17, 2011, 04:59:17 AM by NiG » Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #1 on: May 17, 2011, 03:04:39 AM »

4 สุดยอดคำแนะนำสำหรับนักเรียนวิทยาศาสตร์ - Steven Weinberg

คัดมาจากสิ่งที่ Weinberg ได้พูดไว้ในการสัมนาทางวิทยาศาสตร์ที่ McGill Univerty ตอนเดือนมิถุนายน 2003

   สมัยที่ผมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี...ประมาณเกือบ 100 ปีที่แล้ว...ความรู้ทางฟิสิกส์ทั้งหลายเหมือนกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ผมไม่รู้จัก ตอนนั้นผมคิดว่า ผมจะทำวิจัยได้ยังไง ในเมื่อผมยังไม่รู้ทุกอย่างที่นักฟิสิกส์ค้นพบเลย โชคดีที่ในปีแรกของการเรียนต่อหลังจากนั้น ผมได้ทำงานกับนักฟิสิกส์่รุ่นใหญ่ซึ่งบังคับให้ผมเริ่มเลือกหัวข้อและทำวิจัยทันทีแม้ว่าผมจะรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อมก็ตาม ผมแอบประหลาดใจเหมือนกันที่ผมทำได้ แล้วก็จบปริญญาเอกอย่างรวดเร็วแม้ว่าตอนจบมาผมจะแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฟิสิกส์เลย แต่ผมก็ได้เรียนรู้สิ่งที่สำคัญมากที่สุดสิ่งหนึ่งว่า 
“ไม่มีใครที่จะสามารถรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพยามที่จะเป็นแบบนั้น”

   อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้บอก คือ...กลับไปเรื่องมหาสมุทร อีกรอบนะ...คือถ้าคุณว่ายน้ำเป็นแล้วก็ไม่ได้กำลังจะจม คุณควรที่จะว่ายทวนกระแสน้ำที่ไหลเร็วไปในทางที่ไปได้ยากกว่า เรื่องมันมีอยู่ว่าสมัยที่ผมสอนอยู่ที่ MIT ตอนประมาณปี 1960 มีนักเรียนคนนึงมาบอกผมว่า เค้าอยากจะทำวิจัยเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปมากกว่าจะทำฟิสิกส์อนุภาค เพราะเค้าคิดว่า หลักการของทฤษฎีสัมพัทธภาพดูจะเข้าใจได้ง่ายกว่าในขณะที่หลักการของฟิสิกส์อนุภาคดูสับสนวุ่นวาย แต่ผมคิดว่าเค้าเพิ่งจะบอกเหตุผลที่ดีที่สุดที่จะทำตรงกันข้าม ฟิสิกส์อนุภาคนี่แหละเป็นสาขาที่จะสามารถสร้างผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้มากที่สุด  ซึ่งสมัยนั้นนี่ หลักการของฟิสิกส์อนุภาคก็ดูจะสับสนวุ่นวายจริงๆน่ะแหละ แต่หลังจากนั้นด้วยผลงานของนักฟิสิกส์หลายต่อหลายคน เหตุผลและหลักการหลายๆอย่างก็ถูกค้นพบและนำมารวมไว้ในทฤษฎีที่สวยงามมากที่เรารู้จักกันในชื่อ Standard Model
คำแนะนำของผมคือ “เลือกทำในสิ่งที่คุณคิดว่ายากและยังดูไร้ระเบียบ เพราะที่นั่นแหละที่จะมีงานที่สร้างสรรค์มากมายรอให้เราเข้าไปทำ”

   อย่างที่สามนี่...อาจจะฟังดูยากที่จะทำนิดนึง นั่นคือ "คุณต้องยอมรับว่าคุณอาจะต้องจะเสียเวลาเปล่า" นักเรียนส่วนใหญ่จะได้ทำปัญหาที่อาจารย์รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร(ยกเว้นอาจารย์คนนั้นจะโหดแบบไม่ธรรมดา)ไม่ว่าปัญหาอันนั้นจะมีความสำคัญในเชิงวิทยาศาสตร์หรือไม่ นักเรียนก็จะต้องทำเพื่อที่จะผ่านคอร์สนั้นๆ  แต่ในชีวิตจริงๆนี่ มันยากมากๆที่คุณจะรู้ว่าปัญหาใหม่ๆข้อไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ แล้วก็จะไม่มีทางรู้ด้วยว่าปัญหาพวกนั้นมันจะแก้ได้ในยุคของคุณรึเปล่า สมัยต้นศตวรรษที่ 20 นักฟิสิกส์เก่งๆหลายคนอย่าง Lorentz หรือ Abraham พยามจะสร้างทฤษฎีมาอธิบายอีเล็คตรอน เพื่อที่จะอธิบายต่อว่าทำไมผลของทฤษฎี อีเทอร์ ถึงไม่ออกมาในการทดลอง ซึ่งตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าสองอย่างนี้มันไม่เกี่ยวกัน แต่จะทำไงได้ก็ในสมัยนั้นเราไม่สามารถจะสร้างทฤษฎีมาบรรยายอีเล็กตรอนเพราะยังไม่มี quantum mechanics ส่วนปรากฎการเรื่องอีเทอร์ ก็มาถูกอธิบายได้ในปี 1905 จากความอัจฉริยะของไอน์สไตน์ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเพราะผลของการเคลื่อนที่ของผู่สังเกตการณ์ ที่มีต่อ space & time จนนำไปสู่ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ เพราะฉะนั้นในเมื่อคุณไม่มีทางรู้ว่าปัญหาแบบไหนที่ควรจะทำ เวลาส่วนใหญ่ที่คุณทำงานในแล็บหรือบนโต๊ะทำงานนี่...ก็จะสูญเปล่าแน่นอน ดังนั้นถ้าคุณอยากจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ คุณควรจะทำตัวให้เคยชินกับการทำงานที่ไม่รู้ว่ามันสร้างสรรค์รึเปล่า จะได้ปรับตัวได้ง่ายเมื่ออยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งความรู้ที่ยากจะบอกได้ว่าอันไหนควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งคุณจะต้องเจอแน่ๆเมื่อทำงานวิจัย
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #2 on: May 17, 2011, 03:07:49 AM »

         สุดท้ายแล้ว "คุณควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับประวัติของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ อย่างน้อยที่สุดก็ในสาขาที่คุณจะทำ เหตุผลที่สำคัญน้อยที่สุดก็คือ ประวัติศาสตร์เหล่านี้อาจจะช่วยคุณในงานวิจัย" ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์หลายคนไม่สามารถสร้างงานที่ดีได้ เพราะว่าเชื่อใน ปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่มันถูกทำให้ง่ายจนเกินไป อย่างเช่นของ Francis Bacon ไปจนถึง Thomas Kuhn หรือ 
Karl Popper วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ก็คือศึกษาประวัติการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

   ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การศึกษาประวัติศาสตร์จะทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าของงานวิจัยของคุณได้มากขึ้น คือ...ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ มันยากมากที่จะสามารถทำเงินจนร่ำรวยได้เป็นกอบเป็นกำ เพื่อนๆหรือครอบครัวก็อาจจะไม่เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งถ้าคุณเข้ามาทำงานวิจัยในสายของฟิสิกส์อนุภาคมูลฐาน คุณอาจจะไม่มีเห็นได้ด้วยซ้ำว่างานวิจัยของคุณมันจะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไง แต่คุณจะเห็นได้ชัดเจนว่า งานวิจัยของคุณ คือหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการค้นพบในวงการวิทยาศาสตร์

   ลองมองกลับไปซัก 100 ปีที่แล้ว...สมัยปี 1903 ตอนนี้มันสำคัญแค่ไหนที่จะรู้ว่าสมัยนั้นใครเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ หรือประธานาธิบดีของอเมริกา สิ่งที่สำคัญมากๆที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ที่ McGill University คือ Ernest Rutherford กับ Frederick Sody กำลังทำงานวิจัยเพื่อศึกษาธรรมชาติของการแผ่รังสีของสารกัมมันตภาพรังสี แน่นอนว่างานชิ้นนี้มีการเอาไปใช้มากมาย แต่ที่สำคัญคือ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแผ่รังสีที่เราได้เรียนรู้ ทำให้เราค้นพบว่า ทำไมแกนกลางของโลกกับดวงอาทิตย์ถึงยังมีอุณหภูมิที่สูงมากๆแม้ว่าจะผ่านมาเป็นล้านปี นอกจากนั้นการค้นพบนี้ก็ช่วยให้นักธรณีวิทยาสามารถคำนวณหาอายุของโลกได้ ซึ่งมันก็ทำให้ชาวคริสต์,ยิว ต้องเลิกเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเคยเชื่อมาจากคัมภีร์ไบเบิล นี่ก็เป็นอีกก้าวนึงตั้งแต่ กาลิเลโอ มาจนถึงนิวตัน ที่เสนอกฎของการเคลื่อนที่ หรือจากสมัยที่ดาร์วิน เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการ ซึ่งทุกๆก้าวๆที่ผ่านมา ก็ได้ทำให้เกิดความรู้ที่มีเหตุและผล และลดทอนความงมงายต่างๆที่มีอิทธิพลในสังคม ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่คุณเห็นกันในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้คงจะบอกคุณได้ว่าเชื่ออย่างงมงายต่างๆก็ยังไม่หมดไป แต่ความเจริญก้าวหน้าทางสังคมที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้มาจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ และก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเรา...นักวิทยาศาสตร์ทุกคน สามารถที่จะภาคภูมิใจ  Grin


Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 5614


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #3 on: May 17, 2011, 04:45:59 AM »

 great smitten
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 646


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #4 on: May 17, 2011, 10:13:34 AM »

ขอบคุณมากครับ  Smiley
Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
TimeTimeFruit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 160


Will Be Physicist


« Reply #5 on: May 17, 2011, 10:16:20 AM »

ขอบคุณครับ  smitten

อ่านแล้วรู้สึกไม่เสียใจเลย ที่เลือกทางสายนี้  Grin
Logged

Loser From 10th TPhO ; Bronze Medal , But I will never give up on Physics !! reading

Thx for Inspiration : อ.ปิยพงษ์ , P.NiG , P.Great , P.NkLohit , ..... etc.

ชูเกียรติ , เฉียดกู , ชูเส็ง , ชูด๋อย , แพนด้า , หมีขั้วโลก ... จะอะไรก็เรียกไปเถอะ  buck2
Bright
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 176

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #6 on: May 17, 2011, 10:41:24 AM »

 icon adore  ขอบคุณครับ
Logged
K.P.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 95



« Reply #7 on: May 17, 2011, 12:15:07 PM »

ขอบคุณมากครับ icon adore
Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 334


« Reply #8 on: May 17, 2011, 12:29:48 PM »

ขอบคุณครับ  icon adore

ถ้าผมนั่งแปลเองคงใช้เวลานานเลยแหละ  Shocked

ชอบมากๆ ครับ ทำให้เรารู้สึกว่าฟิสิกส์น่าสนใจขึ้นเยอะ (จริงๆ ก็น่าสนใจอยู่แล้ว Smiley)
« Last Edit: May 26, 2011, 10:16:06 PM by It is GOL » Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #9 on: May 17, 2011, 10:19:16 PM »

สุดยอดครับ NiG
เพิ่งได้เขามาอ่าน  Smiley
ขอนำไปเผยแพร่ในเวบของผมได้ไหม(ด้วยสำนวนของNiGเลย) เดี๋ยวลงเครดิตไว้ให้  smitten
Logged
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #10 on: May 17, 2011, 10:55:07 PM »

ขอบคุณมากครับพี่นิค  smitten  great
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1222


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #11 on: May 17, 2011, 11:28:29 PM »

สุดยอดครับ NiG
เพิ่งได้เขามาอ่าน  Smiley
ขอนำไปเผยแพร่ในเวบของผมได้ไหม(ด้วยสำนวนของNiGเลย) เดี๋ยวลงเครดิตไว้ให้  smitten

ยินดีครับ แต่ตรวจคำผิดก่อนก็ดีนะครับ Tongue
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #12 on: May 17, 2011, 11:47:03 PM »

OK
ขอบคุณมากคร้าบบ Smiley
Logged
conantee
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1400

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #13 on: May 18, 2011, 07:21:13 AM »

เข้ามากด Like  Cool
Logged
weetput180
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 1


WWW
« Reply #14 on: June 16, 2011, 02:47:45 PM »

น่าสนใจดีคับ
Logged

Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น