ขอต้อนรับ ผู้มาเยือน กรุณา ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก

ล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่่าน และระยะเวลาใช้งาน

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
 
Advanced search

40669 Posts in 5992 Topics- by 5733 Members - Latest Member: Robocop
Pages: 1   Go Down
Print
Author Topic: FOUR GOLDEN LESSONS from Steven Weinberg (มีแปลภาษาไทย)  (Read 10162 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« on: May 17, 2011, 03:00:27 AM »

Steven Weinberg ถือเป็นยักษ์ใหญ่อีกคนหนึ่งในวงการฟิสิกส์ศตวรรษที่ 20 (และเป็นหนึ่งในรุ่นเดียวกันไม่กี่คนที่ยังไม่ตาย) โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการรวมแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ากับแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน โดยผลงานชิ้นนี้ได้ทำให้ Weinberg ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1979 ร่วมกับ Abdus Salam และ Sheldon Glashow

ประวัติของ Weinberg ตัวเต็มๆดูได้ในนี้ครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Steven_Weinberg

บทความอันนี้เอามาจากสิ่งที่ Weinberg พูดไว้ตอนประชุมวิชาการที่ McGill University ตอนปี 2003  ตัวบทความภาษาอังกฤษต้นฉบับอยู่ในนี้ครับ
http://darwin.phsx.ku.edu/kckong/4goldenlessons.pdf

สำหรับที่ผมแปลเป็นภาษาไทยขอขึ้นคอมเม้นต์ใหม่นะครับจะได้ไม่ยาวมากจนไม่น่าอ่าน


ส่วนตัวแล้วบทความนี้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจชิ้นสำคัญของผม ซึ่งผมอยากเอามาเผยแพร่ให้หลายๆคนที่เข้ามาใน mpec ได้อ่านกันครับ  Smiley

ปล. ผมไม่สามารถพอจะแปลให้ตรงตามพจนานุกรมได้ทุกตัวอักษรโดยที่สำนวนการเขียนยังลื่นไหลอยู่ แต่คิดว่าใจความสำคัญยังอยู่ครบครับ
ถ้าใครเห็นว่าผมสื่อความหมายในภาษาไทยผิดไปจากตัวบทความ ช่วยรีบบอกให้แก้ด้วยนะครับ  icon adore

« Last Edit: May 17, 2011, 04:59:17 AM by NiG » Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #1 on: May 17, 2011, 03:04:39 AM »

4 สุดยอดคำแนะนำสำหรับนักเรียนวิทยาศาสตร์ - Steven Weinberg

คัดมาจากสิ่งที่ Weinberg ได้พูดไว้ในการสัมนาทางวิทยาศาสตร์ที่ McGill Univerty ตอนเดือนมิถุนายน 2003

   สมัยที่ผมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี...ประมาณเกือบ 100 ปีที่แล้ว...ความรู้ทางฟิสิกส์ทั้งหลายเหมือนกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ผมไม่รู้จัก ตอนนั้นผมคิดว่า ผมจะทำวิจัยได้ยังไง ในเมื่อผมยังไม่รู้ทุกอย่างที่นักฟิสิกส์ค้นพบเลย โชคดีที่ในปีแรกของการเรียนต่อหลังจากนั้น ผมได้ทำงานกับนักฟิสิกส์่รุ่นใหญ่ซึ่งบังคับให้ผมเริ่มเลือกหัวข้อและทำวิจัยทันทีแม้ว่าผมจะรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อมก็ตาม ผมแอบประหลาดใจเหมือนกันที่ผมทำได้ แล้วก็จบปริญญาเอกอย่างรวดเร็วแม้ว่าตอนจบมาผมจะแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฟิสิกส์เลย แต่ผมก็ได้เรียนรู้สิ่งที่สำคัญมากที่สุดสิ่งหนึ่งว่า 
“ไม่มีใครที่จะสามารถรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพยามที่จะเป็นแบบนั้น”

   อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้บอก คือ...กลับไปเรื่องมหาสมุทร อีกรอบนะ...คือถ้าคุณว่ายน้ำเป็นแล้วก็ไม่ได้กำลังจะจม คุณควรที่จะว่ายทวนกระแสน้ำที่ไหลเร็วไปในทางที่ไปได้ยากกว่า เรื่องมันมีอยู่ว่าสมัยที่ผมสอนอยู่ที่ MIT ตอนประมาณปี 1960 มีนักเรียนคนนึงมาบอกผมว่า เค้าอยากจะทำวิจัยเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปมากกว่าจะทำฟิสิกส์อนุภาค เพราะเค้าคิดว่า หลักการของทฤษฎีสัมพัทธภาพดูจะเข้าใจได้ง่ายกว่าในขณะที่หลักการของฟิสิกส์อนุภาคดูสับสนวุ่นวาย แต่ผมคิดว่าเค้าเพิ่งจะบอกเหตุผลที่ดีที่สุดที่จะทำตรงกันข้าม ฟิสิกส์อนุภาคนี่แหละเป็นสาขาที่จะสามารถสร้างผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้มากที่สุด  ซึ่งสมัยนั้นนี่ หลักการของฟิสิกส์อนุภาคก็ดูจะสับสนวุ่นวายจริงๆน่ะแหละ แต่หลังจากนั้นด้วยผลงานของนักฟิสิกส์หลายต่อหลายคน เหตุผลและหลักการหลายๆอย่างก็ถูกค้นพบและนำมารวมไว้ในทฤษฎีที่สวยงามมากที่เรารู้จักกันในชื่อ Standard Model
คำแนะนำของผมคือ “เลือกทำในสิ่งที่คุณคิดว่ายากและยังดูไร้ระเบียบ เพราะที่นั่นแหละที่จะมีงานที่สร้างสรรค์มากมายรอให้เราเข้าไปทำ”

   อย่างที่สามนี่...อาจจะฟังดูยากที่จะทำนิดนึง นั่นคือ "คุณต้องยอมรับว่าคุณอาจะต้องจะเสียเวลาเปล่า" นักเรียนส่วนใหญ่จะได้ทำปัญหาที่อาจารย์รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร(ยกเว้นอาจารย์คนนั้นจะโหดแบบไม่ธรรมดา)ไม่ว่าปัญหาอันนั้นจะมีความสำคัญในเชิงวิทยาศาสตร์หรือไม่ นักเรียนก็จะต้องทำเพื่อที่จะผ่านคอร์สนั้นๆ  แต่ในชีวิตจริงๆนี่ มันยากมากๆที่คุณจะรู้ว่าปัญหาใหม่ๆข้อไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ แล้วก็จะไม่มีทางรู้ด้วยว่าปัญหาพวกนั้นมันจะแก้ได้ในยุคของคุณรึเปล่า สมัยต้นศตวรรษที่ 20 นักฟิสิกส์เก่งๆหลายคนอย่าง Lorentz หรือ Abraham พยามจะสร้างทฤษฎีมาอธิบายอีเล็คตรอน เพื่อที่จะอธิบายต่อว่าทำไมผลของทฤษฎี อีเทอร์ ถึงไม่ออกมาในการทดลอง ซึ่งตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าสองอย่างนี้มันไม่เกี่ยวกัน แต่จะทำไงได้ก็ในสมัยนั้นเราไม่สามารถจะสร้างทฤษฎีมาบรรยายอีเล็กตรอนเพราะยังไม่มี quantum mechanics ส่วนปรากฎการเรื่องอีเทอร์ ก็มาถูกอธิบายได้ในปี 1905 จากความอัจฉริยะของไอน์สไตน์ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเพราะผลของการเคลื่อนที่ของผู่สังเกตการณ์ ที่มีต่อ space & time จนนำไปสู่ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ เพราะฉะนั้นในเมื่อคุณไม่มีทางรู้ว่าปัญหาแบบไหนที่ควรจะทำ เวลาส่วนใหญ่ที่คุณทำงานในแล็บหรือบนโต๊ะทำงานนี่...ก็จะสูญเปล่าแน่นอน ดังนั้นถ้าคุณอยากจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ คุณควรจะทำตัวให้เคยชินกับการทำงานที่ไม่รู้ว่ามันสร้างสรรค์รึเปล่า จะได้ปรับตัวได้ง่ายเมื่ออยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งความรู้ที่ยากจะบอกได้ว่าอันไหนควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งคุณจะต้องเจอแน่ๆเมื่อทำงานวิจัย
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #2 on: May 17, 2011, 03:07:49 AM »

         สุดท้ายแล้ว "คุณควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับประวัติของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ อย่างน้อยที่สุดก็ในสาขาที่คุณจะทำ เหตุผลที่สำคัญน้อยที่สุดก็คือ ประวัติศาสตร์เหล่านี้อาจจะช่วยคุณในงานวิจัย" ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์หลายคนไม่สามารถสร้างงานที่ดีได้ เพราะว่าเชื่อใน ปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่มันถูกทำให้ง่ายจนเกินไป อย่างเช่นของ Francis Bacon ไปจนถึง Thomas Kuhn หรือ 
Karl Popper วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ก็คือศึกษาประวัติการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

   ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การศึกษาประวัติศาสตร์จะทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าของงานวิจัยของคุณได้มากขึ้น คือ...ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ มันยากมากที่จะสามารถทำเงินจนร่ำรวยได้เป็นกอบเป็นกำ เพื่อนๆหรือครอบครัวก็อาจจะไม่เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งถ้าคุณเข้ามาทำงานวิจัยในสายของฟิสิกส์อนุภาคมูลฐาน คุณอาจจะไม่มีเห็นได้ด้วยซ้ำว่างานวิจัยของคุณมันจะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไง แต่คุณจะเห็นได้ชัดเจนว่า งานวิจัยของคุณ คือหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการค้นพบในวงการวิทยาศาสตร์

   ลองมองกลับไปซัก 100 ปีที่แล้ว...สมัยปี 1903 ตอนนี้มันสำคัญแค่ไหนที่จะรู้ว่าสมัยนั้นใครเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ หรือประธานาธิบดีของอเมริกา สิ่งที่สำคัญมากๆที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ที่ McGill University คือ Ernest Rutherford กับ Frederick Sody กำลังทำงานวิจัยเพื่อศึกษาธรรมชาติของการแผ่รังสีของสารกัมมันตภาพรังสี แน่นอนว่างานชิ้นนี้มีการเอาไปใช้มากมาย แต่ที่สำคัญคือ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแผ่รังสีที่เราได้เรียนรู้ ทำให้เราค้นพบว่า ทำไมแกนกลางของโลกกับดวงอาทิตย์ถึงยังมีอุณหภูมิที่สูงมากๆแม้ว่าจะผ่านมาเป็นล้านปี นอกจากนั้นการค้นพบนี้ก็ช่วยให้นักธรณีวิทยาสามารถคำนวณหาอายุของโลกได้ ซึ่งมันก็ทำให้ชาวคริสต์,ยิว ต้องเลิกเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเคยเชื่อมาจากคัมภีร์ไบเบิล นี่ก็เป็นอีกก้าวนึงตั้งแต่ กาลิเลโอ มาจนถึงนิวตัน ที่เสนอกฎของการเคลื่อนที่ หรือจากสมัยที่ดาร์วิน เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการ ซึ่งทุกๆก้าวๆที่ผ่านมา ก็ได้ทำให้เกิดความรู้ที่มีเหตุและผล และลดทอนความงมงายต่างๆที่มีอิทธิพลในสังคม ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่คุณเห็นกันในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้คงจะบอกคุณได้ว่าเชื่ออย่างงมงายต่างๆก็ยังไม่หมดไป แต่ความเจริญก้าวหน้าทางสังคมที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้มาจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ และก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเรา...นักวิทยาศาสตร์ทุกคน สามารถที่จะภาคภูมิใจ  Grin


Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
ปิยพงษ์ - Head Admin
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 6111


มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ


WWW
« Reply #3 on: May 17, 2011, 04:45:59 AM »

 great smitten
Logged

มีน้ำใจ ไม่อวดตัว มั่วไม่ทำ
psaipetc
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 653


kostuff.blogspot.com


WWW
« Reply #4 on: May 17, 2011, 10:13:34 AM »

ขอบคุณมากครับ  Smiley
Logged

Life Lessons (related to science anyway):
http://www.guardian.co.uk/print/0,3858,5164417-111414,00.html
TimeTimeFruit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 160


Will Be Physicist


« Reply #5 on: May 17, 2011, 10:16:20 AM »

ขอบคุณครับ  smitten

อ่านแล้วรู้สึกไม่เสียใจเลย ที่เลือกทางสายนี้  Grin
Logged

Loser From 10th TPhO ; Bronze Medal , But I will never give up on Physics !! reading

Thx for Inspiration : อ.ปิยพงษ์ , P.NiG , P.Great , P.NkLohit , ..... etc.

ชูเกียรติ , เฉียดกู , ชูเส็ง , ชูด๋อย , แพนด้า , หมีขั้วโลก ... จะอะไรก็เรียกไปเถอะ  buck2
Bright
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 212

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #6 on: May 17, 2011, 10:41:24 AM »

 icon adore  ขอบคุณครับ
Logged
K.P.
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 96



« Reply #7 on: May 17, 2011, 12:15:07 PM »

ขอบคุณมากครับ icon adore
Logged
It is GOL
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 337


« Reply #8 on: May 17, 2011, 12:29:48 PM »

ขอบคุณครับ  icon adore

ถ้าผมนั่งแปลเองคงใช้เวลานานเลยแหละ  Shocked

ชอบมากๆ ครับ ทำให้เรารู้สึกว่าฟิสิกส์น่าสนใจขึ้นเยอะ (จริงๆ ก็น่าสนใจอยู่แล้ว Smiley)
« Last Edit: May 26, 2011, 10:16:06 PM by It is GOL » Logged

It is GOL coming !!! ผมจะเอาชนะความไม่รู้ให้ได้!!
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #9 on: May 17, 2011, 10:19:16 PM »

สุดยอดครับ NiG
เพิ่งได้เขามาอ่าน  Smiley
ขอนำไปเผยแพร่ในเวบของผมได้ไหม(ด้วยสำนวนของNiGเลย) เดี๋ยวลงเครดิตไว้ให้  smitten
Logged
nklohit
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 268



« Reply #10 on: May 17, 2011, 10:55:07 PM »

ขอบคุณมากครับพี่นิค  smitten  great
Logged

It seems that if one is working from the point of view of getting beauty in one's equations, and if one has really a sound insight, one is on a sure line of progress. ------------------------------ Paul Dirac
NiG
Administrator
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1221


no one knows everything, and you don’t have to.


WWW
« Reply #11 on: May 17, 2011, 11:28:29 PM »

สุดยอดครับ NiG
เพิ่งได้เขามาอ่าน  Smiley
ขอนำไปเผยแพร่ในเวบของผมได้ไหม(ด้วยสำนวนของNiGเลย) เดี๋ยวลงเครดิตไว้ให้  smitten

ยินดีครับ แต่ตรวจคำผิดก่อนก็ดีนะครับ Tongue
Logged

ผมไม่เชื่อในอัจฉริยะ แต่ผมเชื่อในความขยัน อดทน ไม่ท้อแท้

กระทู้ แนะนำหนังสือฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,154.0.html

4 สุดยอดบทเรียนสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นนักฟิสิกส์
http://mpec.sc.mahidol.ac.th/forums/index.php/topic,5270.msg34148.html#msg34148
last
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 342


« Reply #12 on: May 17, 2011, 11:47:03 PM »

OK
ขอบคุณมากคร้าบบ Smiley
Logged
conantee
SuperHelper
*****
Offline Offline

Posts: 1400

เราเป็นอย่างไร สังคมเป็นอย่างนั้น


« Reply #13 on: May 18, 2011, 07:21:13 AM »

เข้ามากด Like  Cool
Logged
weetput180
neutrino
*
Offline Offline

Posts: 1


WWW
« Reply #14 on: June 16, 2011, 02:47:45 PM »

น่าสนใจดีคับ
Logged

Pages: 1   Go Up
Print
Jump to:  

คุณสมบัติของเด็กดี

ไม่ฟังเวลามีการนินทากัน ไม่มองหาข้อด้อยของผู้อื่น ไม่พูดนินทาเหยีบบย่ำผู้อื่น